จักรวาลของยุ่น..กว่าซันนี่จะกลายเป็นฟรีแลนซ์ ซึมลึกถึงรูขุมขน

จักรวาลของยุ่น..กว่าซันนี่จะกลายเป็นฟรีแลนซ์
ซึมลึกถึงรูขุมขน ใน ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ 

 

 

เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับ ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ได้โพสต์ข้อความเล่าถึงกว่าจะได้ตัวละครฟรีแลนซ์ ที่ชื่อว่า ยุ่น นักแสดงต้องผ่านอะไรมาบ้าง 

on actors : ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ (ซันนี่) รู้ตัวอีกที ผมก็กำลังนั่งคุยกับพี่ซันนี่ว่าด้วยเรื่องการแสดงแบบเพียวๆ อันหมายถึง การนั่งคุยเรื่องวิธีการแสดงแบบต่างๆ การแอ็คติ้งโค้ช การทำเวิร์คช็อปของพี่ๆคนอื่นๆ คือ คุยกันแต่เรื่องนี้เลย ผมไม่เคยคุยกับนักแสดงในหัวข้อว่าด้วยการแสดงแบบจริงๆจังๆขนาดนี้ และ ผมไม่นึกว่าคุณชาวีเขาจะจริงจังกับการแสดงละเอียดขนาดนี้เหมือนกัน , ผมไม่รู้ว่าเรามาสู่จุดนี้ได้ยังไง เราแค่นั่งพักเบรคระหว่างเวิร์คช็อปเฉยๆ อยู่ดีๆมาเปิดสัมมนากันทำไม แต่รู้แค่ว่าผมสนุกมาก เพราะหลายๆครั้งผมก็อยากจะเข้าใจฝั่งนักแสดงว่าเขาคิดและรู้สึกอย่างไร หรือต้องการอะไรบ้าง เผื่อว่ากำกับรอบถัดๆไปจะทำได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือรู้ว่ารอบนี้รอดแน่ๆครับ เพราะนักแสดงคนนี้ซีเรียสขนาดนี้

 

 

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่การกำกับของผมได้ทำงานร่วมกับนักแสดงแทบจะ 100% เพราะการจะทำให้ซันนี่กลายเป็นยุ่นนั้น มีกระบวนการซับซ้อนหลายจำนวน มันเป็นตัวละครที่ยากกว่าที่คิดมากๆ แม้ว่าผมจะเขียนตัวละครนี้ขึ้นมาเอง และจำเป็นที่ซันนี่ต้องกลายเป็นยุ่นให้ได้หมดทุกกิริยา เพราะวิธีถ่ายทำของหนังเรื่องนี้จะถ่ายแบบกล้องสารคดี และถ่ายแบบลองเทคอยู่หลายซีน เราจะเห็นนักแสดงทั้งร่าง เล่นต่อเนื่อง 7-8 หน้าของบทหนัง ดังนั้นการเดิน การวิ่ง การยืน การนั่ง การหันหน้า การมองหมอ สปีดในการพูด รวมถึงคำติดปากต่างๆของยุ่น พี่ซันนี่ต้องทำให้ได้หมดโดยธรรมชาติ

พี่ซันนี่บอกตลอดเวลาว่าเขาไม่ใช่ยุ่น ผมก็เลยยิ่งต้องหาทางฝังระบบ iOS ของยุ่นลงในร่างกายพี่ซันให้ได้ , ดังนั้นสิ่งที่เราทำด้วยกัน ไม่ใช่แค่การพูดคุยถึงซีนต่างๆ แต่เป็นการพูดคุยถึงจักรวาลทั้งหมดของยุ่นให้ตัวพี่ซันค่อยๆซึมเข้ารูขุมขนไป และค่อยๆกลายร่างเป็นยุ่นด้วยตัวเขาเอง , ถ้าซันนี่กลายเป็นยุ่นแล้ว ไม่ว่าหมออิมจะอิมโพรไวซ์นอกบทอะไรใส่ เขาจะตอบคำถามหมออิมได้ในแบบฉบับของยุ่น , ผมกับพี่ซันเหมือนนั่งติวหนังสือสอบกันสองคนมาก ถ้าอยู่ในห้องเรียน พี่ซันพวกเรียนเก่งแต่นั่งหลังห้อง เจอกันไม่กี่ที พี่เริ่มแกล้งผมแล้ว เลวอ่ะ แต่ในขณะเดียวกัน เจอกันไม่กี่ทีนี่แหละ พี่ก็ไม่เอาบทหนังมา เพราะพี่จำบทได้หมดแล้ว

โชคดีหน่อยระหว่างติวนั้น ผมพบว่าพี่ซันนี่เป็นคนดูหนังหลากหลายและเยอะพอที่เราจะคุยเรื่องหนังแบบเพียวๆด้วยความเนิร์ดสัด ความประทับใจสูงสุดคือการที่ที่ซันเคยดูหนังเรื่อง american splendor ที่ผมชอบมาก และยังไม่พบว่ามนุษย์รอบตัวคนไหนเคยดูหนังเรื่องนี้ เลยรู้สึกเหมือนเจอเพื่อนที่พลัดพราก จากนั้นก็จะเริ่มเป็นการแลกเปลี่ยนหนังกันดูตามประสาชาวเนิร์ด คุยกันเรื่องการแสดงอย่างที่บอกไว้ตอนต้น ,

นอกจากนั้นแล้วก็เป็นเรื่องเมาท์ชาวบ้าน โดยเฉพาะการเมาท์พี่ปิ๊ง อดิสรณ์ อันนี้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของเราได้มากๆ
ผมนับคร่าวๆ พี่ซันนี่เวิร์คช็อปกับผมประมาณ 20 ครั้งบวกๆ , แต่นั่นก็คุ้มค่าพอที่จะทำให้วันแรกในการถ่ายทำ ผมไม่ต้องไปกำกับอะไรเขามากมาย เพราะเขาได้กลายเป็นยุ่นไปแล้ว


photo by nawapol
‪#‎freelancethemovie‬ 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram