โคตรซับซ้อน!! แม่หม้ายขาว เป็นลูกสาวของตัวละครนี้ ใน Mission: Impossible ภาคแรก

 

จักรวาลอีธาน ฮันท์ เฉลยจุดเชื่อมโยง Mission: Impossible – Fallout กับภาคอื่น

 

 

                กว่า 22 ปีที่ทั่วโลกได้รู้จักกับสายลับอีธาน ฮันท์ สายลับอเมริกันผู้รับหน้าที่ปฏิบัติภารกิจที่แทบทุกคนลงความเห็นว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เขาคนนี้ทุ่มเททุกสิ่งอย่างจนมันสำเร็จ กลายเป็นอีกหนึ่งที่สุดภาพยนตร์แอ็คชั่นที่อยู่คู่กับวงการมายาวนาน ล่าสุดกับการกลับมาเป็นครั้งที่ 6 ของทอม ครูซในบทบาทภาพจำของเขาใน Mission: Impossible – Fallout ที่เป็นการฉีกขนบเดิมของเฟรนไชส์นี้ ทั้งการนำเอาผู้กำกับคนเดิมมาดำเนินงานอีกครั้งอย่างคริสโตเฟอร์ แมคไควรี และการสร้างเรื่องราวสายต่อจากภาคก่อน แทนที่จะเริ่มต้นใหม่โดยไม่เกี่ยวกันเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเชื่อมโยงที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย วันนี้เรารวบรวมมาแล้วจะมีอะไรบ้างไปดูกัน

 

ไวท์วิโดว์ กับ ตัวละคร แม็กซ์ จาก Mission: Impossible ปี 1996

                ใน Mission: Impossible – Fallout เราได้รู้จักตัวละครใหม่ที่น่าสนใจมากกับ ไวท์วิโดว์ รับบทโดย วาเนสซ่า เคอร์บี้ นักแสดงผู้รับบทนายหน้าผู้เป็นตัวเชื่อมในวงการอาชญากรรม ทั้งเสน่ห์อันแสนเย้ายวน บวกกับชั้นเชิงในแผนการอันแสนร้ายกาจ ทำให้เธอเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ไวท์วิโดว์ มีความเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึง Mission: Impossible ภาคแรกในปี 1996 เชื่อมกับตัวละคร Max พร้อมเฉลยว่าเธอคือลูกสาวของตัวละครตัวนี้

                Max ในเวอร์ชั่นปี 1996 นั้นรับบทโดย วาเนสซ่า เรดเกรฟ เธอเป็นตัวละครลักษณะคล้ายคลึงกับไวท์วิโดว์ บทบาทการพบกันระหว่างเธอและอีธาน ฮันท์ก็แทบไม่ต่างกัน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนอกจากเสน่ห์และความสวยงามแล้ว เธอยังเป็นตัวละครที่มีสีเทาในตัว นั่นคือไม่ได้ดีจนโลกสวย แต่ก็ไม่ได้ร้ายกาจจนเป็นวายร้ายแต่อย่างใด

 

วายร้ายหน้าเก่าจาก Mission: Impossible – Rouge Nation

                ในภาคที่แล้วเมื่อปี 2015 Mission: Impossible – Rouge Nation ได้แนะนำให้เรารู้จักกับวายร้ายที่สมน้ำสมเนื้อกับอีธาน ฮันท์มากที่สุด กับ โซโลมอน เลน อดีตสายลับ MI6 จากประเทศอังกฤษ ผู้ไม่เชื่อมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นสายลับอีกต่อไป ก่อนจะพลิกกลับมาเป็นผู้สร้างความวุ่นวาย และการนองเลือดเพื่อแสวงหาสันติภาพในรูปแบบของตัวเอง ภายใต้ชื่อองค์กร The Syndicate เขาถูกจับเป็นด้วยฝีมือของอีธานในตอนจบของภาคนี้ แต่นั่นกลับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง

                เมื่อใน Fallout แผนการของโซโลมอน เลนยังคงดำเนินต่อไป ความร้ายกาจยังคงปกคลุมไปทั่วโลก พร้อมกับพันธมิตรหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามโซโลมอน เลนกลับไม่ใช่วายร้ายหลักของภาคนี้ จะเป็นใครต้องไปติดตามดูในภาพยนตร์ และนั่นคือความเชื่อมโยงของภาพยนตร์เรื่องนี้จากภาคที่แล้ว

 

                การกลับมาของสมาชิกทีมที่แสนคุ้นเคย

                เอกลักษณ์ของเฟรนไชส์ Mission: Impossible ตั้งแต่เวอร์ชั่นซีรีส์คือการที่ในแต่ละตอน หรือแต่ละภาคจะเปลี่ยนสมาขิกร่วมทีมจของอีธาน ฮันท์ไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างความสดใหม่ของภาพยนตร์ แต่ใน Mission: Impossible – Fallout นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นี่นับได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่รวมเอาตัวละครเก่า ๆ จากภาคก่อน ๆ มารวมทีมกันมากที่สุด แม้ว่าเจเรมี เรนเนอร์ ในบทวิลเลียม แบรนต์จะไม่สามาถมาปรากฎตัวได้ แต่ยังมีตัวละครอีกมากมายมาร่วมทีมกู้วิกฤตที่เป็นไปไม่ได้นี้ด้วยกัน

                ไม่ว่าจะเป็นรีเบคก้า เฟอร์กูสัน ในบทอิลซ่า สายลับอังกฤษผู้มีเหตุผลเบื้องหลังการกลับมา, ไซมอน เพ็กก์ กับบทสีสันอย่าง เบนจี้, วิง ราเมส ในบทแฮกเกอร์ร่างใหญ่ ลูเธอร์ , อเล็ก บอลวิน ในบท อลัน ฮันลีย์ กับหน้าที่ใหม่ในฐานะเลขาธิการ IMF และที่สำคัญที่สุดคือการกลับมาของอดีตภรรยาของอีธาน ฮันท์ อย่าง มิเชล โมนาแฮนน์ ในบท จูเลีย

 

                การกลับมาไต่เขาอีกครั้งของอีธาน ตั้งแต่ Mission: Impossible II

                ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 ในฉากเปิดตัวของ Mission: Impossible II ในฉากเปิดตัวเราได้เห็นอีธาน ฮันท์ปีนเขาสูง สร้างความหวาดเสียวกันตั้งแต่ต้นเรื่อง ในตอนนั้นทอม ครูซ อายุเพียงแค่ 38 ปี การโชว์ความแข็งแรงขนาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ในปี 2018 นี้ กับ Mission: Impossible – Fallout ทอม ครูซในวัย 56 ปี เขาได้กลับมาปีนเขาอีกครั้งโดยไม่ใช่นักแสดงแทนกับการปีนเขาเสี่ยงตายในประเทศแคชเมียร์ หลังจากฉากไล่ล่าสุดดุเดือดและบ้าระห่ำที่สุด กับการขับเฮลิคอปเตอร์ไล่ล่ากลางเวหา นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฉากที่เหมือนเป็นลายเซ็นต์ของเขาคนนี้

               

Source: thrillist

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram