ชุดแม่ชีมีที่มา...แต่งเติมความหลอนกับชุดและเครื่องประดับผีใน The Nun

 

จงนำพาเราจากความชั่วร้าย

 

สำหรับการสร้างลุคโกธิคให้ดูสมบูรณ์แบบ โคริน ฮาร์ดี้ได้นำชารอน กิลแฮม เพื่อนเก่าจาก Wimbledon School of Art มาเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย สำหรับการศึกษาข้อมูกิลแฮมได้เดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์ Peasants และดูชุดจริงของชาวโรมาเนียนสมัยก่อน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายส่วนใหญ่จึงผลิตขึ้นที่โรมาเนีย

 

สำหรับชุดของคุณพ่อบูร์ค กิลแฮมใช้รูปแบบจริงของสมัยก่อนแต่เป็นสีเข้ม “โครินอยากเน้นย้ำด้านมืดโดยธรรมชาติของคุณพ่อบูร์ค” เธอกล่าว “ชุดของเขาตอนเป็นพลเรือนเป็นผ้าสักหลาดสีเข้ม เสื้อของเขาเป็นสีเทาเข้มล้วน ตรงข้ามกับช่วงที่คนอื่นสวมชุดสีสว่างหรือเสื้อสีขาว”

 

และฮาร์ดี้ต้องการให้คุณพ่อบูร์คมีเครื่องประดับพิศษสำหรับฉากต่อสู้ด้วย กิลแฮมเลือกสายคาดเอวที่มีสีพิเศษ สะท้อนถึงลำดับขั้นบาทหลวงที่ต่างออกไปตั้งแต่พระราชาคณะลงมา จากนั้นได้เพิ่มข้อความลงไปเป็นถ้อยคำภาษาลาติน มีความหมายว่าพระเจ้านำแสงสว่างมาสู่เรา ซึ่งเธอเจอในภาษาลาตินจากบทสวดของชาวคาธอลิค เธอเพิ่มการประดับสายคาดเอวด้วยโลหะสีทองขนาดใหญ่จากยุค 1930 และ 40 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแท่นบูชาจากฝรั่งเศสที่กิลแฮมพบที่ตลาด “ฉันตัดมันออกมาและติดไว้ที่สายคาดเอวของเขา พร้อมลูกประคำ ไม้กางเขน และตราของเซนต์คริสโตเฟอร์ ซึ่งปกคลุมทุกอย่างไว้เหมือนเป็นสิ่งที่เขาเพิ่มเข้าไปมานานหลายปีแล้ว” เธอกล่าว

 

 

ไม้กางเขนที่อยู่รอบคอคุณพ่อบูร์คก็พบได้ในตลาดที่โรมาเนีย กิลแฮมเล่าว่า “มันเป็นของเก่าและมาจากฝรั่งเศส ซึ่งคุณพ่อบูร์คได้เจอกับเหตุการณ์ที่สร้างความหลอนให้เขา”

 

ส่วนเสื้อคลุมยาวสีดำของบาทหลวงผลิตขึ้นที่อิตาลี “ชุดของวาติกันดูสง่ามาก เหมือนการโอ้อวดด้วยซ้ำ” กิลแฮมกล่าว “เดเมียนชอบสวมชุดนั้นมาก เขาสวมเสื้อคลุมและเราจะเห็นเขากลายเป็นบาทหลวงไปเลย ซึ่งรวมถึงวิธียืนของเขาด้วย มีความสง่าทั้งรูปร่างและความยาวของชุด เครื่องประดับดูสวยงามและดูน่าตื่นเต้น”

 

ส่วนซิสเตอร์ไอรีนสวมชุดสีขาวตัดกับเครื่องแต่งกายของคุณพ่อบูร์ค ชุดแม่ชีของเธอถูกกำหนดมาแล้วว่าจะเป็นชุดแบบไหน ต่างจากแม่ชีคนอื่นๆ อย่างไร เพราะในการnuns, because within hierarchy and different periods, there are many variations to the habits.  “ซิสเตอร์ไอรีนมีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฉันอยากย้ำให้เห็นถึงความใสซื่อและอ่อนหวานของตัวเธอ ฉะนั้นลักษณะกระโปรงของเธอจึงมีความสำคัญมาก นิสัยของแม่ชีอาจต่างกันไปได้เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่งกาย แต่ฉันอยากให้ซิสเตอร์ไอรีนมีภาพที่งดงาม” กิลแฮมเล่ารายละเอียด ดีไซน์เนอร์ได้ติดเข็มกลัดไว้ข้างหน้าด้านล่างและเข็มขัดหนังที่มีลูกประคำห้อยเอาไว้

 

 

ชุดสีขาวของฟาร์ไมก้าออกแบบเป็นพิศษเพื่อให้ดูโดดเด่นในช่วงที่หนังมีแสงเงา “ลักษณะการถ่ายทำเหมาะสมสำหรับชุดนี้มาก มันเป็นบรรยากาศที่ทำให้ชุดพวกนี้ออกมาดูดี ฉันรักช่วงที่เห็นผ้าคลุมหัวโผล่จากความมืดหรือช่วงที่ชุดสว่างขึ้นมา” กิลแฮมกล่าว

 

ไอเดียของชุดคือต้องปกคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า ตัดขาดตัวเองออกจากโลก ส่วนผ้าคลุมหัวจะปกปิดช่วงใบหน้าเอาไว้ กิลแฮมใช้ผ้าเนื้อหยาบด้านในผ้าคลุมผมของชุดแม่ชี และผูกตรงมุมเอาไว้ให้แน่นจนมีลักษณะเหมือนฮู้ด “ดูคล้ายกับม้าที่ถูกปิดตา พวกเธอต้องหมุนทั้งตัวเพื่อหันศีรษะ นักแสดงทุกคนที่สวมผ้านั้นพร้อมกับเครื่องแต่งกายทั้งหมด ต่างพูดกันว่ารู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่อีกยุคหนึ่งเลย” กิลแฮมกล่าว

 

ชุดสำหรับผีแม่ชีจาก “Conjuring 2” ถูกส่งมาที่บูชาเรสต์ โดยกิลแฮมสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุเดียวกันกับแม่ชีคนอื่นๆ ซึ่งเธอเรียกว่า “อารมณ์ยุค 1950” กิลแฮมเล่าว่า “ชุดของผีแม่ชีทำให้เธอดูยืดยาวขึ้น เพราะผ้าคลุมสีดำจะลากยาวลงมา ส่วนเครื่องแต่งกายส่วนอื่นจะยาวและดูมืดมาก เราจะรู้สึกประทับใจเธอสุดชีวิต ครั้งแรกที่ฉันเจอบอนนี่อยู่ในเครื่องแต่งกายเต็มชุดและต้องถ่ายภาพเธอ ฉันรู้สึกกลัวมาก”

 

 

อีเลียนอร์ ซาบาดูเคีย หัวหน้าฝ่ายเมคอัพได้ควบคุมเรื่องหน้าตาของแม่ชี ซึ่งสร้างเอาไว้ใน “The Conjuring 2” ของเจมส์ วาน แต่ละครั้งที่เธอแต่งหน้าแม่ชีจะมีรายละเอียดต่างกันนิดหน่อย เพราะมีการตกแต่งด้วยมือ ใช้พลาสติกน้อยที่สุดและไม่อาศัยดิจิตอลเลย    

 

Amalgamated Dynamics, Inc. (ADI) ได้ผลิตเอ็ฟเฟ็กต์ตัวละคร/สิ่งมีชีวิต ฮาร์ดี้เล่าให้ฟัง่า “มันเหมือนฝันที่ได้ร่วมงานกับพวกเขา ถือเป็นเกียรติมากตั้งแต่ที่ผมเคยสร้างหนัง Super 8 กับเพื่อนๆ และผลิตสิ่งมีชีวิตและสัตว์ประหลาดขึ้นมาในโรงรถของพ่อแม่”

 

ฮาร์ดี้เลือกผู้ประพันธ์ดนตรี อาเบล คอร์เซนิวสกี้ มาสร้างความโดดเด่นให้ดนตรีในหนังทั้งเรื่อง ซึ่งคอร์เซนิวสกี้เล่าว่า “มีการถ่ายทอดความสยองเกี่ยวกับเรื่องศาสนาออกมา 2 ด้าน คือความรุนแรงโหดเหี้ยมและความศรัทธาอย่างไม่เห็นแก่ตัว ในอดีตคือจากผีแม่ชีวาแลคและต่อมาคือซิสเตอร์ไอรีน ซึ่งแต่ละคนจะมีธีมของตัวเอง ล้วนย้อนไปในบรรยากาศโบสถ์สมัยก่อนและพิธีกรรมนอกศาสนา ผ้าคลุมสีเข้ม เนื้อผ้าที่หยาบ โทนสีที่เปลี่ยนแปลงได้ ตามจินตนาการของโครินผมได้แปลงจักรวาลของ ‘Conjuring’ ให้เป็นยุคสมัยก่อน ฉากใช้สีข้ม มีพลังจากวงดนตรีด้วยกลองที่สูง 7 ฟุตและนักร้องที่มีเสียงในลำคออย่างรุนแรง”

 

ฮาร์ดี้กล่าวสรุปว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นองค์ประกอบทั้งหมดรวมเข้าด้วยกัน และเพลงประกอบชวนหลอนจากอาเบลสร้างความประทับใจอย่างสมบูรณ์แบบ ผมคิดว่าในโลกโกธิคใบนี้ที่เราสร้างขึ้นมาดูน่ากัวมาก ซึ่งเราและแม่ชีรอผู้ชมทุกคนก้าวเข้ามา แค่เตรียมพร้อมส่งเสียงกรี๊ดก็พอ”

 

 

The Nun วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram