จุดกำเนิดหนังสยองขวัญแนวใหม่ 'Unfriended' หลอนคนทั้งโลกโซเชียล

จุดกำเนิดหนังสยองขวัญแนวใหม่ 'Unfriended'
หลอนคนทั้งโลกโซเชียล

 

 

Unfriended  ภาพยนตร์แนวใหม่ในโลกสยองขวัญ มีจุดกำเนิดที่น่าสนใจอย่างมาก...คืนหนึ่ง มือเขียนบท/ ผู้อำนวยการสร้าง เนลสัน กรีฟส์ และผู้อำนวยการสร้างบริหารร่วม อลัน คามูอิ ผู้บริหารอีกคนจากบริษัท เบซีเลฟส์ ของเบ็กแมมบีทอฟ ได้นั่งล้อมวงกันอยู่ในออฟฟิศเพื่อระดมความคิดสำหรับโปรเจ็กต์ใหม่ๆ และมีการพูดคุยกันถึงไอเดียเกี่ยวกับเรื่อง Unfriended ขึ้นมาอีก กรีฟส์เล่าว่า “เราคุยกันว่า ‘จะเป็นไงถ้าเรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญ’ ในตอนนั้น ผมคลิ๊กกับไอเดียนี้เลยนะ ภาพยนตร์ที่เป็นการนำเอาภาพฟุตเตทจริงมาใช้มีความน่ากลัวเพราะว่ามันมีข้อห้ามและข้อจำกัด และอะไรจะมีข้อจำกัดมากไปกว่าการติดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อคุณถูกโจมตีและรู้สึกหวาดกลัว” 

 

มาเล่นเกมกันมั้ย?? แคสนักแสดงแหวกแนวที่สุด 

 

ทีมนักแสดงหลักของ Unfriended ประกอบด้วยตัวละครหกตัวที่ติดอยู่ในเกมแมวจับหนู  เมื่อ บิลลี่ ทรมานพวกเขาด้วยความลับที่พวกเขาคิดว่าไม่มีใครรู้ และผลักดันให้ต้องกระทำสิ่งที่น่ากลัว การทำงานด้วยเวลาที่จำกัด แคสติ้งไดเร็คเตอร์ จอห์น แม็คอลารี่ เลือกนักแสดงที่มีพรสวรรค์เข้ามาออดิชั่นบท แต่ในไม่ช้าเหล่านักแสดงต่างได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่การออดิชั่นบทแบบธรรมดาๆ ในตอนแรก ทีมงานให้นักแสดงมาอ่านบทกับพวกเขาในห้อง แต่ไม่นาน ก็เห็นชัดเจนว่าพวกเขาต้องออดิชั่นต่อหน้าคอมพิวเตอร์ ดังนั้น กระบวนการคัดเลือกนักแสดงจึงเกิดขึ้นแบบนั้น ในสองห้องที่ต่างกัน ผ่านวิดีโอแชต และทีมนักแสดงได้รับเลือกโดยอิงจากการออดิชั่นเหล่านั้น เมื่อพวกเขาได้รวบรวมนักแสดงที่เล็งเอาไว้แล้ว แกเบรียดซี่และทีมงานหลักเริ่มกระบวนการจับเล็กผสมน้อย ซึ่งพวกเขาจะนำกลุ่มนักแสดงกลุ่มละหกคน และให้พวกเขาแสดงฉากหนึ่งด้วยกัน โดยในกลุ่มหนึ่ง แต่ละคนจะถูกขอให้ค้นหาบุคลิกของตัวละครของพวกเขาและสถานะในกลุ่มนั้นๆ อันที่จริง เป็นเรื่องสำคัญมากที่นักแสดงแต่ละคนจะต้องไหลไปตามน้ำกับการด้นมุขสด และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ หลังจากนั้น กลุ่มนักแสดงหกคนสุดท้ายก็ถูกเลือก  

 

 

เมื่อทีมนักแสดงหลักหกคนเข้าที่ และพร้อมเดินหน้าถ่ายทำ ทั้งผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างของ Unfriended รู้สึกว่าบทภาพยนตร์ในเวลานั้น ยังไม่อาจมีชีวิตได้อย่างที่พวกเขาต้องการและยังไม่สามารถแปลงไปขึ้นจอได้ พวกเขาจึงตัดสินใจผลักดันสิ่งที่พวกเขาอยากให้มันเป็นออกไปอีก นั่นก็คือกลุ่มเพื่อนที่แชตกันผ่านสไกป์ และต้องหวาดกลัวเพราะการเข้ามาของนักเลงไซเบอร์ การจะทำเช่นนั้นได้ พวกเขาต้องเจาะลึกเข้าไปในทักษะการด้นมุขสดของนักแสดง 
วิธีการถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่องนี้ สมาชิกในทีมนักแสดงจะถูกแยกจากกัน โดยแต่ละคนจะทำงานจากแล็ปท็อปในห้องที่แยกจากกันในบ้านหลังหนึ่งในซานตา แคลริต้า, แคลิฟอร์เนีย อย่างไรก็ดี พวกเขาต้องมีปฏิกริยาตอบโต้กันราวกับอยู่ในห้องเดียวกัน ซึ่งหมายถึงแต่ละเทกจะแตกต่างกันเล็กน้อย มันเหมือนการถ่ายเก็บการแสดงละครสด และแต่ละคนจะมีกล้องที่คอยจับภาพเขาหรือเธอ

 

 

ในเมื่อไม่มีความชัดเจน การถ่ายทำหลายต่อหลายเทกจึงเกิดขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซิดแมน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพ ได้สร้างเครือข่ายพิเศษขึ้นมาเพื่อทีมงานและนักแสดง เพื่อให้ติดต่อสื่อสารกันและถ่ายทำด้วยกล้องโกโปรของพวกเขาถึงแม้นักแสดงแต่ละคนจะแยกกันอยู่คนละห้อง แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้หยุดพัก พวกเขาจะกลับมารวมตัวกันและพูดคุยกันว่าจะแสดงให้ต่างออกไปอย่างไร แม้ระหว่างถ่ายทำ เมื่อได้พักสั้นๆ ทีมนักแสดงก็จะออนไลน์ทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำความรู้จักกัน เพลท์ซเล่าว่า “เราจะไปที่กองถ่ายทุกวัน และกินอาหารเช้าด้วยกัน จากนั้นพวกเราก็จะแยกห้อง คุยกันผ่านคอมพิวเตอร์ นั่นคือที่ที่เราต้องเชื่อมต่อกัน เพราะเราใช้เวลาเกือบวันละ 10 ชั่วโมงอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

จากนั้นเราทุกคนก็จะกลับมาเจอกันตอนกินอาหารกลางวัน แล้วก็กลับไปคุยกันทางคอมพิวเตอร์อีก”ตลอดการถ่ายทำ ทีมนักแสดงต่างเข้าใจดีว่า จากทุกแง่มุมของการถ่ายทำ การให้ความร่วมมือคือกุญแจสำคัญ วิสอ็อคกีกล่าวว่า “ส่วนที่ดีที่สุดก็คือการร่วมมือกัน เนลสันกับลีโอยอมรับฟังความคิดและไอเดียของพวกเรา มันคือสภาพแวดล้อมที่คอยช่วยเหลือกัน พวกเขากล้าที่จะตัดสินใจทำเรื่องที่กล้าหาญ”

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram