7 เรื่องเบื้องหลังภาพยนตร์มีเขี้ยว Wolves!

7 เรื่องเบื้องหลังภาพยนตร์มีเขี้ยว Wolves! 

 

หลังจากผ่านงานเขียนบทภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังอย่าง เอ็กซ์เม็น (X-Men) และ วอทช์เม็น (Watchmen) คราวนี้ เดวิด เฮเตอร์ (David Hayter) ขอลองขึ้นแท่นผู้กำกับหนังครั้งแรกในชีวิตกับภาพยนตร์มนุษย์หมาป่าแอคชั่นเลือดพล่าน Wolves โดยเฮเตอร์ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Moviefone ของฝั่งแคนาดาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับเขา โดยเฉพาะเทคนิคการแต่งหน้าพิเศษที่ต้องลงบนตัวนักแสดงให้สมจริงที่สุด งานนี้เฮเตอร์จัดเต็มเพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด และนี่คือ 7 เรื่องเบื้องหลังภาพยนตร์มนุษย์หมาป่าเขี้ยวดุเรื่องนี้!

 

 

Big Bad Wolf: หมาป่าตัวร้ายจอมโหด
 

Wolves เล่าเรื่องราวของ เคเดน (ลูคัส ทิลล์) เด็กหนุ่มนักฟุตบอลระดับโรงเรียนผู้เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง แต่แล้วชีวิตของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อเขาค้นพบความจริงบางอย่างเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตนเอง ซึ่งคำตอบนั้นรอเขาอยู่ที่ลูปิน ริดจ์ เมืองที่สืบทอดโดยตระกูลมนุษย์หมาป่านั่นเอง

เจสัน โมมัว นักแสดงร่างกำยำจากบท คาร์ล โดรโก้ (Khal Drogo) ในภาพยนตร์ซีรี่ย์สุดฮอตอย่าง “เกมส์ ออฟ โทรน (Game of Thrones)” ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ในบทของ คอนเนอร์ มนุษยหมาป่าเจ้าถิ่นสุดป่าเถื่อนที่คอยควบคุมเมือง

เจสันกล่าวถึงตัวละครของเขาว่า 
“คอนเนอร์เป็นเจ้าถิ่นตัวพ่อ ที่คอยควบคุมทุกอย่างในเมืองนี้ เขามีบริวารมากมาย และเขาก็กำลังตามหาสาวเลือดบริสุทธิ์มาเป็นภรรยา เพื่อที่เขาจะได้สืบสายเลือดมนุษย์หมาป่าต่อไป เพราะตระกูลของเขาไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์ทั้งหมด แล้วเขาก็พบสาวเลือดบริสุทธิ์คนหนึ่ง (แองเจลิน่า) คอนเนอร์อยากได้เธอ และเขาพร้อมจะจัดการกับทุกคนที่ขวางทาง ผมไม่ชอบแบบนั้นเลย แต่แล้วเรื่องก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งทุกอย่างนั้นเดวิดเขาออกแบบไว้หมดแล้วล่ะ”

 

 

 

Unleashing the Beast: ปลดปล่อยสัตว์ร้ายในตัวคุณ!
 

การกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าอาจเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับสัตว์ร้ายตัวจริง แต่สำหรับนักแสดงแล้ว ขั้นตอนการกลายร่างด้วยเทคนิคพิเศษอาจกินเวลานานและทำให้เบื่อได้ ถึงขนาดที่ว่า โมมัว ผู้รับบท คอนเนอร์ มนุษย์หมาป่าขาโหดต้องนอนราบนิ่งๆลงกับพื้นเพื่อเก็บความเย็นและทำให้ตัวเองรู้สึกสบายขณะกำลังถ่ายทำ

“คนที่จะทำให้ใส่ชุดพวกนี้แล้วรู้สึกสบายได้คือคนที่คิดคอสตูมพวกนี้ขึ้นมาอย่างเดวิด และ ลู เอลซี่”  โมมัวกล่าว 
“พวกเขาน่าทึ่งมาก พวกเขาจัดการแต่งหน้าให้ผม ซึ่งผมก็พยายามจะไม่ป่วนกองเท่าที่ทำได้ มันท้าทายมากๆเลยล่ะ ผมไม่เคยต้องเอาอะไรมาติดที่หน้า ผมเลยกังวลนิดหน่อยในตอนแรก เพราะว่ามันดึงออกไม่ได้เลย! มันมีเครื่องทำความเย็นติดตั้งในชุด ผมเป็นคนธาตุร้อนอยู่แล้ว ยิ่งอยู๋ในชุดนี้ มันร้อนเป็นบ้าเลย ไม่มีใครเชื่อผมเลย แต่ถ้าเขามาดูในชุดผมจะเห็นว่าน้ำแข็งละลายเป็นน้ำบึมเลย”

 

 

 

Strange Behaviour: พฤติกรรมแปลกของเหล่าเขี้ยวดุ
 

โมมัว ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆของมนุษย์หมาป่า ตั้งแต่การเคลื่อนไหวไปจนถึงลักษณะสำคัญของพวกมัน เขายังอ่านหนังสือ ดูสารคดี และเดินทางไปยัง The Wolf connection ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือสัตว์ชนิดนี้ เพื่อให้เขาสามารถแสดงเป็นมนุษย์หมาป่าออกมาได้สมจริงที่สุด!

“ระหว่างที่กำลังฝึกการแสดง ผมอยากจะตัวใหญ่กว่านี้มากๆ”  โมมัวกล่าว 
“ผมฝึกให้ตัวผมตัวใหญ่ดูน่ากลัวมากๆ เพราะมีฉากต่อสู้ในหนังที่ผมต้องใช้พละกำลังมหาศาล ผมต้องแบกมนุษย์หมาป่าหลายตัวแล้วจัดการทุ่มพวกเขาลงไป เราอยากให้มันดูรุนแรงและโหดเหี้ยมที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพช้าที่ต้องแสดงให้เห็นว่า ผมทำให้มนุษย์หมาป่าตัวอื่นปลิวไปเลย เป็นพลังมหาศาลที่จัดการฆ่าพวกเขา ”

 

 

 

Nature of the Beast: ธรรมชาติของสัตว์ร้าย
 

ลืมไปได้เลยกับเทพนิยายเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่คุณเคยรู้จักอย่างใน The Wolf Man, American Werewolf in London หรือ The Howling งานนี้เฮเตอร์จัดการแหกกฏธรรมชาติของสัตว์ร้ายชนิดนี้และนำมาผสมกัน ให้หมด!

เฮเตอร์อธิบายว่า 
“ผมเอาตำนานมาเปลี่ยนใหม่หลายเรื่องเลย คราวนี้เวลามนุษย์หมาป่าจะกลายร่าง มันไม่ใช่แค่ตอนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นแล้ว ผมว่ามันเป็นอะไรที่เราต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน แล้วคุณจะกลายร่างเมื่อไรก็ได้ อะไรที่มันเป็นส่วนหนึ่งของคุณอยู่แล้ว คุณควรจะเรียกใช้มันเมื่อไรก็ได้ ไม่ว่าจะตอนที่โมโหแทบคลั่งหรือตอนที่เศร้าสุดๆ คุณควรจะสลับใช้มันได้ภายในตัวคุณเลย”

“งานนี้กระสุนเงินทำอะไรมนุษย์หมาป่าผมไม่ได้” เฮเธอร์กล่าวเสริม
“ถ้าคุณถูกยิงด้วยกระสุนเงิน ก็แค่ถูกยิงแค่นั้นเอง เรื่องในตำนานมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมาก แล้วเรื่องเวทมนตร์มหัศจรรย์ต่างๆก็น้อยลงไปด้วย จะมีแต่เรื่องของคนที่มีเลือดของหมาป่าอยู่ในตัว ผมพยายามจะสร้างออกมาให้จริงที่สุด เพื่อให้หนังออกมาดีที่สุด”

 

 

 

Evolution: วิวัฒนาการของสัตว์ร้าย
 

อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปของมนุษย์หมาป่าในฉบับของเฮเตอร์เรียกได้ว่าเป็นวิวัฒนการของสัตว์ร้ายนี้ นั่นก็คือ มันสามารถพูดคุยเหมือนคนปกติได้! ต่างจากเรื่องราวที่เราเคยรู้จัก งานนี้พวกมันจะไม่นั่งเงียบและเห่าหอนเพียงอย่างเดียวแล้ว!

“วันแรกที่ผมเขียนบทหนังเรื่องนี้ ผมคิดไว้ว่า เจ้าสัตว์โหดเหี้ยมพวกนี้จะต้องเป็นมนุษย์หมาป่า ที่เป็นมนุษย์หมาป่ามาเนิ่นนานแล้ว เพียงแต่มันสูญเสียสัญชาตญานความเป็นมนุษย์ไป มันเป็นเพียงสัตว์ประหลาดสุดร้ายกาจในคราบมนุษย์ที่อยู่บนเขาเท่านั้น” เฮเธอร์กล่าว

“แล้วผมก็ได้คุยกับ เรย์ สตีเวนสัน นักแสดงและเพื่อนของผมที่ผมเล็งให้มาเล่นเป็นคอนเนอร์ เขาตกลงตอบรับข้อเสนอเลยล่ะ แล้วผมก็มานั่งคิดว่า ถ้าให้เรย์เล่น เราจะต้องเพิ่มคาแรกเตอร์ เพิ่มบทให้กับเขา ทุกอย่างก็เลยเริ่มเปลี่ยนไป แล้วเราก็ไม่มีทุนมากพอที่จะทำเอฟเฟ็กต์ให้กับมนุษย์หมาป่า 20 ตัวได้เต็มที่ แล้วพอโปรเจกต์ Wolves นี้มาถึง เรย์ติดถ่ายเรื่อง Thor 2 ทำให้ผมเลือกเจสันแทน ซึ่งเขาทำได้มหัศจรรย์สุดๆ”

 

 

 

Hierarchy: ใครคือเจ้าถิ่น?
 

ไม่มีความเท่าเทียมในหมู่มนุษย์หมาป่า! พวกมันเกิดมาพร้อมลำดับชั้นในการปกครองที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิดของแต่ละตัว ทำให้บางตัวมีพลังมหาศาลมากกว่าตัวอื่น ซึ่งนั่นหมายถึง “อำนาจ” ในการสร้างกฏเกณฑ์การปกครองมนุษย์หมาป่าตัวอื่นนั่นเอง

เฮเธอร์เล่าว่า “คุณมีมนุษย์หมาป่าอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือ แบบคลาสสิคในตำนาน ถ้าคุณโดนกัดหรือข่วน คุณก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า แต่พลังก็จะไม่แกร่งกล้าพอ อีกประเภทคือ คุณเกิดมาพร้อมพลังนั้น คุณคือสิ่งที่เราเรียกว่า “พวกเลือดบริสุทธิ์” ทำให้คุณกลายร่างเป็นหมาป่าได้ 100%”

เฮเธอร์เสริมว่า 
“ยิ่งไปกว่านั้นคือ คุณมีเชื้อสายสืบโดยตรงจากพวกเลือดบริสุทธิ์ ทำให้คุณมีมนุษย์หมาป่าบางตัวที่ร่วมกับคอนเนอร์บนเขา แล้วกลายเป็นพวกจอมโหดร้ายกาจ กับอีกพวกหนึ่งที่อาศัยในเมือง ที่อาจจะไม่อยากกลายร่างอีกเลยก็ได้ แต่ยังไง พวกเขาก็มีเลือดเนื้อของมนุษย์หมาป่าอยู่ดี ทำให้เกิดศึกระหว่างมนุษย์หมาป่ารักสงบและมนุษย์หมาป่าขาโหดขึ้น”

 

 

 

 

Killer Instincts: เลือดนักฆ่าพลุ่งพล่าน
 

แฟนๆหนังสยองขวัญหลายคน พากันให้เรทภาพยนตร์เรื่อง “Wolves” อยู่ที่ PG-13 (เรทภาพยนตร์ในอเมริกาที่แสดงว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ และเหมาะสำหรับเด็กอายุ 13 ขึ้นไป) เพื่อดึงเอากลุ่มวัยรุ่นที่เป็นเป้าหมายหลักได้มีโอกาสรับชม แตกต่างจากความคิดของ เฮเธอร์ ผู้กำกับที่เค้ามองว่าเรื่องนี้ควรอยู่ในเรท R ซึ่งหมายถึงภาพยนตร์ที่มีฉากเต็มไปด้วยเลือดหรือฉากอันตรายนั่นเอง

เฮเธอร์กล่าวว่า 
“ถ้าคุณดูฉากที่เรากำลังถ่ายทำตรงนั้น คุณบอกได้เลยว่า ไม่ใช่เรท PG-13 แน่นอน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมหนังที่เกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าถึงไม่ใช้เรท R เป็นอย่างน้อย อย่างตอนที่ผมดูหนังสุดเจ๋งของแมทธิว วอฮอร์น (Matthew Vaughan) เรื่อง คิก แอส (Kick-Ass) มันสดชื่นมากที่ได้เห็นหนังที่ทำจากหนังสือการ์ตูนแบบโหดเต็มรูปแบบอย่างไม่เกรงกลัว ความรุนแรงในหนังมันมีพลัง เหมือนต้นแบบ และมันเท่มาก เหมือนกับที่เราเคยทำในหนังเรื่อง เอ็กซ์เม็น ที่ผมบอกตอนนั้นว่า วูล์ฟเวอรินเป็นมนุษย์ที่มีกรงเล็บยาว 9 นิ้วฝังในมือ คนจะต้องถูกแทง ถูกเฉือนนะ ซึ่งนั่นเป็นธรรมชาติของพวกเขา”

เมื่อพูดถึงหนังเรื่องนี้ เฮเธอร์กล่าวว่า 
“มันคือศึกของมนุษย์หมาป่า พวกมันมีเขี้ยว กรงเล็บ ร่างกายขนาดใหญ่ นั่นแหละ ผมยินดีที่จะบอกว่านี่ไม่ใช่หนังสยองขวัญ แต่มีคนถูกเฉือน ถูกแล่นะ โดนปาดคอ ถูกกัด มันโหดร้ายอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งผมคิดว่า กลุ่มคนดูหลักของผมต้องอยากได้หนังแบบนี้แน่นอน”

 

แล้วใครจะเป็นผู้ชนะสงครามรักษาเผ่าพันธุ์ครั้งนี้?!
ตามติดได้ใน Wolves สงครามพันธุ์ขย้ำ 15 มกราคม !!

 

ตัวอย่างภาพยนตร์ Wolves : สงครามพันธุ์ขย้ำ

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram