เจาะทฤษฎีเชื่อมโยง เอาอักษรตัวแรกของ Infinity Stone จะได้ชื่อ T H A N O S

 

รู้กันยัง? ทฤษฎี Infinity Stone ที่แฝงสาส์นไว้
ก่อนรอสู้ในมหากาพย์ Infinity War!

 


Infinity Stone ในนิมิตของธอร์

ณ ตอนนี้ อีกไม่นานจักรวาลมาร์เวลก็จะทะยานเข้าสู่ช่วงสุดท้ายในเฟส 3 พร้อมกับการเผชิญหน้ากับตัวร้ายระดับจักรวาลอย่าง Thanos ใน Avengers: Infinity War เรื่องราวของ Infinity Stone ก็ถูกพูดถึงกันอย่างมากและรวมไปถึงทฤษฏีที่ถ้าหากเรารวม Infinity Stone ที่ว่านี้เข้าด้วยกัน ก็ทำให้เกิดการเรียงตัวที่น่ามหัศจรรย์ของ “สาส์น” บางอย่างที่แฝงตัวเชื่อมโยงกับ  Infinity Stone ทั้งหมด และนี่คือทฤษฎีที่แฟน ๆ ต่างคาดเดากัน!

 

 

ทาง Comicbook.com ได้เผยทฤษฎีที่น่าสนใจของแฟน ๆ มาร์เวลไว้ว่า เมื่อเรานำตัวอักษรตัวแรกของชื่อเรียก Infinity Stone แต่ละอันมาเรียงต่อกัน “ชื่อ” ของใครบางคนก็ดูจะปรากฏขึ้นมา และชื่อที่ว่านั้นก็คือ THANOS หรือธานอส เอเลี่ยนตัวม่วงที่โผล่มาให้เราเห็นหน้ากันและรั้งตำแหน่งวายร้ายตัวโหดของจักรวาลมาร์เวลด้วย โดยตอนนี้ Infinity Stone ก็ได้ปรากฏออกมาแล้วถึง 5 ชิ้น เหลืออีกเพียงแค่ 1 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งสามารถเรียงชื่อของธานอสได้ดังนี้

T ย่อมาจาก Tesseract ซึ่งในที่นี่คือ Space Gem ที่ปรากฏครั้งแรกใน Captain America: The First Avengers โดยรูปร่างของมันมีลักษณะสี่เหลี่ยมสีฟ้าและเคยถูกใช้เปิดมิติให้กองทัพของโลกิเข้ามาป่วนโลกใน The Avengers นั่นเอง

H ยังไม่ปรากฏในภาพยนตร์ (แต่มีบางคนบอกว่าอาจจะมาจาก Heimdall ผู้เฝ้าประตูแอสการ์ด และเป็นผู้ที่ตกอยู่ในทฤษฏีการครอบครอง Soul Gem อีกด้วย)

A ย่อมาจาก Aesther สารสีแดงทรงพลังที่ปรากฏใน Thor: The Dark World โดยเชื่อกันว่าสารนี้เป็น Reality Gem ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงความจริงได้

N คาดว่ามาจาก Necklace ซึ่งหมายถึง Eye of Agamotto ของหมอแปลกนั่นเอง โดยใน Doctor Strange นั้น เราจะเห็นได้ว่า Eye of Agamotto นี้สามารถย้อนเวลาและมองเห็นอนาคตได้ และตัวหนังเองก็ล้อกับคอนเซ็ปต์ของ “เวลา” มากทีเดียว จึงเชื่อว่า Eye of Agamotto คงเป็น Time Gem แน่นอน

O ย่อมาจาก Orb วัตถุทรงกลมสีม่วงที่เราเห็นใน Guardians of The Galaxy ภาคแรก โดย Orb นี้กักเก็บ Power Stone ซึ่งเป็นขุมพลังสำคัญของพลังมหาศาลขนาดยักษ์เท่าที่จักรวาลจะมีได้เอาไว้นั่นเอง มันทรงพลังมาก!

S ย่อมาจาก Scepter อัญมณีชิ้นสุดท้ายที่เคยอยู่บนคฑาของโลกิใน The Avengers และถูกนำมาใช้กับฝาแฝดแม็กซิมอฟฟ์เพื่อเพิ่มพลังซ่อนเร้นให้เกิดขีดจำกัด ทำให้ แวนด้า ได้รับพลังเวทย์ของตัวเองมา และ เปโตร ได้พลังวิ่งเร็วเหนือเสียงมา รวมถึง Mind Gem ชิ้นนี้เป็นอัญมณีที่ทำให้ Vision ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยใน Age of Ultron และปัจจุบันมันก็อยู่บนหน้าผากของเขานั่นเอง  และใน Civil War นั้นดูเหมือนว่าเจ้าอัญมณีชิ้นนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับจิตใจของ Vision โดยดูได้จากความสับสนของเขาที่เกิดขึ้นในหนังช่วงหนึ่งนั่นเอง

 

 

แม้สิ่งนี้จะเป็นเพียงแค่ทฤษฎีของบรรดาแฟนตัวยงมาร์เวล แต่ก็ดูมีเค้าและน่าสนใจมากทีเดียว ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าอัญมณีชิ้นสุดท้ายจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และจะไปปรากฏที่หนังเรื่องไหนของจักรวาลด้วย ต้องรอดูกันต่อไปว่าทฤษฎีนี้จะจริงแค่ไหนใน Avengers: Infinity War วันที่ 26 เมษายน 2018 จ้า ส่วนตอนนี้เตรียมตัวไปมันส์กับศึกเทพเจ้าสายฟ้าใน Thor: Ragnarok วันที่ 2 พฤศจิกายน 2017 นี้ในโรงภาพยนตร์!