เปิดตัวทีม “Spotlight” ทีมนักข่าวแห่งประวัติศาสตร์ สั่นคลอนคริสตจักร

เปิดตัวทีม “Spotlight”ทีมนักข่าวแห่งประวัติศาสตร์
สั่นคลอนคริสตจักรจนทั้งโลกต้องทึ่ง!

 

 

นี่คือผลงานสุดเข้มข้นที่สื่อใหญ่ชั้นนำระดับโลกหลายสำนักต่างยกย่องให้เป็น สุดยอดผลงานคุณภาพแห่งปี ที่พร้อมจะนำเสนอเรื่องราว เปิดโปง ขุดคุ้ย สั่นคลอนคริสตจักรจนทั้งโลกต้องสะเทือน
“SPOTLIGHT”นำทีมสืบสวนความจริงโดยนักแสดงผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์นำชายยอดเยี่ยม ‘ไมเคิล คีตัน’ที่ครั้งนี้เขาได้ขนทีมนักแสดงในฝันของฮอลลีวู้ดชนิดที่เรียกว่าคอหนังต้องตาลุกวาว มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง!

วอลเตอร์ “ร็อบบี้” โรบินสัน (ไมเคิล คีตัน) : ตำแหน่ง ‘หัวหน้าทีมสปอตไลท์’

วอลเตอร์คือมันสมองของทีมข่าว เขากัดไม่ปล่อยเพื่อนำเสนอความจริงที่มืดมิดให้สว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากทุกข่าวที่ทีมสปอตไลท์เคยทำมา เพราะเป็นข่าวชิ้นใหญ่ซึ่งเกี่ยวพันกับโบสถ์คาทอลิกที่ทุกคนยึดมั่นศรัทธา เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของการทำข่าวตลอดชีวิตของ โรบินสัน ว่าเหตุการณ์ชั่วร้ายครั้งนี้ดำรงมาได้อย่างไรถึง 30 ปี เขาพร้อมตีพิมพ์ข่าวที่สั่นสะเทือนโลกครั้งนี้อย่างไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น
ซึ่งการมารับบทในครั้งนี้ ไมเคิล คีตันก็สามารถเล่นบทนี้ได้อย่างแนบเนียนจนทำให้วอลเตอร์ โรบินสันตัวจริงถึงกับต้องขนลุกเลยทีเดียว“ฉากแรกที่ผมดูคือ ฉากที่ไมเคิลปรากฏตัว ผมแทบหงายหลังตกเก้าอี้เลยล่ะ เพราะเขาเล่นเป็นผมได้อย่างสมบูรณ์แบบ”- วอลเตอร์ โรบินสัน นักข่าวอาวุโสชื่อดังเล่าให้ฟัง “เขาไม่ได้แค่เลียนแบบการออกเสียงของผม หรือสำเนียงพูดแบบบอสตันได้เท่านั้น แต่การแสดงออกทางสีหน้า อากัปกิริยาของเขายังโคตรเหมือนผมเลยครับ”

 

 

ไมค์ เรเซนเดส  (มาร์ค รัฟฟาโล่) : ตำแหน่ง ‘นักข่าว’

ไมค์คือนักข่าวหัวเห็ดที่พุ่งไปประเด็นในเชิงกฎหมาย เขามีลีลาในการสืบสวนที่ดุดัน เอาจริงเอาจัง สู้ไม่ถอยเพื่อให้ได้หลักฐานความจริงนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน ไมค์เป็นพวกท้าชนกับศาสนาอย่างไม่เกรงกลัว เพราะเขาเติบโตมาจากครอบครัวคาทอลิก และเลิกไปโบสถ์เพราะทนรับความมือถือสากปากถือศีลไม่ไหว นี่จึงเป็นวิกฤติทางศาสนาของไมค์อย่างแท้จริง
มาร์ค รัฟฟาโล่ใช้เวลาอ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้เพียงคืนเดียว จนเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ตอบตกลงในการมาร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากนี้เขายังใช้เวลาตามติด ไมค์ เรเซนเดส ตัวจริงนานหลายสัปดาห์ เพื่อที่จะดึงเอาบุคลิกความเป็นนักข่าวที่ดุดันออกมาใช้ในการแสดง “วันแรกที่ผมเจอไมค์ เขาไว้เชิงพอสมควร หลังจากนั้นเราก็ไปที่อพาร์ทเม้นท์ของเขา ทานข้าวเย็นด้วยกันเสร็จ ก็ออกไปเดินคุยกันข้างนอก เราคุยกันนานมากๆ คุยจนผมเริ่มเข้าใจว่า เขาผ่านอะไรมาและเขารับมือกับเรื่องต่างๆ ด้วยวิธีการใด แล้วผมก็ไปที่สำนักงานของบอสตัน โกล้บ ใช้เวลาดูไมค์ทำงาน 5 วันเต็มๆ ก่อนที่จะเริ่มซ้อมบท” – มาร์ค รัฟฟาโล่ ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการเตรียมตัวมารับบท

 

ซาช่า ไฟเฟอร์ (เรเชล แม็คอดัมส์) : ตำแหน่ง ‘นักข่าว’

ซาช่าเป็นนักข่าวหญิงมือหนึ่งด้านการสัมภาษณ์แหล่งข่าวของคอลัมน์ สปอตไลท์ มีทักษะในการเกลี่ยกล่อม เป็นผู้ปลอบประโลมเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายให้เปิดเผยความจริงให้สังคมได้รับรู้
เรเชล แม็คอดัมส์ พยายามจะเรียนรู้ทักษะการพูดจาเกลี้ยกล่อมแหล่งข่าวของไฟเฟอร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสำคัญ “ฉันกับซาช่าทำความรู้จักกันในเบื้องต้นผ่านอีเมลค่ะ แล้วก็โทรคุยกันเป็นระยะๆ จนฉันมีเวลาว่างฉันก็จับรถไฟจากนิวยอร์กมาหาเธอที่บอสตัน ใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายยันมืดกับเธอและสามีของเธอ” นางเอกสาวเอ่ยให้สัมภาษณ์“ฉันถามซาช่าทุกเรื่องที่ฉันสามารถนึกออกเลยค่ะ แม้กระทั่งพวกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ตอนคุณไปสัมภาษณ์แหล่งข่าว คุณใส่นาฬิกาข้อมือหรือเปล่า? ไม่ว่าจะถามอะไรไป เธอก็ตอบให้ฉันหายสงสัยได้ทุกอย่าง”

 

แม็ตต์คาร์โรลล์ (ไบรอันดาร์ซี่เจมส์): ตำแหน่ง ‘ผู้สืบค้นข้อมูล’

แม็ตต์คาร์โรลล์ คือผู้ปิดทองหลังพระของทีมข่าวสปอตไลท์ อย่างแท้จริง... ไบรอันดาร์ซี่ย์เจมส์นักแสดงผู้รับบทให้สัมภาษณ์ว่า “แมตต์พูดเองว่าเขาเป็นเหมือนคนที่เนิร์ดที่สุดในกลุ่ม เขาเอาความเนิร์ดเรื่องบ้าข้อมูลของตนเองรวบรวมเอกสารและข้อเท็จจริงทุกอย่างเกี่ยวกับบาทหลวงและเหตุกระทำชำเราตลอด 30 ปีที่ผ่านมาทำเป็นตารางลงในโปรแกรม Excel พยายามทำเป็นสถิติเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

 

มาร์ตี้บารอน (เลียฟชไรเบอร์): ตำแหน่ง ‘บรรณาธิการบริหาร’

สกู๊ปข่าวช็อคโลกครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาด มาร์ตี้ บารอนเพราะทันทีที่เขาย้ายเข้ามารับตำแหน่งบรรณาธิการบริหารคนใหม่ของ บอสตันโกล้บวันแรกที่เขามาถึงบารอนก็สั่งออกคำสั่งแบบสายฟ้าฟาดให้ทีมข่าวลงมือสืบสวนเรื่องราวที่กำลังจะกลายเป็นข่าวใหญ่นี้ทันที เนื่องจากเขาประหลาดใจว่าทำไมไม่มีใครพูดถึงข่าวชิ้นเล็กๆที่เพิ่งลงตีพิมพ์ไปถึงเรื่องการกล่าวหาบาทหลวงรูปหนึ่งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศฝ่ายบาทหลวงให้การอย่างหนึ่งแต่ฝั่งทนายโจทก์กลับพูดคนละเรื่องกันเลยเขาจึงเปรยขึ้นมาว่า“เราน่าจะสืบหาความจริงของเรื่องนี้กันหน่อยไหม”ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของสกู๊ปข่าวสืบสวนที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก

เลียฟ ชไรเบอร์ ได้มารับบทนี้ก็เพราะบุคลิกนิ่งเงียบ แต่น่าเกรงขามของเขา ซึ่งเขาตัดสินใจคว้าบทบรรณาธิการที่ไม่ชอบการประนีประนอมผู้นี้ไว้ทันทีหลังได้รับการติดต่อจากทีมงาน“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผมในการทำงานกับหนังเรื่องนี้คือการได้นั่งรถไฟไปหามาร์ตี้ บารอนตัวจริงที่วอชิงตัน ดีซี ... การได้นั่งคุยกับเขาเหมือนประสบการณ์สุดพิเศษ ผมได้เข้าใจว่าการทำงานหนังสือพิมพ์ในประเทศนี้มันเหนื่อยยากแสนเข็ญแค่ไหน ซึ่งนี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมหลงรักบทหนังเรื่องนี้ เพราะมันพูดถึงชัยชนะของสื่อและนักหนังสือพิมพ์” - เลียฟ ชไรเบอร์กล่าวถึงความรู้สึกพิเศษต่อบทบาทในภาพยนตร์

 

เบนแบรดลีจูเนียร์ (จอห์นสแลทเทอรี่)–ตำแหน่ง ‘บรรณาธิการ’

เบน แบรดลี จูเนียร์คืออดีตบรรณาธิการผู้จัดการของบอสตัน โกล้บเบนมองว่าการสืบสวนคดีในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะสำนักบาทหลวงคาทอลิกนั้นมีอิทธิพลมากในบอสตันและมีจำนวนผู้อ่านที่นับถือคาทอลิกสูงถึง 53 เปอร์เซ็นต์ 
จอห์นสแลทเทอรี่ ผู้รับบทเบนบอกถึงบุคลิกเบนว่า“เขาเป็นคนค่อนข้างกระด้างขวานผ่าซากและไม่ชอบพูดอ้อมค้อม”แต่เมื่อทีมสปอตไลท์เริ่มลงข่าวเปิดโปงสำนักบาทหลวงเขาก็เริ่มรู้สึกวิตกกังวล“พอการสืบสวนดำเนินไปเบนก็ยิ่งรู้สึกกดดันถ้าลองว่าคุณสืบเสาะข้อมูลไปไกลขนาดนี้เพื่อรายงานข่าวที่ใหญ่ระดับนี้สะเทือนอารมณ์มวลชนขนาดนี้และอาจจะสร้างความเสียหายระดับมหึหาให้กับศาสนจักรคุณต้องทำให้ถูกต้องรัดกุมทุกอย่างห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว”

 

มิทเชลล์ การาเบเดี้ยน (สแตนลี่ย์ ทุชชี่)- ทนายความผู้เถรตรง

ถึงแม้ว่ามิทเชลล์การาเบเดี้ยน จะไม่ได้มีตำแหน่งอยู่ในทีมนักข่าวสปอตไลท์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาคือแหล่งข่าวสำคัญ และเป็นบุคคลที่ช่วยทำให้การเดินหน้าสืบคดี ขุดคุ้ยความจริงของทีมสปอตไลท์เดินหน้าไปได้อย่างไม่ติดขัด
“เขาถือว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจระดับเอาชีวิตเป็นเดิมพันเลย เพื่อช่วยเหลือคนที่ตกเป็นเหยื่อกว่าร้อยคน”- สแตนลี่ย์ ทุชชี่พูดถึงบทของตัวเอง 
นอกจากนี้เขายังได้มีโอกาสศึกษาบุคลิกตัวจริงของมิทเชลล์ การาเบเดี้ยน ผ่านทางคลิปสัมภาษณ์จากข่าวและสื่ออื่นๆ เท่าที่พอจะหาได้ “คุณลองนึกว่าตัวเองเป็นเขาดูสิ เขาต้องฟังเรื่องของเด็กและผู้ใหญ่ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่ยังเด็ก ผมคิดว่าถ้าผมเป็นเขา ผมคงประสาทกินไปแล้ว แต่การาเบเดี้ยนกลับไม่ลดละที่จะต่อสู้”

SPOTLIGHTอ้างอิงจากเรื่องจริงของเหตุการณ์สุดอื้อฉาวที่ทำให้ทั้งโลกต้องตกตะลึง เมื่อทีมนักข่าวฝีมือพระกาฬจากหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบในนาม 'ทีมสปอตไลท์'ได้ร่วมกันสืบหาความจริง เพื่อทำสกู้ปข่าวเปิดโปงคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กในโบสถ์ท้องถิ่นที่ลุกลามจนสร้างความสั่นสะเทือนไปโลก

 

 

 

 

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram