จากตอนจบThe Shining ที่มีหลายแบบ สู่ภาคต่อเพียงเส้นทางเดียวใน Doctor Sleep!

 

เกี่ยวกับ Doctor Sleep

Advance Ticket

 

ผู้อำนวยการสร้างฯ เทรวอร์ มาซี่ที่ร่วมงานกับฟลานาแกนมาแล้วหลายเรื่อง และล่าสุดคือซีรีส์เรื่อง “The Haunting of Hill House” ยอมรับว่าตอนแรกต้องอาศัยการโน้มน้าวอยู่บ้างพอเป็นเรื่อง “Doctor Sleep” เขาเล่าถึงตอนนั้นว่า “ความรู้สึกแรกของผมคือ ‘เราควรทำภาคต่อของ “The Shining” หรอ? ความรู้สึกต่อมาที่เกิดขึ้นทันทีคือ  ‘เอาเถอะ สตีเฟ่น คิงก็อยู่ตรงนั้น’ นั่นหมายความว่ามันมีหลักการอยู่ แต่ความยากในการสร้างอยู่ที่มันมีตอนจบของ The Shining อยู่ทั่วโลกหลายแบบ  แถมยังมีฉากในหนังที่จบต่างกันไปอีกด้วย ไมค์เคารพในทั้งสองฝ่ายเช่นเดียวกับผม หน้าที่ของเราคือต้องนำ 2 แบบนั้นมาผสมผสานกัน เพื่อสร้างความสุขให้กับผู้ที่รักทั้งคิงและคูบริค และยังต้องรักษาความสนุกสนานเอาไว้ด้วย” 

 

การพบกันครั้งแรกระหว่างผู้อำนวยการสร้างฯ จอน เบิร์กกับฟลานาแกนผิดจากที่ทั้งคู่คาดหวังเอาไว้ ฟลานาแกนได้รับสายที่ชวนมาเรื่องงานในอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในการพูดคุยกันกลับกลายเป็นเรื่องคิง “เราเริ่มคุยกันเรื่องความชื่นชอบในสตีเฟ่น คิงจนมาที่เรื่อง Doctor Sleep ได้อย่างรวดเร็ว ผมถามเขาว่าคิดยังไงเรื่องหนังสือ เขาจะเอาหนังสือของคิงกับหนังของคูบริคและเรื่องราวภาคต่อของคิงมารวมกันยังไง เขาเล่าไอเดียหลายอย่างและมีมุมมองที่เหลือเชื่อมากครับ ไมค์ป็นผู้เขียนบทฯ / ผู้กำกับฯ และผู้สร้างภาพยนตร์ที่มีความสามารถมาก เขามีความเคารพทั้งคิงและคูบริค แถมยังมีการถ่ายทอดเรื่องราวที่ผสมผสานออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์อีกด้วย”

 

Doctor Sleep

 

ต้นฉบับเรื่องราวแห่งตำนานของ “Doctor Sleep” ของฟลานาแกนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับนักแสดงนำ ทั้งสองชื่อนั้นทำให้เกิดความกระตือรือร้นจนเอาชนะความไม่เต็มใจตอนเซ็นต์สัญญาร่วมงานในหนังสยองขวัญ/ชวนสงสัยในช่วงแรก ยวน แม็คเกรเกอร์เล่าว่า “เรื่อง ‘The Shining’ ถูกพูดถึงในฐานะของหนังที่น่ากลัวที่สุดในโลก ทำให้ผมไม่กล้าดูจนกระทั่งช่วงวัยรุ่นที่โตมากแล้ว และก็ดูครั้งเดียวด้วยเพราะมันทำให้ผมกลัวสุดขีด ผมไม่ชอบพวกหนังน่ากลัวเลย ไม่ชอบที่ตัวเองต้องดูอะไรแบบนั้น แต่ผมชอบนิยายเรื่อง  Doctor Sleep มากครับ ผมอ่านเรื่องนี้หลังจากที่ได้อ่านบทฯ แล้วผมก็กลับไปอ่านเรื่อง The Shining ซึ่งก็รู้สึกสนุกพอกัน น่าจะสนุกกว่าต้นฉบับด้วยซ้ำ เรื่องราวของแดนนี่ทำให้ผมสนุกมาก ในฐานะของนักแสดงผมรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องราวที่มาที่ไปทั้งหมดนี้” 

 

รีเบ็คก้า เฟอร์กูสันเล่าว่า “ตอนที่ได้รับการเสนอให้มารับบทนี้ ฉันไม่ชอบอะไรที่น่ากลัวแบบนี้เลยค่ะ ไม่อยากรับมือกับอะไรที่ทำให้กลัว ฉันเกลียดตัวตลก เกลียดผีเด็กในหนังสยอง เด็กผู้หญิง 2 คนที่ยืนตรงนั้นและพูดอะไรขึ้นมาพร้อมกันในบรรยากาศที่ชวนขนลุก ... มันเป็นอะไรที่หลอนมากค่ะ แต่ฉันก็ชอบเอาตัวเอาไปเจอกับอะไรที่ตัวเองมีข้อสงสัยทุกที แต่ทั้งความหลอนในแบบของสตีเฟ่น คิงและตัวละครที่มีความน่าสนใจนี้มาอยู่ในมือของไมค์แล้ว หนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีการถ่ายทำที่น่าทึ่งมากเท่าที่ฉันเคยร่วมงานมาเลยค่ะ  และความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของ ‘Doctor Sleep’ คือตอนที่ทุกอย่างมารวมอยู่ด้วยกัน รู้สึกดีมากเลยค่ะที่ได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย”

 

Doctor Sleep

 

นักแสดงหน้าใหม่อย่างไคเลห์ เคอร์แรนยอมรับว่า “ฉันรู้จักสตีเฟ่น คิงนะคะ หมายถึงฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของเขา ก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายทำกันฉันมีโอกาสได้ดูหนังสยองของแม่ ตอนนั้นได้ดูเรื่อง ‘The Shining’ มันทั้งน่ากลัวและชวนสงสัย เป็นเรื่องที่ช่วยในการอ้างอิงตัวละครและทำให้เข้าใจความเลวร้ายที่แดนนี่ได้ผ่านพ้นมา... มันทำให้ฉันเข้าใจตัวเขามากขึ้นจริงๆ ค่ะ”

 

และนั่นคือสิ่งที่สตีเฟ่น คิงต้องการจริงๆ “ผมมีความสุขทุกครั้งเวลาได้ยินการตอบรับในเรื่องความรู้สึก นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมให้ความสนใจ ผมต้องการให้คุณสนใจไปด้วยกัน ผมอยากทำให้คุณรู้สึกคล้อยตาม ความสยองก็เหมือนเส้นสายเดียวที่อยู่บนกีตาร์ ในเรื่องยังมีอะไรอีกหลายอย่าง ผมอยากให้ผู้อ่านได้เจอผู้คนที่เขาจะเข้าใจได้ในฐานะมนุษย์ ทั้งคนที่เป็นเพื่อน คนที่คอยใส่ใจคนอื่น และนั่นคือประเด็นสำคัญที่ทำให้ความสยองยิ่งน่ากลัวมากขึ้น”

 

Doctor Sleep

 

Doctor Sleep เข้าฉาย 7 พฤศจิกายน ในโรงภาพยนตร์

Doctor Sleep

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram