วิสูตร พูลวรลักษณ์ ผู้อยู่เบื้องหลังหนังไทยรายได้รวมกว่า 2,000ล้าน

 วิสูตร พูลวรลักษณ์  ผู้อยู่เบื้องหลังหนังไทยรายได้รวมกว่า 2,000ล้าน 

 

วิสูตร พูลวรลักษณ์  ผู้สร้างหนังระดับแนวหน้าของเมืองไทยตั้งแต่ยุคปี 2528 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งหนังไทยแต่ละเรื่องล้วนมีความแปลกใหม่ สร้างแนวทางเป็นของตัวเองและทำรายได้ถล่มทลายจนพลิกปราฏการณ์หนังไทย แต่ก่อนที่เรามาชมผลงานล่าสุดของคุณวิสูตร กับค่ายใหม่ T-Moment ในภาพยนตร์เรื่องโอเวอร์ไซส์ ทลายพุง วันนี้เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ขอพาทุกคนย้อนไปชมหนังไทยจากผลงานสร้างของ วิสูตร พูลวรลักษณ์ ที่เมื่อนำรายได้หนังเหล่านี้มารวมกันแล้ว ทำรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทเลยทีเดียว 

 

 

ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย - ปี 2528 ในยุคที่หนังไทยเน้นขายที่ตัวพระ-นางคู่ขวัญ ซึมน้อยหน่อยคือหนังที่ไม่สนใจตรงจุดนี้ แต่ดึงความเป็นแก๊งเพื่อนของผู้ชาย 5 คนออกมาเป็นจุดขาย จนกลายเป็นมิติใหม่ของหนังไทยสมัยนั้น ที่ประสบความสำเร็จพอตัวกับยอดรายได้ 5 ล้านบาท และเป็นรากฐานของหนังวัยรุ่นบ้านเราในยุคต่อมา

ฉลุย - ในปี 2531 ที่ บุญชูผู้น่ารัก เก็บรายได้ 14 ล้านบาท เป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลอันดับ 2 ของบ้านเราต่อจาก น้ำพุ ที่สร้างสถิติไว้ตั้งแต่ปี 2527 ที่ 15 ล้านบาท ฉลุย คือหนังที่เก็บรายได้ตามมาติดๆเป็นอันดับ 3 ด้วยยอดรายได้ 12 ล้านบาท ส่งผลให้หลังจากนั้นหนังไทยเดินเข้าสู่ยุคหนังที่เน้นความบันเทิงเต็มตัวเป็นหลัก

กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ - ในปี 2534 หรือ 1 ปีหลังจากที่ บุญชู 5 เนื้อหอม สร้างสถิติรายได้สูงของประเทศไทยไว้ที่ 21 ล้านบาท แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหนังที่มีตัวนำเป็นนักแสดงใหม่ยกแผง แถมยังเป็นเพียงเด็กมัธยมอย่าง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ จะสามารถโค่นสถิติสูงสุดของบุญชู 5 ลงได้ที่ 25 ล้านบาท กลายเป็นปรากฏการณ์ที่พาหนังไทยเข้าสู่ยุคหนังกระโปรงบานขาสั้น ที่กินเวลาอยู่ร่วมครึ่งทศวรรษ

2499 อันธพาลครองเมือง - หลังจากที่หนังไทยผ่านช่วงตกต่ำหลังสิ้นสุดยุคหนังกระโปรงบานขาสั้น ในปี 2540 วงการหนังไทยก็ได้ตื่นตัวกับหนังที่มีเนื้อหาจริงจังอย่าง 2499 อันธพาลครองเมือง ที่สามารถปลุกวงการหนังไทยให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง แม้จะใช้ดาราใหม่ยกแผงอีกครั้ง และผู้กำกับใหม่จากวงการโฆษณาอย่าง นนทรีย์ นิมิบุตร แต่หนังก็เก็บรายได้เป็นสถิติใหม่ของหนังไทยที่ 75 ล้านบาท และช่วยยกระดับโปรดักชั่นของหนังไทยให้ทัดเทียมหนังต่างประเทศ

นางนาก - หลังจากวงการหนังไทยทรุดหนักหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง และคอหนังกำลังตื่นเต้นกับเทคนิคซีจีในหนังฮอลลีวูด แต่ในปี 2542 วงการหนังไทยก็ได้กลับมาลืมตาอ้าปากอีกครั้งกับ นางนาก ที่เป็นเจ้าของสถิติหนังไทยเรื่องแรกที่ทำรายได้ผ่าน 100 ล้านบาท ด้วยยอดรายได้รวม 150 ล้านบาท และนำเทรนด์หนังผีไทยหลังจากนั้น

สตรีเหล็ก - ความเชื่อที่ว่า หนังกะเทยไม่ใช่หนังทำเงิน หายไปหมดสิ้นหลัง สตรีเหล็ก เก็บรายได้ไปเกือบ 99 ล้านบาทในปี 2543 และช่วยเปิดประตูให้หนังไทยเป็นที่นิยมในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังทำให้กะเทยกลายเป็นของขายดีในหนังไทยมาจนถึงปัจจุบัน

 

แฟนฉัน - แม้จะเคยประสบความสำเร็จน้อยกว่าที่คิดมากับ ปุกปุย เมื่อปี 2533 จนทำให้วงการมีความเชื่อกันว่าหนังเด็กเป็นอีกแนวที่ไม่ทำเงิน แต่การเสี่ยงเดิมพันกับหนังเด็กที่ใช้ผู้กำกับใหม่ 6 คน อย่าง แฟนฉัน ช่วยพลิกโฉมหน้าของวงการกับยอดรายได้ 137 ล้านบาท และการที่ผู้กำกับทั้ง 6 เป็นเพื่อนกันมาจากมหาวิทยาลัย ก็ทำให้วงการหนังไทยเดินทางเข้าสู่ยุคคลื่นลูกใหม่ ที่นักเรียนหนังจากรั้วมหาวิทยาลัยได้รับโอกาสให้ขึ้นมาทำหนังกันมากขึ้น

เพื่อนสนิท - นอกจากหนังกะเทยกับหนังเด็กแล้ว หนังรักก็เป็นอีกแนวที่วงการหนังไทยเคยเชื่อกันว่าเป็นหนังไม่ทำเงิน โดยเฉพาะในยุคที่คอหนังตื่นเต้นกับสเปเชียลเอฟเฟกต์ จนกระทั่งการมาของ เพื่อนสนิท หนังรักที่ใช้นักแสดงใหม่ทั้งชุด แต่กลับทำรายได้ถึง 80 ล้านบาท เปลี่ยนทัศนคติของทั้งวงการที่มองหนังรักเป็นหนังทำเงินทันที

รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ - หนังรักกลายเป็นหนัง 100 ล้านได้สำเร็จเป็นครั้งแรกจาก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ กับยอดรายได้ 147 ล้านบาท และยังทำให้โรแมนติกคอมเมดี้กลายเป็นแนวที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับหนังไทยมาจนถึงปัจจุบัน

พี่มาก..พระโขนง - หนังที่สร้างปรากฏการณ์ทางด้านรายได้ กับยอดรายได้ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 568 ล้านบาท ที่กล่าวกันว่าถ้ารวมรายได้ทั่วประเทศก็จะสูงถึง 1,000 ล้านบาท

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ - เจ้าของสถิติหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาลอันดับที่ 2 ต่อจากพี่มากฯ กับยอดรายได้ 335 ล้านบาท และหนังไทยเรื่องที่ 3 ที่ทำรายได้เกิน 300 ล้านบาท ต่อจาก สุริโยไท และพี่มากฯ

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram