รีวิว : The Legend of Tarzan ผงาดความดิบเถื่อน หวนทวงบัลลังก์จ้าวแห่งพงไพร

The Legend of Tarzan
ผงาดความดิบเถื่อน
หวนทวงบัลลังก์จ้าวแห่งพงไพร
BY FEEDMYBRAIN

 

 

เมื่อเอ่ยถึง “ทาร์ซาน” ภาพของชายหนุ่มผมยาวรุงรังที่คอยห้อยโหนเถาวัลย์กลางป่าใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาทันที เด็กมนุษย์ที่ถูกเลี้ยงดูด้วยกอริลล่า ผู้มาพร้อมกับพลังแห่งสรรพสัตว์และการผจญภัยสุดเหลือเชื่อในพงไพรยังคงติดตาและติดในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้ แต่การจะนำเรื่องที่เรารู้อยู่แล้วมาเล่าใหม่ แม้จะในเวอร์ชั่นคนแสดงจริง ก็ออกจะน่าเบื่อและซ้ำซากเกินไป ซึ่ง The Legend of Tarzan รู้ถึงข้อนั้นดี! ทำให้หนังเลือกที่จะ “เปิดฉาก” การห้อยโหนเถาวัลย์ในแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครสร้างมาก่อน ผสานด้วยฉากแอคชั่นปะทะสรรพสัตว์แบบ “ดิบเถื่อน” ที่เราต้องทึ่ง และเปิดโลกใหม่ของทั้ง ทาร์ซาน และ เจน ที่เราไม่เคยรู้ หลังจากที่ ทาร์ซาน กลับสู่เมืองแห่งมนุษย์แล้วนั่นเอง

The Legend of Tarzan … ตำนานแห่งทาร์ซาน ว่าด้วยการผจญภัยครั้งใหม่ของ จอห์น เคลย์ตันที่ 3 หรือ ทาร์ซาน ที่กลายสภาพจาก “ลูกลิง” มาเป็น “มนุษย์ผู้สูงศักดิ์” ที่พร้อมด้วยทรัพย์สมบัติและหน้าที่การงานที่ดี แต่ตัวตนเดิมของเขาก็ทำให้เขาต้องกลับไปยังแอฟริกาอีกครั้ง เพื่อเป็นตัวแทนของอังกฤษในการเจริญสัมพันธไมตรีกับราชาลีโอโพลด์ผู้ปกครองแอฟริกา ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้กลับเคลือบแฝงด้วย “อันตรายที่มองไม่เห็น” จากเหล่าคนแปลกหน้าที่หมายจะจ้องเอาชีวิตของเขา!

 

 

The Legend of Tarzan เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามอง เพราะตัวหนังนั้นนำเสนอ “มุมมองใหม่” ให้เหล่าคอหนังได้รู้จักกับ “ทาร์ซาน” เจ้าป่าผู้โด่งดังในอีกแบบฉบับหนึ่ง ทาร์ซาน ที่เราเคยรู้จักนั้นยังเป็นเพียง “ทาร์ซาน” เด็กหนุ่มที่เติบโตมาอย่างสัตว์และถูกสัตว์ป่าเลี้ยง ซึ่งเราต่างชื่นชอบในอิริยาบถแบบดิบๆของเขา และเฝ้าเอาใจช่วยให้เขาเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ แต่สำหรับ ทาร์ซาน ใน The Legend of Tarzan นั้นกลับเป็น “จอห์น เคลย์ตันที่ 3 ผู้ใหญ่ที่โตแล้วโดยสมบูรณ์ และกลายเป็น “มนุษย์” ที่พร้อมด้วยความเข้าใจในสรรพสัตว์ จากการมองมุมกลับที่ถูกนำเสนอในหนังเรื่องนี้ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับกำลังดูการเติบโตขึ้นของทาร์ซานในอีกช่วงชีวิตหนึ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ซึมซับความรู้สึกของคนที่ต้องจาก “บ้าน” ที่เติบโตไปอาศัยในอีกที่หนึ่งที่เขาไม่แน่ใจว่ามันคือ “บ้าน” จริงหรือไม่ และเมื่อเขาได้กลับมา กลับมาสู่สิ่งที่เขาคุ้นเคย ความทรงจำเก่าๆก็ต่างพรั่งพรูเข้ามานั่นเอง

 

 

หนังยังมีประเด็นที่น่าสนใจอย่าง "การค้าทาส" เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทำให้เราเห็นวิถีชีวิตของชาวแอฟริกาหลังถูกคนขาวเข้ามาล่าอาณานิคม และยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองที่เราต้องตั้งคำถามใหม่อีกครั้งว่า อะไรกันแน่คือความหมายของคำว่า "ป่าเถื่อน" ที่แท้จริง ซึ่งต่างจากเนื้อหาในต้นกำเนิดของทาร์ซานที่จะเน้นไปที่มิตรภาพระหว่างคนกับสัตว์ และการลักลอบค้าสัตว์อย่างผิดกฏหมายมากกว่านั่นเอง

 

 

นอกจากประเด็นและมุมมองของเรื่องที่น่าสนใจ The Legend of Tarzan ยังใส่ฉากแอคชั่นที่คนดูอยากเห็นเข้าไปมากมาย พร้อมกับผสมความเป็น “สัตว์ป่า” และ “ความดิบเถื่อน” ต่างจากการ์ตูนหรือหนังที่เคยมีมานั่นเอง ในเวอร์ชั่นนี้เราจะได้เห็นการต่อสู้จริงๆระหว่างคนกับสัตว์ที่มีคิวบู๊ที่สวยงาม ผสมกับการใช้ช็อตกล้องที่บรรยายฉากการต่อสู้ท่ามกลางป่าใหญ่ได้อย่างอลังการ และการต่อสู้เหล่านั้นก็เปี่ยมด้วยความหมายที่ต่างกันในแต่ละสังเวียน อาทิ การต่อสู้ระหว่าง อาคุต กอริลล่าพี่ชายกับตัว ทาร์ซาน ที่สะท้อนถึงการเคลียร์ปมของการไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ซึ่งฉากต่อยตีกันแบบสัตว์ๆนั้นก็ทำให้เรารู้สึกถึงความเจ็บจริง เจ็บหนัก เรียกได้ว่าเป็นสังเวียนที่โหดหินเอาถึงตายอย่างแท้จริงทีเดียว

 

 

สิ่งหนึ่งที่ถือว่าช่วยให้ The Legend of Tarzan มีพลังคือ บรรดาแคสต์นักแสดงที่ช่างเหมาะกับบทบาททุกคน ตั้งแต่ อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด นักแสดงชาวสวีเดนผู้รับบท ทาร์ซาน ที่ช่างเหมือนกับภาพจำจากการ์ตูนในวัยเด็กอย่างมาก และการแสดงของเขาก็สื่อสารออกมาผ่านทั้งร่ายกายและสายตาที่ทำให้คนดูรับรู้ถึงจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติที่อยู่ข้างในทีเดียว, มาร์โกต์ ร็อบบี้ กับบท เจน ภรรยาทาร์ซานที่เปี่ยมไปด้วยความร่าเริง และความแข็งแกร่ง, แซมมวล แอล แจ็คสัน ผู้รับบท จอร์จ วอชิงตัน วิลเลี่ยมส์ ที่คอยสอดแทรกมุกฮาจังหวะดี และลดโทนความหม่นของหนังไป และ คริสตอฟ วอลท์ซ ผู้รับบท ลีออน รอม วายร้ายผู้รับคำสั่งจากราชาแห่งแอฟริกา ซึ่งทุกคนนั้นต่างถ่ายทอดบทบาทได้อย่างลงตัว และมีจุดเด่นให้ขโมยซีนกันด้วย

 

 

น่าเสียดายก็ตรงที่ว่า การเล่าเรื่องของ The Legend of Tarzan นั้นอาจยังไม่กลมกล่อมเท่าที่ควร แม้ว่าองค์ประกอบทั้งหมดนั้นจะยอดเยี่ยมและมีความน่าสนใจมากแค่ไหนก็ตาม หนังเล่าเรื่องเป็นเส้นตรงทำให้เข้าใจง่าย แต่ก็น่าเสียดายที่ขาดไดนามิกในการเล่าเรื่องไป แต่กระนั้นก็ยังต้องยอมรับอยู่ดีว่า ฉากการผจญภัยของหนังนั้นตระการตาและตอบโจทย์ความฝันวัยเด็กได้ดีมากทีเดียว ตั้งแต่ฉากโหนเถาวัลย์ของทาร์ซาน, ฉากกระโดดดิ่งหน้าผา, ฉากไต่ต้นไม้ยักษ์ และฉากการอาศัยพลังความเข้าใจของสัตว์ที่ทาร์ซานมีด้วย พวกซีนเหล่านี้ช่างมหัศจรรย์และดูเพลินมากจริงๆ ขอย้ำอีกรอบว่า มันมีหลายซีนมากทีเดียวที่เรา "ว้าว" กับมัน และรู้สึกตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็น "มุมใหม่" ของตำนานแห่งทาร์ซานเรื่องนี้ด้วย

 

ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ของ ทาร์ซาน ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ผงาดพลังแห่งผืนป่าและเหล่าสรรพสัตว์ที่พร้อมแอคชั่นบู๊ดิบเต็มสตรีม และเรียนรู้เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาและในอนาคตของชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนนี้ใน The Legend of Tarzan ... ตำนานแห่งทาร์ซาน ... ฉายแล้ววันนี้ในระบบ IMAX 3D, 4DX, Atmos 2D, Digital 2D และ Digital 3D

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram