รู้จักก่อนดู The Dark Tower หนังแอ็คชั่นแฟนตาซีเรื่องใหม่ ยิ่งใหญ่สุดมันส์ไม่แพ้ใคร!

 

รู้จักก่อนดู The Dark Tower หนังแอ็คชั่นแฟนตาซีเรื่องใหม่

ยิ่งใหญ่สุดมันส์ไม่แพ้ใคร!

 

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีภาพยนตร์หลายเรื่องหลายรสชาติเข้าฉาย ไม่ว่าจะเป็นหนังฮีโร่มือใหม่สุดเกรียนอย่าง Spider-Man: Homecoming ต่อกันมาด้วยสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์วานรและมนุษย์ใน War for the Planet of the Apes และล่าสุดกับการถ่ายทอดเหตุการณ์จริงในสงครามกับ Dunkirk แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนไปแนวแฟนตาซีสุดโต่งเลยสักเรื่อง เราคิดว่าได้เวลาของเรื่องนี้แล้วล่ะกับ The Dark Tower

 

 

ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์ภาคต่อที่พูดตามตรงเลยว่า ขายง่าย เพราะมีฐานแฟนคลับคอยติดตามอยู่แล้ว แต่สำหรับ The Dark Tower นั้นแตกต่างออกไป นี่เป็นภาพยนตร์ภาคแรกที่ดัดแปลงมาจากหนังสือขายดีของนักเขียนสุดโด่งดัง Steven King แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้รู้จักเป็นวงกว้างเหมือนภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ วันนี้เราเลยอยากจะชวนมารู้จักกับภาพยนตร์เรื่องนี้กันก่อน แล้วคุณจะรู้ว่า The Dark Tower น่าดูกว่าที่คิด!

 

1. พล็อตของเรื่อง The Dark Tower

 

                The Dark Tower จะเล่าเรื่องราวของมือปืนที่เหลือรอดเพียงคนเดียว ผู้มีนามว่า โรแลนด์ เดสเชน (รับบทโดย ไอดริส อัลบา ) เขามีหน้าที่ที่ต้องปกป้อง หอคอยทมิฬ หรือ The Dark Tower มันเป็นสิ่งปลูกสร้างที่คอยรักษาความเป็นจริงทั้งหลายในจักรวาล เมื่อเด็กหนุ่มวัย 11 ปีได้หลุดมิติเข้าไปใน Mid - World เขาได้เข้าไปช่วยโรแลนด์ในการปกป้องหอคอยทมิฬเพื่อพิทักษ์จักรวาลไม่ให้ถึงคราวสูญสลาย อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาจะต้องคอยรับมือกับสิ่งมีชีวิตแห่ง Mid - World ที่คอยเข้าขัดขวาง และหนึ่งในนั้นคือผู้ที่ร้ายกาจที่สุด ผู้เป็นคู่ปรับตลอดกาลของโรแลนด์ วอลเตอร์ โอ ดิม สมญานาม Man in Black (รับบทโดย แมธธิว แมคคอนนาเฮย์)

 

2. โครงการนี้อาจไม่สิ้นสุดแค่ในโรงภาพยนตร์

 

                ทีมผู้สร้างได้เปิดเผยว่า หาก The Dark Tower ที่กำลังจะเข้าฉายนี้ประสบความสำเร็จ เราอาจจะได้เห็นเรื่องราวนี้ในรูปแบบอื่น ๆ เพราะมีการพูดคุยเกี่ยวกับการสานต่อเรื่องราวและขยายขอบเขตของเนื้อหาให้ออกมาในรูปแบบของทีวีซีรีย์ และเนื้อหาจากทั้งซีรีย์และภาพยนตร์อาจจะมีการเชื่อมต่อถึงกันด้วย

 

3. นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์แฟนตาซีเพียว ๆ

 

                สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง The Dark Tower น่าสนใจก็คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้มีโทนของภาพยนตร์ไปในโทนเดียว แต่มันจะเป็นการผสมผสานหลากหลายแนวเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น แฟนตาซี ไซไฟ คาวบอยตะวันตก และมีความสยองขวัญปนอยู่ด้วย อย่างที่บอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยายของนักเขียนชื่อดังอย่าง Steven King ผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างเรื่องราวสยองขวัญ ผลงานที่หลายคนรู้จักกันดีก็คือเรื่อง IT โผล่มาจากนรกที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเราด้วย เพราะฉะนั้นนี่จะต้องเป็นการผสมผสานที่ลงตัวอย่างแน่นอน

 

4. นักแสดงฝีมือเยี่ยมที่หลายคนรู้จักกันดี

 

                นอกจากเนื้อเรื่องที่ไม่ซ้ำกับภาพยนตร์เรื่องใดที่เข้าฉายในตอนนี้แล้ว นักแสดงที่นำแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็น่าจับตามอง เพราะใน The Dark Tower นี้จะเป็นการมารับบทร้ายครั้งสำคัญของ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ในบทบาทของ Man in Black วายร้ายผู้มีเวทมนตร์และความสามารถของปีศาจ ที่เขามุ่งหวังจะทำลายล้างโลกทั้งสองให้พังพินาศ อีกหนึ่งคนก็คือ ไอดริส อัลบา ที่ขอวางดาบปกป้องสะพานไบฟรอสท์ในแอสการ์ดจากเรื่อง Thor มาคว้าปืนเป็น มือปืน ที่เหลือรอดเพียงคนเดียวใน Mid - World พูดตามตรงว่าฉากเปลี่ยนกระสุนของเขาเท่สุด ๆ

 

5. นี่อาจจะเป็นหนังเชื่อมโยงเรื่องราวของ Steven King ก็ได้

 

                อย่างที่รู้กันว่า Steven King คือนักเขียนยอดฝีมือในเรื่องของความสยองขวัญ และในตัวอย่างที่ปล่อยออกมาของ The Dark Tower เราจะได้เห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ซ่อนเอาไว้ซึ่งอ้างอิงถึงนิยายเรื่องอื่น ๆ ของเขา อย่างเช่นเรื่อง IT หากภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ อาจจะมีโครงการขยายและเชื่อมโยงเนื้อหาของ Steven King ออกมาให้เราเห็นเพิ่มเติมก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่น่าติดตามภาพยนตร์เรื่องนี้

 

6. ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาพัฒนายาวนานถึง 10 ปี

 

                อย่างที่รู้กันว่าในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูดตอนนี้ แนวทางที่ผู้สร้างหนังมักจะใช้กันก็คือการสร้างภาพยนตร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นจักรวาล เพราะมันเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดในการทำเงิน แต่สำหรับ The Dark Tower ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาพัฒนามายาวนานตั้งแต่ปี 2007 สิริรวมแล้วก็ใช้เวลานานถึง 10 ปี และได้ผ่านมือผู้กำกับมาแล้วถึง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น J.J. Abrams หรือ Ron Howard และล่าสุดกับฝีมือกำกับภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์เรื่องแรกของ Nicolaj Arcel เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าจะต้องเป็นภาพยนตร์ที่พิถีพิถันในการสร้างอย่างแน่นอน

 

7. ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ยาวเลย

 

                ฝ่าฟันกระแสภาพยนตร์ที่ใช้เวลาในโรงภาพยนตร์ยาวนานมากกว่า 2 ชั่วโมงมาหลายเรื่อง สำหรับ The Dark Tower นี้ ผู้ชมคงไม่ต้องเตรียมตัวเข้าห้องน้ำกันให้มากมาย เรื่องนี้จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 35 นาที หรือเพียงแค่ 85 นาทีเท่านั้นเอง น่าสนใจว่าผู้กำกับจะนำเสนอออกมาอย่างไร ในเวลาเพียงเท่านี้จะทำการปูเรื่องราวออกมาอย่างไร จะปูพื้นวายร้ายได้ดีแค่ไหน แต่สิ่งที่มั่นใจได้เลยก็คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องออกมากระชับและเดินเรื่องไว ไม่มีช่วงให้เราได้หาวอย่างแน่นอน

 

จบกันไปแล้วกับเหตุผลทั้ง 7 ข้อที่ทำให้ภาพยนตร์ The Dark Tower น่าสนใจ แต่สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นเลยก็คือการโปรโมท ที่ไม่ได้ปล่อยคลิปแนะนำภาพยนตร์ออกมามากมายจนเราแทบจะเดาเรื่องราวได้ แสดงว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องมีฉากเด็ดซ่อนเอาไว้อีกมากมายอย่างแน่นอน เอาเป็นว่าเราเตรียมเข้าไปผจญภัยสุดมันส์พร้อมกันได้กับ The Dark Tower เข้าฉาย 10 สิงหาคมนี้

 

Source: https://moviepilot.com/p/the-dark-tower-things-to-know-before-watching-the-movie/4336200

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram