“จอส วีดอน” ขวัญใจแฟนคลับซูเปอร์ฮีโร่ มาร์เวล ใส่ทุกอณูความคลั่งซูเปอร์ฮีโร่สู่ Marvel’s The Avengers

“จอส วีดอน” ขวัญใจแฟนคลับซูเปอร์ฮีโร่ มาร์เวล ใส่ทุกอณูความคลั่งซูเปอร์ฮีโร่สู่ Marvel’s The Avengers

ผู้กำกับ / มือเขียนบท เพียงไม่กี่คนในโลกที่สร้างแรงบันดาลใจให้แฟนๆ คลั่งไคล้ได้อย่างเขาผู้นี้ “จอส วีดอน” เริ่มต้นจากซีรีส์คัลท์ยอดฮิต Buffy the Vampire Slayer ต่อด้วย Angel, Firefly และ Serenity วีดอนสร้างชื่อเสียงให้ปรากฎอยู่ในหน้าเพจวิกิพีเดียที่ยืดยาวและเต็มไปด้วยข้อมูล ศาสตราจารย์ชาวอังกฤษถึงขั้นใช้ผลงานจากซีรีส์ของเขามาสอนนักศึกษา เกี่ยวกับเรื่องการเขียนและการเล่าเรื่องราว ความรักที่เขามีต่อหนังสือการ์ตูนมาร์เวลคือสิ่งที่ทำให้วีดอนเป็นตัวเลือกในการกำกับภาพยนตร์ผจญภัยอีพิคฟอร์มยักษ์ Marvel’s The Avengers และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กลายเป็นที่จับตามองของเหล่าทั้งแฟนบอยและคอหนังทั่วโลก และเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวล เมื่อโลกถูกคุกคามจากเงื้อมือของศัตรูตัวร้ายอย่างไม่ทันตั้งตัว นิค ฟิวรี ( แซมมวล แอล. แจ็คสัน ผู้อำนวยการหน่วยรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ หน่วย S.H.I.E.L.D. ) ก็พบว่าตัวเองต้องการทีมที่จะช่วยฉุดรั้งโลกให้พ้นจากหุบเหวแห่งหายนะ เขาได้เริ่มต้นตระเวนหาลูกทีม และรวบรวมเหล่าผู้ที่มีพลังละความสามารถพิเศษอย่าง ไอรอน แมน, กัปตัน อเมริกา (คริส อีแวนส์), ธอร์ (คริส เฮมส์เวิร์ธ), ฮัลค์ (มาร์ค รัฟฟาโล), ฮอว์คอาย (เจเรมี เรนเนอร์) และแบล็ค วิโดว์ (สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน) ให้มาต่อสู้ร่วมกันเพื่อปกป้องโลกใบนี้ วีดอน เองก็ตื่นเต้นมากๆ กับผู้ที่เขาจะได้ร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ “หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมเข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้ คือนักแสดงของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์, คริส เฮมส์เวิร์ธ, สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน, คริส อีแวนส์และแซมมวล แอล. แจ็คสันอยู่ในเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วครับ” เขาบอก “พวกเขาเป็นนักแสดงที่ผู้ชมได้เห็นในหนังของพวกเขาเอง แต่ใน Marvel’s The Avengers พวกเขาจะได้เห็นนักแสดงพวกนี้มีปฏิสัมพันธ์กัน ทุกคนเก่งมากจนการตัดต่อหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำใจลำบากมากครับ นักแสดงทุกคนมาหาผมพร้อมด้วยทัศนคติแง่บวกมากๆ ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับโปรเจ็กต์นี้เท่านั้น แต่เกี่ยวกับกันและกันด้วย ความขัดแย้งทั้งหมดที่เราสร้างขึ้นในหมู่อเวนเจอร์สเป็นแค่การแสดงครับ เพราะพวกเขาสนับสนุนกันและกัน ช่วยเหลือกันอย่างดีครับ มันเป็นเรื่องน่าสนใจที่ทุกคนแตกต่างกันอย่างมาก โรเบิร์ตมีพลังงานที่ไร้การควบคุม ซึ่งมีเสน่ห์มากๆ และมีความเป็นโทนี สตาร์คมากๆ ด้วย ผมอยากให้ มาร์ค รัฟฟาโล รับบทบรูซ แบนเนอร์ เดอะฮัลค์ เพราะเขา เป็นเหมือนหนังสือที่เปิดกว้างครับ เขาจะปล่อยให้คุณมองทะลุเข้าไปถึงหัวใจของเขา และคุณก็จะเข้าใจทุกอย่าง ที่เขารู้สึก เขาเป็นคนแบบนั้นและเขาก็แสดงออกมาแบบนั้นด้วย ส่วน คริส อีแวนส์ เขาเข้าถึงบทบาทของคนที่ มีความคิดความอ่านโบราณแบบ คนจากยุค 40s เขาเป็นคนมีศีลธรรมโดยที่ไม่เคร่งครัดเกินไปน่ะครับ” “แซม แจ็คสัน ก็คือ แซม แจ็คสัน เขามีสายตาแบบนั้น เขาสามารถใช้เพียงแค่ตาข้างเดียวในการสะกดคุณติดข้างฝาได้ ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนอ่อนไหวและแข็งกร้าว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการจากนิค ฟิวรี ผมไม่อยากให้เขาเป็นคนก้าวร้าวอย่างเดียว เราเคยเห็นมันมาแล้วและผมก็คิดว่าเขามีอะไรมากกว่านั้นครับ” “คริส เฮมส์เวิร์ธเป็นเทพเจ้าครับ เขาเป็นคนที่ทำให้ผู้ชายคนอื่นๆ เลิกไปฟิตเนส มันไม่ยุติธรรมเลย เขาเป็นคนที่มั่นคงมากๆ ในลักษณะของการแสดงบทบาทหรือการใช้ชีวิต เจเรมี เรนเนอร์เป็นคนที่คาดเดาไม่ได้และเขาก็เป็นคนเก็บตัว แต่มันก็สมเหตุสมผลเพราะเขารับบทเป็นนักธนู เขายิงธนูและลูกศร ซึ่งทำให้เขาต้องรักษาระยะห่าง เขาทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ แต่เขาก็อยู่ตัวคนเดียวครับ” “สการ์เล็ตต์ไม่เหมือนตัวละครของเธอเลย เพราะเธอทั้งตลกและน่ารักมาก เธออารมณ์ดีอยู่เสมอและเยี่ยมสุดๆ เลย ในหนังเรื่องนี้ แบล็ค วิโดว์มีความมืดหม่นมากกว่าใน Iron Man 2 และสการ์เล็ตต์ก็เป็นคนที่แสดงด้วยความแม่นยำมากๆ เราได้บอกใบ้เป็นนัยนิดๆ ถึงเรื่องราวเบื้องหลังของเธอ และมันก็ไม่ค่อยสวยนักหรอกครับ” “ผมได้ทีมนักแสดงเกือบทุกคนมาก่อนหน้าที่เราจะเริ่มถ่ายทำไม่นาน แต่ผมก็ได้ใช้เวลาอยู่กับพวกเขาตอนที่ผมเขียนบท และผมก็คิดว่าพวกเขารู้ว่าผมสร้างทุกอย่างตั้งแต่ต้นเลย ผมไปหาพวกเขาทุกคนแล้วบอกว่า ‘นี่คือไอเดียของผมและผมก็คิดว่าคุณน่าจะแสดงแบบนี้ มีอะไรที่คุณอยากจะหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษรึเปล่า หรือมีอะไร บ้างมั้ยที่คุณรู้สึกว่าตัวละครของคุณขาดหรือต้องการน่ะ พวกเขาทุกคนต่างก็มีข้อเสนอแนะในสิ่งที่พวกเขาต้อง การ และมันก็เป็นการร่วมมือกันตั้งแต่ต้น ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดโทน ผมรู้ดีว่าผมต้องการอะไรในตอนที่ผมเริ่มต้น แต่นักแสดงรู้ว่าถ้าพวกเขาบอกผมว่าพวกเขาต้องการอะไร เราก็จะทำได้ทั้งสองอย่างครับ” นอกจากนี้ วีดอน ยังได้คุยกับ ผู้กำกับ จอน แฟฟโร จาก Iron Man และ ผู้กำกับ เคนเนธ บรานาห์ จาก Thor ก่อนที่เขาจะเริ่มถ่ายทำด้วย “จอนคุยให้ผมฟังถึงประสบการณ์ของเขาใน Iron Man และเล่าให้ผมฟังว่าเขาทำงานกับสการ์เล็ตต์ [โจแฮนสัน] และโรเบิร์ต [ดาวนีย์] อย่างไร ส่วนเคนก็โทรมาเล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับคริส เฮมส์เวิร์ธก่อนที่เขาจะเลือกเขาให้แสดงใน Thor แล้วผมก็โทรหาเขาตอนที่เขากำลังถ่ายทำเพื่อถามเขาถึงเรื่องของคริสและทอม [ฮิดเดิลสตัน] ว่าพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง ความเห็นของเขาวิเศษสุดครับ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ใจกว้างและช่วยผมได้มากเลย” สไตล์วิชวลของ วีดอน สำหรับ Marvel’s The Avengers เองก็เหมาะกับโปรเจ็กต์นี้อย่างพอดิบพอดี “เช่นเดียวกับอย่างอื่น สไตล์วิชวลของผมในฐานะผู้กำกับมาจากหนังสือการ์ตูนครับ ความเข้าใจในการเล่าเรื่องด้วยภาพของผมมาจากภาพพาเนล ซึ่งผมอ่านมันเยอะกว่าดูหนังเสียอีกในตอนเด็กๆ ในแง่นั้น ผมก็มีพื้นฐานแล้วในตอนที่ผมเริ่มนึกภาพสำหรับหนังเรื่องนี้ ผมได้เลือกซีมัส แม็คการ์วีย์ให้มาเป็นผู้กำกับภาพของผมเพราะเรื่อง Atonement มันเป็นหนังที่งดงามจริงๆ ความเข้าใจเรื่องแสงของซีมัสที่เป็นความโรแมนติกและมีความเป็นธรรมชาติเป็นอะไรที่น่าตื่นตะลึงครับ ภาพของหนังเรื่องนี้คล้ายกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมทำ เพราะมันจะต้องออกมายิ่งใหญ่ แต่ไม่อลังการครับ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมอยากจะนำเสนอช่วงเวลายิ่งใหญ่ โดยไม่ตีหัวเข้าบ้านน่ะครับ ผมอยากให้มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นหนังสือการ์ตูน โดยที่ไม่พยายามจะดูเหมือนหนังสือการ์ตูน ผมพยายามจะรักษาเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างตัวละครที่ยิ่งใหญ่ และช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ กับแง่มุมที่เป็นมนุษย์มากๆ ของพวกเขาเอาไว้น่ะครับ” สำหรับความคาดหวังของแฟนๆ ทั้งแฟนๆ ของเขาในฐานะมือเขียนบท/ผู้กำกับและแฟนๆ ของการ์ตูนมาร์เวล วีดอนทำใจยอมรับมันได้แล้ว “ผมรู้สึกเคารพแฟนๆ ครับ แต่คุณก็ไม่สามารถปล่อยตัวเองให้รู้สึกถึงความกดดันของสิ่งที่พวกเขาต้องการจากโปรเจ็กต์นี้ได้หรอกนะครับ” วีดอนอธิบาย “ผมเชื่อจริงๆ ว่าคุณอาจตายจากความคาดหวังของแฟนๆ ได้ มันมีสองสิ่งที่ผมทนไม่ได้ตอนที่ผมไปดูหนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน นั่นคือการถูกเมินเฉยหรือการถูกเอาอกเอาใจ แฟนๆ รู้ดีเวลาที่หนังทำอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนั้น ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาจะได้เห็นทุกสิ่งทุกกอย่างที่พวกเขาคาดหวังจะได้เห็นใน Marvel’s The Avengers จากตัวละครทุกตัว มันจะไม่มีสิ่งที่บ่งบอกเป็นนัยๆ ว่า ‘เราคิดว่าเราน่าจะใส่ตรงนี้เข้าไปเพื่อทำให้แฟนๆ แฮปปี้’ เลยครับ” “บอกตามตรงนะครับ ถ้าผมรู้สึกถึงแรงกดดันที่ว่า นักแสดงในเรื่องนี้โด่งดังแค่ไหน ทุนของเรื่องมหาศาลแค่ไหน หรือแฟนๆ มีความคาดหวังสูงแค่ไหน ตอนนี้ผมคงจะนอนคลุมโปงอยู่บนเตียงแล้วล่ะครับ ผมเคยตื่นตระหนกเล็กๆ ครั้งหนึ่ง แล้วภรรยาผมก็แค่พูดขึ้นมาว่า ‘ที่รัก มันก็เป็นแค่หนังอีกเรื่อง’ ซึ่งมันก็ช่วยผมได้ครับ ผมอยากจะสร้างหนังซูเปอร์ฮีโรเจ๋งๆ ผมอยากจะสร้างหนังที่จะต้องมีซูเปอร์ฮีโรในนั้นและประกาศอย่างชัดเจนเลยว่า โลกนี้ต้องมีซูเปอร์ฮีโร โดยเฉพาะทีมซูเปอร์ฮีโรที่ไปกันคนละทิศละทางแบบนี้ ผมอยากจะสร้างหนังที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนพูดว่า ‘มันน่าจะมีหนังที่มีซูเปอร์ฮีโรมากกว่านี้อีกนะ’ น่ะครับ” วีดอนกล่าวสรุป

มหันตภัยครั้งนี้รุนแรนเกินรับมือ รวมพลัง คือหนทางเดียวที่จะปกป้องโลก วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ โมชั่น พิคเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล พาราเมาท์ พิคเจอร์ส และ มาร์เวล สตูดิโอ นี่คือมหึมาความมันส์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ที่ผู้ชมทั้งโลกรอคอย

1 พฤษภาคม ทุกโรงทั่วประเทศ

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram