โหดเหี้ยมขึ้น!! สตีเฟ่น คิง ผู้ให้กำเนิดIT คอนเฟิร์มภาคสอง เพิ่มความสยองเกินคาด

 

มันกลับมาแล้ว

 

 

 สตีเฟ่น คิง(ผู้ให้กำเนิดนิยาย IT) ได้เล่าว่า “ผมตั้งความหวังไว้กับหนังเรื่องนี้ แต่ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่า ‘IT’ จะดีขนาดนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้หนังภาคที่ 2 คือตอนที่ภาคแรกจบลงพร้อมกับมีตัวหนังสือโผล่ขึ้นมาว่า ‘IT ตอนที่ 1’ แล้วผู้ชมพากันปรบมือ พวกเขาอยากดูมันอีก ตอนนี้จะเป็นเรื่องราวส่วนที่เหลือ นี่ไม่ใช่หนังภาคต่อแต่เป็นครึ่งหลังจากเรื่องราวที่ยังเล่าไม่จบ

 

 “ผมจำตอนที่กำลังจัดการกับเรื่องนิยายได้” ผู้เขียนเล่าต่อว่า “ผมกำลังเดินอยู่แล้วเห็นเด็กผู้หญิงนั่งอยู่ริมถนน วาดภาพและคุยกับตัวเองเรื่องภาพผู้คนที่กำลังวาดอยู่ ตอนนั้นผมคิดว่า ‘ถ้าผู้ใหญ่ทำอะไรแบบนั้นล่ะ?’ เราเข้าใจดีว่าเด็กๆ จะมีจินตนาการที่กว้างกว่า พวกเขามีอิสระในจินตนาการ และพอพวกเราโตขึ้นมันกลับเป็นเรื่องยากที่จะรักษาจินตนาการนั้นเอาไว้ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากทำจริงๆ กับเรื่อง IT คือนำพวกเขาที่อยู่ในช่วงที่เป็นผู้ใหญ่แล้วกลับมา ให้มาสัมผัสกับสิ่งที่เคยเจอตอนเป็นเด็ก พวกเขาคือคนกลุ่มเดียวที่มีโอกาสสัมผัสจินตนาการนั้นอีกครั้งและนำไปใช้แก้แค้นกับมัน”

 

 

บาร์บารา มุสเชียตติได้มาสัมผัสกับนิยายของคิงในฐานะของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่สนุกกับจินตนาการของตัวเองเวลาที่อ่านนิยาย เธอเล่าว่า “ฉันอ่านหนังสือด้วยความรู้สึกของเด็กวัย 15 ปี เรื่องราวของเด็กอายุ 13 ปีที่ต้องต่อสู้กับปีศาจร้ายที่มีความรุนแรงหลายด้านตัวนี้ทำให้ฉันรู้สึกตื่นตัวขึ้นมากเลยค่ะ”        

   

ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการรักษาประเด็นสำคัญเหล่านั้นจากหนังสือของคิงเอาไว้ในเรื่อง เธอเล่าต่อว่า “ความเป็นเดอร์รีแย่ลงกว่าเมื่อ 27 ปีที่แล้วอย่างที่เห็นในเรื่อง ‘IT’ มีทั้งความดันทุรัง ความเกลียดชัง ความโหดเหี้ยม.. มันตามไปอยู่ทุกที่โดยเราไม่ทันรู้ว่ามันเลวร้ายขนาดไหน มันคือคำสาป เมื่อเดินทางออกจากเดอร์รีทั้งความทรงจำและช่วงเวลาที่เราเคยอยู่ที่นั่นอาจเลือนลางหายไป แต่ถ้าเรายังใช้ชีวิตอยู่ทั้งชีวิตก็จะถูกมันกัดกินไปเรื่อยๆ มีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเขาไม่ทันสังเกตมัน”

 

ความเลวร้ายอย่างหนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของคิงและแฟนหนังสือ ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์ได้ตั้งใจเก็บมันไว้เป็นบทสรุปของเรื่อง บาร์บารา มุสเชียตติเล่าว่า “ในเรื่องความเฉียบของคิงในการเขียนเรื่องราวขึ้นมาในฉากของงานเทศกาล เขาต้องการทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในรัฐเมน มีแฟนจำนวนมากตั้งคำถามว่า ‘จะมีการรวมฉากเอเดรียน เมลลอนเข้าไปด้วยหรือเปล่า?’ แน่นอนว่าเราไม่พลาดอยู่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นมันส่งผลกระทบมากและเป็นเรื่องยากที่สมองจะรับมือกับมันไหว มนุษย์จะรับมือกับเรื่องแบบนี้ยังไง หากต้องทำร้ายใครสักคนเพื่อคนที่เขารัก ซึ่งนั่นทำให้เข้าใจความเป็นเดอร์รีมากขึ้นว่ามันเต็มไปด้วยความคลั่งและความมืดมิดขนาดไหน”

 

 

IT: Chapter Two เข้าฉาย 5 กันยายน ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram