ทอม เฟลตัน หายไปไหน เผยสาเหตุ สื่อฮอลลีวู้ดมองเขายังไงทำไมถึงไม่ค่อยมีงาน

 

เรารู้จัก Harry Potter ที่แต่งแต้มด้วยสีสันและพัฒนาการของตัวละครมาอย่างยาวนาน เราเห็นพวกเขาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ตั้งแต่ยังแก่นเซี้ยวแบบเด็ก ๆ จนเติบโตและมืดหม่นขึ้นในภาคสุดท้าย ก่อนที่จะค่อย ๆ เลือนหายไปจากวงการฮอลลีวู้ด บางคนเราอาจจะเห็นไปโลดแล่นในแนวภาพยนตร์อินดี้ ในขณะที่บางคนก็โด่งดังในบทเจ้าหญิงแห่งดิสนีย์ แต่ทอม เฟลตัน หรือเดรโก มัลฟอยกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เขาหายไปไหน? ข้างล่างนี้คือเหตุผล

 

 

เขามีความรู้สึกที่ไม่ดีกับการใช้ชีวิตในวงการบันเทิง

                นักแสดงหลายคนที่เข้าสู่วงการตั้งแต่ยังเด็ก ต่างก็ต้องประสบปัญหาชีวิตวัยเด็กที่ถูกช่วงชิงไป เพราะพวกเขาต้องเอาเวลาช่วงนั้นมาทำงาน กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ยิ่งกับการได้เป็นตัวละครนำในภาพยนตร์เฟรนไชส์ฟอร์มยักษ์ต่อเนื่องถึง 8 ครั้งด้วยแล้ว ทุกอย่างยิ่งดูเลวร้าย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับทอม เฟลตัน เรื่องทั้งหมดถูกเก็บเงียบ จนกระทั่งในระหว่างการโปรโมท Harry Potter ภาคสุดท้าย เขาก็ได้เปิดเผยความรู้สึกสุดเจ็บปวดว่า

                “อย่างหนึ่งที่คนมักจะพูดกับผมอยู่เสมอคือ ชื่อเสียงและเงินทองมันถูกสร้างขึ้นมาจากชีวิตวัยเด็กของผม แต่ความคิดที่ว่าการเอาเงินไปตีค่าชีวิตวัยเด็ก มันน่าตลก สำหรับผม ชื่อเสียงมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย แนวคิดเรื่องการมีชื่อเสียงว่ามันดีกว่าความเป็นจริง มันรู้สึกเยี่ยมครับเวลาที่คุณได้ไปงานรอบปฐมทัศน์แล้วมีผู้คนคอยสนับสนุนคุณ แต่มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย”

 

เขาลองเปลี่ยนไปสายงานอื่น แต่...ไม่ประสบความสำเร็จ

                หลังจากจบภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter อย่างที่กล่าวว่านักแสดงหลายคนก็พักเบรกจากการแสดง เช่น เอ็มม่า วัตสัน ที่พักเบรกจากการแสดงไปเรียนมหาวิทยาลัยให้จบ พร้อมกับพักความเป็นเฮอร์ไมโอนีเอาไว้เบื้องหลัง ส่วนทอม เฟลตันนั้นเลือกจะที่แหวกกว่าคนอื่นสักหน่อย งานแรกที่เขาเลือกจะทำหลังจากจบแฮร์รี พอตเตอร์คือ การเป็นแรปเปอร์ ซึ่งผลมันก็ออกมาไม่ค่อยดีนัก

                เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2011 ว่า “ผมกำลังคิดจะย้ายไปทำอะไรแนว ๆ N-Dubz บ้าง ผมกำลังสนใจที่จะทำเพลงแนวแรปโดยที่มีฉากหลังเป็นประเทศอังกฤษ” ซึ่งผลที่ออกมาที่ออกมาก็ไม่ได้น่าประทับใจใด ๆ เพราะเมื่อเข้าปล่อยเพลงนี้ลงบน Youtube มันก็ค่อนข้างห่างไกลความสำเร็จ ยิ่งเมื่อเขาแสดงสดต่อหน้าผู้คน น่าเศร้าที่แทบจะไม่มีใครจำเขาได้เลย

 

เมื่อเริ่มต้นใหม่ เขาสูญเสียความมั่นใจ

                ทอม  เฟลตันเคยให้สัมภาษณ์กับ The Daily Mail เอาไว้ในปี 2011 เกี่ยวกับการเริ่มต้นในฐานะนักแสดงใหม่ว่า “ผมตื่นเต้นมากครับที่ต้องมาออดิชั่นมากกว่าตอนอายุ 11 ซะอีก คุณต้องพยายามมันอย่างมากเพื่อจะได้อะไรดี ๆ บ้าง สองสามเรื่องแรกมันเจ็บปวดหัวใจมากครับ ผมคิดว่าผมทำมันไม่ได้ มันมีการเชือดคอกันในอเมริกาตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเริ่มซะอีก ในขณะที่คนหนึ่งกำลังเล่นโทรศัพท์ของเขา ผมก็กำลังอ่านบทของผมอยู่ แล้วพวกเขาก็มาบอกกับผมว่า ‘ขอบคุณนะ’ นั่นมันหมายถึงว่า ‘คุณไม่ได้รับบทนี้’ ผมต้องไปออดิชั่นถึง 19 ครั้ง ก่อนที่ครั้งที่ 20 จะได้แสดงในหนังเรื่อง The Apparition

 

ผลงานของเขาไม่ประสบความสำเร็จเรื่องรายได้

                จากเหตุผลข้อที่แล้ว เขาได้รับการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Apparition ประกบคู่กับอดีตนักแสดงจากเฟรนไชส์ชื่อดัง Twilight อย่าง แอชลี กรีน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลรายได้มันไม่ใช่แค่ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังเอาไว้ แต่มันไม่ประสบความสำเร็จเลย

                แม้กระทั่งหลังจากนั้นภาพยนตร์ที่เขาแสดงจะได้รับกระแสคำวิจารณ์ในแง่บวก แต่ในเรื่องของรายได้นั้นกลับตรงกันข้าม ทำให้โอกาสในด้านการแสดงของเขาในวงการฮอลลีวู้ดยิ่งริบหรี่ลงไปอีก

 

ความทะเยอะทะยานที่มากเกินไปของเขา

                เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Metro ว่าการที่ยังไม่ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง 007 ถือว่ายังไม่เติมเต็มความทะเยอทะยานในอาชีพของเขา “ผมยังไม่ได้แสดงใน James Bond เลย การได้เล่นเป็นเจมส์ บอนด์ หรือ วายร้ายของเรื่อง นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะทำในฐานะนักแสดงมากที่สุด” ในมุมมองของสื่อมองว่าความต้องการนี้ของเขานั้นมันค่อนข้างห่างไกลความเป็นจริงไปมาก เขาพูดต่อว่า “ผมอยากจะได้แสดงภาพยนตร์ที่ตัวเอกเป็นแนวฮีโร่หน่อย ๆ แต่ผมก็แฮปปี้นะถ้าจะได้เล่นเป็นวายร้ายไปตลอดชีวิต”

 

                อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้เห็นหน้าเขาในฐานะนักแสดงกันเลยในช่วงหลังนี้ นอกจากการรับบทสมทบในซีรีส์ The Flash แต่ดูเหมือนว่าเรื่องดี ๆ ที่เขาได้รับจากการได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter คือ มิตรภาพที่แสนดี ที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยก็คือ เอ็มมา วัตสัน ที่ทั้งคู่ก็เพิ่งจะไปท่องเที่ยวร่วมกันมา หวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นเขามีผลงานที่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง

 

Source: Looper

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram