มหา'ลัย เหมืองแร่ '13ปีผ่านไป' อดีตคือความฝัน ปัจจุบันต้องอด(ทน)

มหา'ลัย เหมืองแร่ ภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี  พ.ศ. 2548 โดย จิระ มะลิกุล เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผลงานขึ้นหิ้งแม้เวลาจะผ่านไป 13 ปี คนดูก็ยังคงพูดถึงว่า เป็นหนึ่งในหนังไทยยอดเยี่ยมตลอดกาลแม้จะทำเงินเพียง 30 ล้านบาท ขาดทุนจากทุนสร้าง 70 ล้านบาท วันนี้เราจะขอพาทุกคนย้อนวันวานไปกับหนังดัง มหา'ลัย เหมืองแร่

ภาพยนตร์ ดัดแปลงจากหนังสือรวมเรื่องสั้น ชุด เหมืองแร่ ของอาจินต์ ปัญจพรรค์  โดยเป็นเรื่องราวเมื่อครั้งอาจินต์ ถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพ่อส่งไปดัดนิสัยด้วยการทำงานหนักในเหมืองแร่กระโสม ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เขาใช้ชีวิตที่นั่นเป็นเวลากว่า 4 ปี โดยเปรียบวันเวลาเป็นเหมือนช่วงของมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต ที่นั่น อาจินต์ ได้เรียนรู้ความหมายของคำว่าชีวิตจริง การทำงาน มิตรภาพและความรัก เขาเริ่มต้นทำงานด้วยการเป็นกรรมกร จนไปถึงผู้ช่วยวิศวกร  หนังมีคำคมและบทเรียนสอนชีวิตให้กับคนดูมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการปรับตัวในการทำงาน 

ปี 1 เป็นปีแรกที่อาจินต์มาทำงานที่เหมือง เขาต้องเรียนรู้การปรับตัวจากเด็กกรุงเทพฯ สู่ชีวิตกรรมกร ต้องหุงข้าว ทำอาหารด้วยตัวเอง ต่างถิ่น ต่างภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงลดอัตตาความเป็นตัวตนและอคติเพื่อเข้ากับสังคมการทำงานให้ได้...ในระหว่างนั้นเขาเฝ้ารอจดหมายจากคนรักที่อยู่กรุงเทพฯ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีจดหมายตอบกลับมา เขาได้รับความไว้ใจจากนายฝรั่งให้ติดตามไปช่วยประสานงานที่เรือขุดและค้นพบว่าสิ่งที่เรียนจากในตำรากับการทำงานจริงนั้นช่างแตกต่างกันมาก อาจินต์ เจอบททดสอบใจจากนายฝรั่ง เมื่อนายฝรั่งให้เขาไปจับคนร้ายขโมยแร่ แต่กลับพบว่าคนขโมยแร่เป็นพี่ๆในเหมือง แต่สุดท้ายเขาก็ยึดถือความซื่อสัตย์ต่อนายฝรั่ง ทำให้เขาสอบผ่านและสร้างความเชื่อใจให้กับเพื่อนร่วมงาน "กินอย่าอาย ตายอย่ากลัว ยากช่างหัว ตายปลด"

ปี 2  เป็นปีที่อาจินต์เริ่มรู้สึกเงียบเหงาในใจเพราะคนรักเริ่มเงียบหาย ในปีนี้เองเขามีลูกน้องคนสนิทชื่อไอ้ไข่ ผู้สร้างรอยยิ้มและคอยช่วยเหลืองานในเวลาเดียวกัน ในปีนี้เขาได้รับคำตอบของความเงียบจากคนรัก นั่นคือเธอกำลังจะแต่งงาน ระหว่างเมา อาจินต์ได้เขียนข้อความบนกำแพงว่า "อดีตคือความฝัน ปัจจุบันต้องอด อนาคตต้องตาย" ซึ่งลุงยาม ได้เขียนข้อความต่อท้ายเป็นประโยค "อดีตคือความฝัน ปัจจุบันต้องอดทน อนาคตต้องตาย" ทำให้อาจินต์เข้าใจว่า ชีวิตเราไม่อาจพังได้ด้วยความรัก และหันไปสนใจในการทำงานด้วยความบ้าบิ่นเพื่อปลอบใจตัวเองไม่ให้เศร้า

ปี 3  อาจินต์ ใช้ชีวิตการทำงานและเริ่มหลงไปกับการดื่มเหล้าเพื่อคลายเหงา ในขณะเดียวกันเขาก็ได้พบกับหญิงสาวชาวบ้านแถวนั้นและเริ่มตกหลุมรักอีกครั้ง เหตุการณ์ตอนท้ายของช่วงปี3 เมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลาก อาจินต์ได้ถือไม้วัดข้ามลำน้ำมาแต่ก็น้ำเชี่ยวจนเขาเกือบเอาตัวไม่รอด สุดท้ายอุปกรณ์วัดนั้นติดขัดเอาไม่ออกและอาจินต์กลัวว่าจะโดนนายฝรั่งดุ แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจคือนายฝรั่งไม่ได้ว่าอะไรและบอกว่า ดีแล้วที่เอาชีวิตรอดมาได้..นั่นทำให้เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อใจคน

ปี 4  เกิดปัญหาในเหมือง เมื่อเรือขุดหาแร่ไม่ได้ จนอาจินต์พบว่าปัญหานั้นที่เกิดขึ้นเกิดจากจุดเล็กๆบนแผนที่ ทำให้เขาเรียนรู้ว่าข้อผิดพลาดเล็กๆก็สามารถสร้างปัญหาใหญ่ได้เช่นเดียวกัน  ในตอนท้ายของช่วงเวลาปี 4 แม้การทำงานจะราบรื่นไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ต้องจบลง เมื่อเรือขุดพังจนไม่คุ้มต่อการซ่อม และเหมืองต้องปิดตัวลง อาจินต์ต้องลาจากเพื่อนร่วมงาน นายฝรั่ง ไอ้ไข่ และเก็บความทรงจำที่เป็นบทเรียนล้ำค่าของชีวิตกลับกรุงเทพฯ

 


 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram