ทำการบ้านก่อนไปดู!! เจาะลึกทีม X-Men ตัวใหม่-เก่า เชื่อมโยงกับภาคก่อนหน้านี้ยังไงบ้าง ต้องอ่าน!!

ทำการบ้านก่อนไปดู!! เจาะลึกทีม X-Men ตัวใหม่-เก่า
เชื่อมโยงกับภาคก่อนหน้านี้ยังไงบ้าง ต้องอ่าน!! 

 


ผู้ชมคุ้นเคยกับตัวละครหลายตัวในกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่เราจะได้พบพวกเขาในวัยหนุ่มสาวก่อนจะกลายเป็นตัวละครสำคัญในภาพยนตร์เอ็กซ์เม็นฉบับดั้งเดิม ซิงเกอร์กล่าวว่าการสร้างตัวละครวัยหนุ่มสาวเหล่านี้ให้มีชีวิตขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการสร้าง X-MEN: APOCALYPSE  “โลกเริ่มเปิดรับมนุษย์กลายพันธุ์แล้วในแง่ใดแง่หนึ่ง และหนังเรื่องนี้ไม่เพียงแนะนำให้รู้จักตัวละครใหม่ๆ มันยังได้เล่าถึงการสร้างทีมและอธิบายว่าทำไมเอ็กซ์เม็นจึงเป็นสิ่งจำเป็น ตัวละครเหล่านี้ไม่ใช่แค่นักเรียนที่โรงเรียนของเซเวียร์ ผมเข้าใจว่าบางคนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกสังคมและอยากอยู่ในที่ซึ่งพวกเขาได้รับการยอมรับ แต่ทำไมต้องมีกองกำลังต่อสู้ของมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยล่ะ มีความจำเป็นอะไร หนังภาคนี้จะเล่าเรื่องราวในส่วนนั้น” 

จีน เกรย์ (โซฟี เทอร์เนอร์) มีทั้งพลังในการส่งกระแสจิตและพลังจิตในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ แต่เมื่อจีนเป็นวัยรุ่น พลังของเธอเกินการควบคุมและต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเองและเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพของจีน ชาร์ลส์จึงรับเธอมาอยู่ในความดูแลเช่นเดียวกับที่เขาดูแลเรเวน (ใน X-MEN: FIRST CLASS)  แม็คอะวอยกล่าวว่าชาร์ลส์และจีนผูกพันกันมากเพราะ “เขาเข้าใจดีว่ามันยากแค่ไหนที่จะเปิดปิดพลังนี้ให้ได้ตามต้องการ”
แม้อยู่ในความดูแลของชาร์ลส์ แต่จีนก็ไม่อาจปรับตัวเข้ากับโรงเรียนและเพื่อนมนุษย์กลายพันธุ์ได้ง่ายๆ “เธอรู้สึกโดดเดี่ยว” เทอร์เนอร์กล่าว “เธออยู่ในโรงเรียนสำหรับมนุษย์กลายพันธุ์ แต่เธอไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้เต็มที่ และนักเรียนคนอื่นๆ ก็กลัวเธอหรือไม่ก็คิดว่าเธอเป็นตัวประหลาด”

สิ่งต่างๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อจีนได้พบเพื่อนร่วมชั้น สก็อตต์ ซัมเมอร์ส ซึ่งรับบทโดยไท เชอริแดน เธอเริ่มผูกพันกับสก็อตต์และมีความสุขมากขึ้น คินเบิร์กกล่าวว่าความสัมพันธ์นี้เป็น “ต้นกำเนิดเรื่องราวความรักระหว่างทั้งสอง”  
แต่สก็อตต์ (หรือฉายาว่าไซคล็อปส์) จะต้องจัดการกับพลังของตัวเองให้ได้เสียก่อน เขาสามารถปล่อยลำแสงอานุภาพสูงออกมาจากดวงตา ซึ่งจะป้องกันได้ก็ด้วยการใส่แว่นตาพิเศษที่ทำจากแร่ควอตซ์ทับทิมเท่านั้น แม้แฟนๆ รู้กันดีว่าสก็อตต์จะต้องกลายเป็นผู้นำคนหนึ่งของเอ็กซ์เม็น แต่ในปี 1983 เขายังไม่สามารถแสดงพลังถึงจุดนั้นได้ สก็อตต์ผู้ผอมบางเก้งก้างและขี้กังวลตามแบบวัยรุ่น ยังไม่ลงรอยกับพี่ชาย อเล็กซ์ (ลูคัส ทิลล์) หรือที่รู้จักกันในชื่อฮาว็อค ซึ่งเราได้พบใน X-MEN: FIRST CLASS อีกด้วย

เช่นเดียวกับมนุษย์กลายพันธุ์อีกมากมาย ในตอนแรกสก็อตต์ก็รู้สึกว่าเขาเข้าสังคมไม่ได้ “เขาไม่ค่อยมีอารมณ์ขันเอาซะเลยน่ะครับ” เชอริแดนกล่าว แต่ก็บอกว่าจีนช่วยเปลี่ยนมุมมองในแง่ร้ายของเขาได้อย่างรวดเร็ว “สก็อตต์กับจีนพบกันครั้งแรกแบบเขินๆ มีการโปรยเสน่ห์ใส่กันบ้าง และการพบกันครั้งนั้นก็ได้กลายเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่สำคัญมากในเวลาต่อมา” 
แฮงค์ แม็คคอย/บีสต์ เป็นผู้ออกแบบแว่นในการต่อสู้ให้สก็อตต์ แว่นนี้ช่วยให้เขาสามารถควบคุมพลังของลำแสงที่ออกมาจากตาได้ งานนี้เป็นงานที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับแฮงค์ อัจฉริยะนักประดิษฐ์ ซึ่งเมื่อกลายร่างเป็นบีสต์ เขาจะมีความดุร้ายกว่าปกติ รวมถึงมีความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความว่องไวเพิ่มขึ้นด้วย

แฮงค์ใช้เวลาสิบปีที่ผ่านมาช่วยสร้างและเปิดโรงเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของเซเวียร์ขึ้นมาใหม่ นิโคลัส โฮลต์ ซึ่งกลับมารับบทเดิมที่เล่นไว้ใน X-MEN: FIRST CLASS กล่าวว่า “แฮงค์ยังคงสร้างอุปกรณ์และกลไกไฮเทคต่อไป เขาปรับปรุงเครื่องเซเรโบรและสร้างเครื่องบินเจ็ตที่บินเร็วกว่าเสียงและทนแรงระเบิดได้ เขาชอบการเป็นครูและมีลูกศิษย์เป็นมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นหนุ่มสาว”

 


 หนึ่งในมนุษย์กลายพันธุ์กลุ่มนี้ก็คือปีเตอร์ แม็กซิมอฟฟ์/ควิกซิลเวอร์ ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง เขาเป็นตัวละครตัวหนึ่งที่แจ้งเกิดใน DAYS OF FUTURE PAST ด้วยฉากหยุดโลกที่มีงานภาพสะกดสายตา เมื่อควิกซิลเวอร์วิ่งขนานกับพื้นไปตามผนังห้องครัวของตึกเพนทากอน ระหว่างพยายามช่วยแม็กนีโต้ออกจากคุกที่ไม่น่าเจาะเข้าไปได้แต่เขาก็ทำได้สำเร็จ
ผู้ชมไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้ในภาพยนตร์มาก่อน แต่ฉากของควิกซิลเวอร์ใน X-MEN: APOCALYPSE เหนือชั้นยิ่งกว่านั้น  “ความสนุกในการสร้างฉากใหม่เกิดจากหลักการของควิกซิลเวอร์ ซึ่งก็คือในเมื่อเขาเคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนั้น เขาจึงสามารถทำกิจกรรมทั้งวันได้ภายในพริบตาเดียว” ผู้ควบคุมวิชวลเอฟเฟ็กต์ จอห์น ดิกสตรากล่าว เอแวน  ปีเตอร์ส กลับมารับบทเดิมที่เล่นไว้ใน X-MEN: DAYS OF FUTURE PAST เขากล่าวว่า “เวลาของควิกซิลเวอร์มีกฎของมันเอง เขาเคลื่อนไหวเร็วมากจนกระทั่งเหมือนหยุดเวลาได้ แต่มันก็ทำให้เขาต้องใช้ความพยายามมากเหมือนกัน”  

ฉากใหม่นี้ต้องอาศัยกล้องหลายประเภท เช่น กล้องแฟนทอมและกล้องเรด โดยถ่ายทำที่ความเร็วต่างๆ กัน บางครั้งก็เร็วถึง 3200 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาพนิ่งประกอบลงไปด้วย “เป็นฉากความยาวสองนาทีที่เราใช้เวลากว่าเดือนครึ่งในการถ่ายทำ” ซิงเกอร์กล่าว “และต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุดในยุคปัจจุบันด้วย มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากฉากใน DAYS OF FUTURE PAST และอาจแฝงความเศร้าอยู่สักหน่อย แต่มันมีเอกลักษณ์มากเลยล่ะครับ”
การเคลื่อนไหวแบบไวติดจรวดช่วยให้ตัวละครตัวนี้มีความสำคัญมากขึ้นในเรื่องราวใหม่ แต่มีบางสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ มนุษย์กลายพันธุ์อาศัยอยู่อย่างเปิดเผยในหมู่มนุษย์มาหนึ่งทศวรรษแล้ว แต่ควิกซิลเวอร์ก็ยังคงอาศัยอยู่ในห้องใต้ดินที่บ้านแม่เหมือนเดิม “เขาซึมเศร้าอยู่บ้าง” ปีเตอร์สกล่าว “ห้องของปีเตอร์สะอาดขึ้นเล็กน้อย แต่เขาอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในการค้นหาคนที่เขาคิดว่าผูกพันด้วยเป็นพิเศษ”

 

 

ตัวละครใหม่อีกคนหนึ่งในโรงเรียนของเซเวียร์ก็คือ เคิร์ต แวกเนอร์/ไนท์ครอว์เลอร์ เขามีหน้าตาดูคล้ายปีศาจ ด้วยผิวสีน้ำเงิน ตาสีเหลือง และหางยาวมีปลายเป็นลูกศร ทำให้เขากลายเป็นคนนอกสังคมมานานแล้วก่อนพลังแบบมนุษย์กลายพันธุ์จะปรากฏ ซึ่งพลังนั้นก็ได้แก่ความว่องไวเหนือมนุษย์และการย้ายร่าง (พร้อมด้วยเสียง “ฟึ้บ!”) ในภาคนี้ไนท์ครอว์เลอร์เป็นตัวละครที่ขี้อาย อ่อนไหว และไร้เดียงสา แต่ก็มีความเฉลียวฉลาดด้วย เขาเป็นคล้ายนักพยากรณ์ผู้เงียบขรึม  
โคดี สมิท-แม็คฟี (RISE OF THE PLANET OF THE APES) รับบทเป็นตัวละครนี้ นักแสดงหนุ่มรายนี้เชื่อว่าไนท์ครอว์เลอร์จะเป็นตัวละครที่ชนะใจผู้ชม “ลึกๆ แล้วเคิร์ตเป็นคนที่ยึดมั่นในแบบแผน เบิกบาน ร่าเริง เกเร ขณะเดียวกันก็มีศรัทธาและเปราะบางด้วย” เขาอธิบาย  

ส่วนตัวละครที่เพิ่งมาปรากฏในหนังเอ็กซ์เม็นก็คือจูบิเลชัน ลี/จูบิลี รับบทโดยลานา คอนดอร์ จูบิลีสามารถปล่อยพลังงานจากมือของเธอได้ เธอเป็นที่รู้จักในชุดเสื้อโค้ตยาวสีเหลือง รวมถึงบุคลิกแบบสาวนักช็อป จูบิลีอายุ 18 ปี เธอยังอยู่ในวัยกำลังโตและใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับจีน สก็อตต์ และไนท์ครอว์เลอร์ คอนดอร์กล่าวว่าตัวละครนี้ “ลงตัวกับฉากยุคแปดศูนย์ เธอเป็นสาวป็อปที่รักสนุกและชอบเล่นวิดีโอเกมเช่นเดียวกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์หรือไม่”  

อีกคนหนึ่งที่มาร่วมทีมเอ็กซ์เม็นในการหยุดยั้งอะพอคคาลิปส์ก็คือ มอยรา แม็คแทกเกิร์ต เจ้าหน้าที่ซีไอเอ มอยราเคยเป็นคนรักเก่าของชาร์ลส์ แต่เขาได้ลบความทรงจำของเธอช่วงที่ทั้งสองคบกันในปี 1962 ซึ่งเป็นช่วงที่มนุษย์หวาดกลัวและไม่ไว้ใจมนุษย์กลายพันธุ์อย่างที่สุด ทั้งนี้เพื่อปกป้องเธอไม่ให้ถูกโจมตีโดยกลุ่มคนที่ต่อต้านมนุษย์กลายพันธุ์

โรส เบิร์น กลับมารับบทเดิมที่เธอเล่นไว้ใน X-MEN: FIRST CLASS เธอกล่าวว่าแม้มอยราจะสูญเสียความทรงจำ แต่ความผูกพันที่เธอมีต่อมนุษย์กลายพันธุ์ก็ยังคงแข็งแกร่ง “ในแง่หนึ่งมอยราก็เป็นคนนอกสังคม” เบิร์นกล่าว “เธอเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจและสนับสนุนมนุษย์กลายพันธุ์อย่างจริงจัง แต่การต่อสู้กับอะพอคคาลิปส์เป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกสำหรับเธอ” นักแสดงรายนี้ยังได้บอกใบ้ถึงการกลับมาสานสัมพันธ์กับชาร์ลส์อีกครั้งหนึ่งด้วย “เขาให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแก่มอยรา...” เธอบอกได้เพียงแค่นี้

อีกคนหนึ่งที่กลับมาก็คือเจ้าหน้าที่ลับซึ่งเป็นมนุษย์ผู้มีมุมมองเรื่องมนุษย์กลายพันธุ์ตรงข้ามกับมอยราโดยสิ้นเชิง วิลเลียม สไตรเกอร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการและนักวิทยาศาสตร์การทหารที่มุ่งมั่นจะกำจัดมนุษย์กลายพันธุ์ เขาลงมือทำทุกทางเพื่อป้องกันสิ่งที่เขามองว่าเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติจากการดำรงอยู่ของมนุษย์กลายพันธุ์ หลังจากเราได้เห็นเขาครั้งล่าสุดใน X-MEN: DAYS OF FUTURE PAST เมื่อปี 1973 สไตรเกอร์ยังคงดำเนินภารกิจเพื่อกำจัดโลกของมนุษย์กลายพันธุ์ จอช เฮลแมน ผู้กลับมารับบทนี้กล่าวว่า “สไตรเกอร์ทำสิ่งที่เขามองว่าจำเป็นเพื่อช่วยปกป้องประเทศเอาไว้ แต่เขาเชื่อมั่นในงานที่ทำอยู่เสียจนถึงชั้นปิดหูปิดตาต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น”

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram