บทสัมภาษณ์ "ดีเจต้นหอม ตัวแม่แก๊งเมาท์มอย สีสันความฮา ใน ยอดมนุษย์เงินเดือน"

บทสัมภาษณ์ “ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์” ตัวแม่แก๊งเมาท์มอย สีสันความฮา ใน “ยอดมนุษย์เงินเดือน”

บทบาท-คาแร็คเตอร์ เรื่องนี้ต้นหอมรับบทเป็น “เจ๊นัน” คาแร็คเตอร์จะเป็นผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศนี้มานานมาก แต่ด้วยฐานของวุฒิเงินเดือน ไม่ว่าจะทำงานมีประสบการณ์มากแค่ไหนก็ตาม เงินเดือนก็จะได้ตามใบวุฒิ มันไม่สามารถโตไปกว่านี้ได้แล้ว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมากขึ้น รายได้เท่าเดิมก็จะมีปัญหาทุกเดือนคือชักหน้าไม่ถึงหลัง บัตรเครดิตมีกี่ใบ เต็มทุกใบ เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบช้อปปิ้งออนไลน์ และมันเป็นเงินผ่อน ก็จะใช้ชีวิตเหมือนกับพนักงานออฟฟิศ ปากกัดตีนถีบ เดือนชนเดือน และเริ่มอยากเติบโตในหน้าที่การงาน ก็ต้องหาทางเลือกให้กับตัวเอง ทำยังไงเราถึงจะได้เงินเดือนมากกว่าเดิม เพื่อที่จะมาซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายของเราที่มันมากขึ้น คือในออฟฟิศแต่ละที่จะมีเพื่อนมีแก๊ง ซึ่งนอกจากจะมาทำงานแล้วงานหลักของเราอีกอย่างหนึ่งก็คือเมาท์ ส่วนใหญ่พนักงานออฟฟิศถ้าเราได้เจ้านายดีเราก็จะไม่ชื่นชมหรอกมันจะธรรมดา แต่ถ้าเกิดเจ้านายไม่ดีปุ๊บ เราก็จะนั่งจับกลุ่มเมาท์กันแล้วว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ เมาท์เรื่องแฟชั่น เมาท์เรื่องดารา และลามไปถึงเรื่องของเจ้านายด้วย แก๊งเมาท์ก็จะเป็นน้องๆ ส่วนเราก็จะเป็นเจ๊ใหญ่เหมือนเป็นหัวหน้าทีม คาแร็คเตอร์นี้เหมือนหรือต่างจากตัวจริงแค่ไหน เหมือนบางเรื่อง ไม่เหมือนบางเรื่องนะคะ คือชีวิตของนันมันเหมือนจะไม่ค่อยวางแผนในชีวิตเท่าไหร่ คือใช้ชีวิตตามอารมณ์ เป็นเจ้าแม่เงินผ่อน มีหนี้ไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยคิดทีหลังว่าจะเคลียร์ยังไง แต่ชีวิตจริงต้นหอมเป็นคนวางแผนเรื่องการเงินพอสมควรว่าเราจะวางแผนชีวิตยังไง แต่ที่เหมือนกันเลยก็คือมีบัตรเครดิตกี่ใบ เต็มทุกใบ เรียกว่าเป็นลูกค้า VIP ของธนาคารเลย เพราะว่าธนาคารจะโทรบอกว่า เดี๋ยวจะเพิ่มวงเงินให้คุณนะคะ ดิฉันก็รูดเต็มวงเงินตลอด ดิฉันเป็นลูกค้าที่ดีมาก ก็จะเหมือนกับนันตรงที่ตึงตลอด แต่ต่างกันตรงที่ว่า นันรูดไปก่อนโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะเอาตรงไหนมาใช้ แต่ว่าในส่วนของต้นหอมจะวางแผนว่าเอาตรงไหนมาผ่อนค่ะ ตัวละครนี้สะท้อนภาพของมนุษย์เงินเดือนด้านใดบ้าง สำหรับตัวละครนันที่ต้นหอมได้ข้อคิดก็คือ เรื่องของวุฒิการศึกษา บ้านเรายังคงให้ความสำคัญเรื่องของใบวุฒิการศึกษามากกว่าประสบการณ์ ฉะนั้นก่อนที่คุณจะเรียนหรือว่าวางแผนชีวิต คุณต้องวางตั้งแต่ตอนเรียนว่าคุณเรียนจบแล้วคุณจะไปทำงานอะไร เพื่อเส้นทางของคุณชัดขึ้น ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ในขณะที่นันเป็นคนไม่วางแผน ก็เรียนจบๆ ให้ได้ใบวุฒิฯ มา พอมาถึงวันหนึ่งที่ตัวเองทำงานมาเป็นสิบๆ ปี อยากจะขยับขยายเปลี่ยนเป็นอาชีพอื่นมันก็ทำไม่ได้ เหมือนทางเลือกน้อย ก็จะได้ข้อคิดจากตรงนี้มาก ฉากไหนที่เล่นแล้วอินเป็นพิเศษ เป็นฉากที่อยู่ในลิฟท์ เมาท์เจ้านาย บังเอิญเจ้านายอยู่ในลิฟท์พอดี ตั้งแต่อ่านบทแล้วมีความรู้สึกชอบฉากนี้มากและอยากจะเล่นฉากนี้ คือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตคนเรา เค้ามีกฎข้อห้ามว่าที่ไหนที่คุณห้ามเมาท์ หนึ่งห้องน้ำ สองในลิฟท์ และด้วยความที่เมาท์ไม่ได้คิดอะไร ก็ไปเมาท์ในลิฟท์ มันเหมือนพาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์ที่อึดอัดมากเกินบรรยายจริงๆ ค่ะ ทีมนักแสดงในเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง พระเอกของเรื่อง พี่ติ๊ก เจษฯ ภาพของเค้าเป็นพระเอกมากๆ การกระทำทุกย่างก้าวแม้กระทั่งคำพูด มันดูเป็นพระเอกมาก เค้าเกิดมาเพื่อเป็นพระเอก ส่วนน้องโบ-นางเอกเค้าจะเป็นคนที่คาแร็คเตอร์เดียวกับในหนังเลย เป็นคนไม่นิ่ง ไฮเปอร์ คือหนังเรื่องนี้สร้างเพื่อเค้าจริงๆ คือเค้าเล่นถูกแล้ว ถ้าไม่ใช่เค้าก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นใคร ส่วนเพื่อนๆ แก๊งเมาท์ทุกคนก็เป็นธรรมชาติมากทั้งเรื่องกินเรื่องเมาท์เข้าขากันเป็นพิเศษค่ะ การทำงานร่วมกับผู้กำกับหน้าใหม่ พี่โจ้เป็นผู้กำกับที่น่ารัก ใจดีมาก บางทีใจดีเกินไปด้วยซ้ำ อยากให้พี่โจ้ดุบ้าง เพราะเด็กในกองอาจจะเหลิงได้ คือเค้าจะเป็นคนที่ให้เกียรตินักแสดง และนักแสดงก็จะกล้าที่จะขายมุก หรือว่าใครมีไอเดียต่างๆ ก็กล้าที่จะมาขายพี่โจ้ พี่โจ้ซื้อมั้ย ไม่ซื้อไม่เป็นไร ซื้อก็โอเคเอามาเล่นในหนัง ก็ทำให้รู้สึกว่า เราอยากจะมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา อยากมาทำงานในกองที่น่ารักสนุกสนานนี้ค่ะ ความประทับใจในการแสดงบทบาทนี้ ต้นหอมอ่านบทครั้งแรกแล้วรู้สึกอยากเล่นเรื่องนี้ แล้วปกติต้นหอมจะไม่ชอบรับบทที่อายุเยอะ แต่ว่าเรื่องนี้พี่โจ้บอกต้องเล่นเป็นผู้หญิงอายุ 30 กว่าประมาณเกือบ 40 เลยนะ แต่พออ่านบทแล้ว ต้นหอมชอบคาแร็คเตอร์ตัวนันมาก คนนี้เป็นคนที่ไม่ได้ออกมาเล่นตลก แต่ชีวิตเขาตลก มันเหมือนตลกร้าย เหมือนคนทำอะไรก็ซวย ผิดตลอด มันตลกปนความสงสาร เราก็รู้สึกสนุกกับบทบาทของนัน ต้นหอมอ่านบทแล้วบอกกับพี่โจ้ผู้กำกับเลยว่าหนูเล่น แต่อย่าต่อค่าตัวหนูเยอะนะ หนูเล่นเลย เสน่ห์และความน่าสนใจโดยรวมของหนัง สำหรับต้นหอมไม่เคยรู้เรื่องราวชีวิตของพนักงานออฟฟิศมาก่อน เพราะเราไม่ได้ทำงานแบบตอกบัตรเช้ากลับเย็น พอมาทำหนังเรื่องนี้แล้ว ทำให้รู้สึกว่าชีวิตของคนออฟฟิศมันเป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนมาก ไม่ว่าจะอดทนเรื่องของงาน ฝ่าฟันรถติด และก็จะมีปัญหาเรื่องของการเงิน และรวมไปถึงเรื่องของบรรยากาศกับเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศอีก ไม่แน่ใจว่าเป็นอาชีพที่เขาเลือกหรือเป็นอาชีพที่เขาเลือกไม่ได้ และได้รู้เรื่องของวุฒิการศึกษาที่โอกาสของคนเราไม่เท่ากัน มันไม่มีเกณฑ์นอกจากความพอใจของผู้จ้างว่าฉันอยากจะจ้างคนนี้ จบจากมหา’ลัยอะไร มีใบวุฒิอะไร แต่ละบริษัทมันไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นอาชีพอย่างเราๆ การทำงานเราจะวัดจากความสามารถ ถ้าคนนี้ความสามารถโดน คาแร็คเตอร์ตรง เราจะรู้ทันทีว่าเราได้งาน แต่การไปสมัครงานออฟฟิศเราไม่รู้อนาคตตัวเองเลยว่า เราจะได้หรือไม่ได้ เพราะว่าเกณฑ์มันอยู่ที่ความพอใจของเจ้าของบริษัทเท่านั้นเอง นิยามของคำว่ามนุษย์เงินเดือน นึกถึงความอดทนเลย ต้องมีความอดทนมาก แต่ถ้ามีความสุขกับงานมันคงจะดี แต่ว่าสำหรับบางคนที่ทำไปเพราะไม่มีทางเลือก มันจะต้องอดทนตั้งแต่จะต้องมาเช้าตอกบัตร และการมาในช่วงเวลาที่รถติด ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน มันฝ่าฟันอะไรหลายๆ อย่างมาก และรู้สึกว่าทุกคนมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ ทุกคนเก่งและมีความอดทน มีความตั้งใจจริงๆ ค่ะ ฝากถึงผู้ชม ต้นหอมว่าหนังเรื่องนี้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของมนุษย์ออฟฟิศหรือมนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ สมัยก่อนถ้าเรียนจบ ที่บ้านบอกไม่เป็นครู ก็เป็นพยาบาล เป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นพนักงานบัญชี ก็จะมีอาชีพเหล่านี้ที่เป็นพนักงานเงินเดือน หนังเรื่องนี้มันเหมาะกับใครที่ทำอาชีพแบบนี้ หรือถ้าคุณไม่ได้ทำอาชีพเหล่านี้ คุณลองมาดูหนังเรื่องนี้แล้วคุณจะเข้าใจหัวอกของคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนจริงๆ ว่าเขาต้องเหนื่อยกับงาน เหนื่อยกับคนรอบข้างมากขนาดไหน คุณจะสนุกไปกับหนังเรื่องนี้โดยผ่านเรื่องราวและตัวละครต่างๆ ที่น่าจะมีซักตัวละครที่เหมือนกับคุณหรือมีประสบการณ์ร่วมกัน หนังเรื่องนี้สนุกมากค่ะ

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram