เก็บทุกรายละเอียด!! กว่าจะเป็นอียิปต์โบราณ ตามตำนานอะพอคคาลิปส์ และจตุรอาชา ทีมสร้างต้องศึกษาอะไรบ้าง?

เก็บทุกรายละเอียด!! กว่าจะเป็นอียิปต์โบราณ
ตามตำนานอะพอคคาลิปส์ และจตุรอาชา ทีมสร้างต้องศึกษาอะไรบ้าง? 

 

 

นักออกแบบงานสร้างผู้ชนะรางวัลออสการ์ แกรนต์ เมเจอร์ (ไตรภาค THE LORD OF THE RINGS) ร่วมกับทีมงานฝ่ายศิลป์ผู้มีความสามารถ นำโดยหัวหน้าผู้กำกับศิลป์ มิแชลล์ ลาลิแบร์เต (X-MEN: DAYS OF FUTURE PAST) และนักตกแต่งฉากผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ แอนน์ คูลเจียน (DIVERGENT) ได้เข้ามารับภาระหนักในการดูแลการออกแบบ การสร้างสรรค์ และการก่อสร้างฉากเกือบหกสิบฉากในหนังเรื่องนี้ รวมถึงการออกแบบและกำกับศิลป์ในสถานที่ถ่ายทำจริงซึ่งตั้งอยู่ภายในและโดยรอบเขตเมืองมอนทรีออล

สำหรับเมเจอร์ ความท้าทายสำคัญประการแรกคือการสร้างอียิปต์ยุคโบราณและยุคใหม่ ส่วนอันดับสองที่ตามมาติดๆ ก็คือการรักษาแนวทางการออกแบบที่มีรายละเอียดมากมายในงานคอมิกและหนังเอ็กซ์เมนภาคก่อนๆ  เพื่อเป็นการ “ให้เกียรตินักออกแบบที่เคยทำงานมาก่อนหน้าผม” เมเจอร์กล่าว “รวมถึงงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของคฤหาสน์เอ็กซ์ และเครื่องเซเรโบรซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างละเอียด” สำหรับวิหารของชาวอียิปต์นั้น ทีมออกแบบได้รับคำปรึกษาด้านข้อมูลจากนักอียิปต์วิทยา
 โดยเมเจอร์มีรายการคำถามยาวเหยียด เช่นว่า เทพเจ้าองค์ไหนเกี่ยวข้องกับจตุรอาชาคนใด จะนำเสนอพวกเขาอย่างไร และสัตว์ประเภทไหนที่ตรงกับพลังที่พวกเขามี นักอียิปต์วิทยาได้เขียนอักษรอียิปต์โบราณให้เขา โดยเป็นข้อความที่สะท้อนเรื่องราวและใช้เป็นองค์ประกอบในการตกแต่งวิหาร ฉากวิหารแห่งนี้ยังมีรูปปั้นขนาดยักษ์สี่ตัวอีกด้วย อักษรโบราณทั้งหมดวาดด้วยมือในขนาดเล็กมาก่อนจากนั้นจึงทำการลอกลายแล้วตัดด้วยเครื่อง C & C “ตามเส้นที่วาดไว้บนแผ่นสไตโรโฟมเพื่อให้ช่างแกะสลักมีจุดอ้างอิง” เมเจอร์อธิบาย “เรามีทีมงานใหญ่ ทุกคนทำงานกับแผ่นโฟมพวกนี้อยู่นานหลายเดือน ทั้งงานแกะสลักและงานฉาบก่อนที่ช่างทาสีจะเข้ามาทำงานต่อ โชคดีครับที่เราเริ่มทำกันตั้งแต่เนิ่นๆ”    

ลาลิแบร์เตกล่าวว่าฉากการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ทำให้หนังภาคนี้แตกต่างจากภาคก่อนๆ “ความท้าทายในการเล่าเรื่องราวการทำลายล้างโลกก็คือการทำทุกอย่างให้ดูงดงามแล้วทำลายมันซะ” เขาอธิบาย ในฉากใหญ่ฉากหนึ่งของหนัง อะพอคคาลิปส์สร้างปิรามิดขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่กลางกรุงไคโรยุคปี 1983 เมเจอร์พบโรงงานเก่าแห่งหนึ่งซึ่งกำลังจะถูกรื้อถอนในเขตเมืองมอนทรีออล “เราพังอาคารลงมาจริงๆ และรื้อถอนบริเวณโดยรอบ ค่อยๆ สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกทำลายขึ้นมาทีละชั้นๆ” เมเจอร์กล่าว

 

 

ความท้าทายในการออกแบบเอฟเฟ็กต์แต่งหน้าให้อะพอคคาลิปส์คือการไม่ทำให้ออสการ์ ไอแซ็ค ถูกกลืนหายไป ในตอนแรกการแปลงโฉมเขาใช้เวลาสามชั่วโมงครึ่ง แต่เมื่อฝึกฝนไปเรื่อยๆ ทีมงานสองคนก็สามารถลดเวลาลงมาเหลือชั่วโมงครึ่ง

เอฟเฟ็กต์แต่งหน้าของตัวละครตัวนี้มีชิ้นส่วนบริเวณหน้าผาก จมูกและแก้ม กรามและคาง ศีรษะ คอ และแม้กระทั่งหมวกปิดศีรษะ “ส่วนเดียวที่ไม่ถูกปกคลุมก็คือลูกตาของไอแซ็ค” ผู้ออกแบบการแต่งหน้าเฉพาะทาง ไบรอัน ไซพ์ กล่าว “ด้วยการใช้ชิ้นส่วนคลุมศีรษะและลำคอ รวมถึงเครื่องแต่งกายอีกยี่สิบชิ้น กระบวนการทั้งหมดนี้ก็เลยเหมือนการต่อภาพจิ๊กซอว์ขนาดยักษ์” เขาเสริม ส่วนหนึ่งที่โดดเด่นในงานออกแบบอะพอคคาลิปส์คือ “เกลียวเดรดล็อค” ที่ดูคล้ายโลหะ ความท้าทายอยู่ที่การทำชุด “ให้ดูยิ่งใหญ่บนร่างกายคนธรรมดา ขณะเดียวกันก็ช่วยให้นักแสดงเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและทรงตัวได้ดี” ไซพ์กล่าว ทีมงานยังต้องช่วยให้ไอแซ็คเย็นสบายในสภาพอากาศร้อนชื้นของมอนทรีออลในช่วงฤดูร้อน “เราใช้ระบบที่เรียกว่าคูลเชิ้ต” ไซพ์กล่าวต่อ “มันเป็นระบบทำความเย็นคล้ายกับที่นักแข่งรถใช้กัน ออสการ์ได้ต่อท่อเข้ากับน้ำเย็นตลอดเวลาที่ไม่ได้ถ่ายทำอยู่เพื่อรักษาอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกินไป”

ทีมงานใช้กระบวนการพิเศษในการสร้างเสียงของอะพอคคาลิปส์ ซิงเกอร์อธิบายว่า “เราใช้เสียงของออสการ์ตลอด แต่ในขั้นตอนการอัดเสียงเพิ่มเติม นอกเหนือจากการใช้ไมโครโฟน Sennheiser แบบมาตรฐานแล้ว ผมยังวางไมค์เบสใกล้แก้มด้านขวาและวางไมค์กระเดื่องไว้ใกล้แก้มด้านซ้ายเหมือนไมค์สำหรับนักดนตรี เพื่อที่ผมจะได้ดึงเอาโทนเสียงซึ่งปกติแล้วหูคนเราไม่ได้ยินออกมา พอมีไมโครโฟนสามตัวจ่ออยู่ที่หน้า ออสการ์ก็เลยต้องวางศีรษะให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตลอดเวลา”

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram