บทสัมภาษณ์ "โน้ส-อดุม ในบทบาท บรู๊คส์ <br/>นักไต่เขา จาก ยักษ์"

บทสัมภาษณ์ โน้ส-อุดม แต้พานิช พากย์เสียง บรู๊ค-นักไต่เขา ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง “ยักษ์”

การพากย์เสียงแอนิเมชั่นครั้งแรกของ โน้ส-อุดม แต้พานิช ในบทบาทเล็กๆ แต่สำคัญ “มาก” “บรู๊คส์ นักไต่เขา” ผู้สอนให้รู้จักหน้าที่ของชีวิต

Q: ทราบมาว่าตัวละคร “นักไต่เขา” ของพี่โน้ส ในแอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” นี้เป็นอีกหนึ่งบทที่พิเศษสุดๆ มีความสำคัญมากกับเรื่องแม้จะเป็นบทรับเชิญ อยากให้ช่วยพูดถึงบทบาทนี้สักนิด N: ผมอุดม แต้พานิชนะครับ ก็ได้รับมอบหมายให้มาให้เสียงตัวละคร “บรู๊คส์” นะครับ เขาเป็นนักไต่เขาครับ ตัวบรู๊คส์เป็นตัวละครเล็กๆตัวหนึ่งนะครับแต่ว่าเขาจะมาบอกสาส์นอะไรบางอย่างในเรื่องเป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่ทำให้ตัวละครหลักทั้งสองตัวนั้นได้เรียนรู้อะไรบางอย่างนะครับ เป็นคำพูดเล็กๆ สั้นๆ แต่ว่าทำให้ตัวละคร ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ ซึ่งบทสนทนาของเขาแม้จะเป็นคำพูดเล็กๆ แต่ค่อนข้างทรงพลังและมีผลต่อเรื่องครับ Q: งานนี้เป็นการพากย์แอนิเมชั่นครั้งแรกของพี่โน้ส มีความยากง่ายอย่างไรบ้างช่วยเล่าถึงประสบการณ์การพากย์ให้ฟังกันหน่อย N: งานพากย์ของผมครั้งนี้มันทำงานยากนิดหนึ่งนะครับ อย่างคนอื่นในการทำงานทีมงานเขาจะให้มีการโต้ตอบเหมือนละครเวทีแล้วค่อยให้วาดการ์ตูนเป็นแอนิเมชั่นตามบท แล้วทำการขยับปากตามการเคลื่อนไหวของนักแสดง ออกเป็นภาพมาตามเสียง แต่ตัวละครของผมภาพมาก่อนแล้วผมก็มาพากย์ จะยากในการไล่งับจับจังหวะและแสดงอารมณ์ มันก็เหมือนการพากย์หนังในสมัยโบราณน่ะครับ แต่มันเกิดขึ้นเฉพาะตัวละครของผมนะ ไม่รู้ทำไมครับ (หัวเราะ) งานจะยากเพราะผมต้องมาลงเสียงให้ตรงปากแล้วทีนี้มันเป็นตัวการ์ตูนด้วยการ์ตูนปากมันจะไม่เหมือนคนเราพูดมันจะอ้าปากกว้างๆ ดีแต่ว่ามุขไม่ค่อยเยอะครับ Q: ตัวละครตัวนี้ทางทีมงานแจ้งมาว่าสร้างขึ้นมาจากตัวพี่โน้สเลย อย่างนี้ตอนพากย์ได้ใส่ความเป็นตัวเองให้กับตัวละคร
บ้างรึเปล่า
N: ทางทีมงานก็บอกผมว่าสร้างมาจากผม ก็ดูแล้วหน้าคล้ายๆเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ทางโปรดิวเซอร์เขาอยากได้แบบนั้นน่ะครับ เขาบอกว่าเขานึกถึงเรา ทีนี้ผมก็ลองพากย์ให้เค้าหลายแบบเลือกให้เขาไปดูหลายแบบ ดูว่าเขาชอบแบบไหน ทั้งแบบคนแก่มีอายุ คนใต้ นักเลงปากซอย เขาก็ลองเลือกดูนี่ผมก็ไม่รู้นะครับว่าโปรดิวเซอร์จะเอาแบบไหนนะครับ (หัวเราะ) Q: ปกติเป็นคนที่ชอบแอนิเมชั่นไหมและคิดอย่างไรกับแอนิเมชั่นไทยบ้าง โดยเฉพาะเรื่อง “ยักษ์” มีจุดเด่นหรือความน่าสนใจต่างจากเรื่องอื่นอย่างไร N: ผมชอบดูแอนิเมชั่นโดยเฉพาะของค่ายจิบลิครับ เรื่องโปรดคือเรื่อง Spirited Away ผมชอบแอนิเมชั่นญี่ปุ่นครับส่วนแอนิเมชั่นไทยครั้งล่าสุดที่ได้ดูก็สุดสาครนะ (หัวเราะ) พูดเล่นๆ ครับ ผมอยากดูเรื่องยักษ์นี้มากครับ รอเรื่องนี้มาหลายปี เห็นว่าทำมา 6 ปีแล้ว แล้วก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนะครับถึงแม้มันจะเป็นส่วนเล็กๆ นะครับ ผมว่าบ้านเราน่าจะมีหนังแอนิเมชั่นอย่างนี้เยอะๆ นะครับ จุดเด่นของเรื่องนี้ ผมชอบตรงที่เอาตัวละครจากวรรณคดีมาประยุกต์อันนี้ผมว่าน่าสนใจมากๆ ครับ เรื่องยักษ์นี้นะครับก็จะเป็นแอนิเมชั่นที่ผมว่าจะฝากมุมดีๆ เกี่ยวกับ “มิตรภาพ”แล้วก็ “หน้าที่”ของเราไว้ให้คิด อันนี้น่าสนใจมากอยากให้ลองมาดูกันนะครับ Q: เมื่อได้ยินคำว่า “ยักษ์” แล้วนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก และยักษ์ตัวแรกที่พี่โน้สรู้จักคืออะไร N: ถ้าได้ยินคำว่ายักษ์ก็จะนึกถึงความดุร้าย มีเขี้ยว ผมคิดว่าคนจะรู้สึกคล้ายๆกันนะ ดุร้ายมีเขี้ยวขี้โมโหส่วนยักษ์ตัวแรกที่รู้จักก็คือยักษ์วัดแจ้งวัดโพธิ์ (จากหนังเรื่อง ท่าเตียน) เป็นหนังที่ดูมายุคเดียวกับหนังพวกหนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์น่ะครับ Q: ในเรื่องราวของ “ยักษ์” จะมีประเด็นหลักเกี่ยวกับมิตรภาพ อยากถามว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง “มิตรภาพ” กับ “หน้าที่” จะเลือกอย่างไหน N: โหอันนี้ยากนะ อันนี้เป็นคำถามที่ดีนะ ถ้าต้องเลือกระหว่างมิตรภาพกับหน้าที่ มันลึกซึ้งนะมันมีมิตรภาพอยู่หลายระดับทั้ง คนรู้จัก เพื่อน เพื่อนสนิท ญาติพี่น้อง พ่อตัวเอง แม่ตัวเอง (หัวเราะ) อะไรอย่างนี้มันมีสัดส่วนในการที่เราต้องตัดสินใจด้วยนะอันนี้เลือกตอบยากจริงๆ ครับคงขึ้นอยู่กับแค่ละคนจะเลือกครับ Q: ในเรื่องนี้ยังมีเรื่องราวของคนที่รบกันมาหลายล้านชาติ แล้วมาเจอกันใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก คิดว่าคนที่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อนจะสามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ไหม N: ได้สิ ได้จริงๆ เคยทำมาแล้วด้วยครับ ศัตรูเปลี่ยนมาเป็นมิตรได้จริงๆ แต่ว่าใครคนหนึ่ง ใครสักคนในนั้นต้องยอมครับ มันเป็นเคล็ดลับเลยนะหนึ่งในนั้นต้องยอม มันเหมือนพี่ว่ามันเหมือนบางทีเหมือนสามีภรรยาในครอบครัวทะเลาะกันแต่เรื่องมันจะจบเลยถ้าอีกคนยอม ศัตรูเป็นมิตรได้แน่นอนถ้าทั้งสองฝ่ายต่างพากันยอมมันเกิดมิตรภาพแน่นอน นี่ก็รออะไรสักฝ่ายในประเทศยอมอยู่นะเนี่ย (หัวเราะ) ยักษ์จะได้น้อยลง ขอบคุณครับ

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram