'ยิ้มสู้' แสงส่องกลางใจจากในหลวง แม้ในยามโลกมืดมิด

เบื้องหลังเพลง 'ยิ้มสู้' แสงส่องกลางใจจากในหลวง แม้ในยามโลกมืดมิด

 

 

ยิ้มสู้ บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นบทเพลงหนึ่งที่ผู้พิการทางสายตาถือว่ามีความหมายกับชีวิตและเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตของพวกเขา โดยเพลงนี้  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ  ประพันธ์คำร้องภาษาไทย เพื่อพระราชทานบรรเลงในงานสมาคมช่วยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๕ เนื้อหาเป็นไปเพื่อปลอบขวัญกำลังใจแก่คนผู้พิการทางสายตา 


“...โลกจะสุขสบายนั้นเป็นได้หลายทาง
ต้องหลบสิ่งกีดขวางหนทางให้พ้นไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง
ฝ่าลู่ทางชีวิตต้องคิดเฝ้าย้อมใจ
โลกมืดมนเพียงใดหัวใจอย่าคร้ามเกรง
ตั้งหน้าชื่นเอาไว้ย้อมใจด้วยเพลง
ไยนึกกลัวหวาดเกรงยิ้มสู้

คนเป็นคนจะจนหรือมี
ร้ายหรือดีคงมีหวังอยู่
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่
ยิ้มละมัยใจสู้หมู่มวลเภทภัย
ใฝ่กระทำความดีให้มีจิตโสภา
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันต์ไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
เฝ้าแต่ยิ้มสู้ไปแล้วใจชื่นบาน…”

 

 


บทเพลงนี้ อธิศรี สงเคราะห์ นักร้องผู้พิการทางสายตา ได้เคยนำมาร้องประกอบในส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ เรื่อง  จากฟ้าสู่ดิน โดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งในฉากตัวละครเอกของเรื่องกำลังท้อแท้ในชีวิตและเดินมาได้ยินเสียงเพลงยิ้มสู้ ทกให้เขามีสตินึกคิดและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไปแบบไม่ท้อต่ออุปสรรค โดยท่อนหนึ่งของบทเพลงที่ว่า “สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง”  ทำให้ผู้ได้ฟังบทเพลงนี้ต้องกลับมาย้อนคิดว่า ความทุกข์ในใจนั้นอยู่ที่เราคิดและเลือกมองว่ามันเป็นอย่างไร ขอเพียงแค่ยิ้มสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะผ่านพ้นไปได้ 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram