บทสัมภาษณ์ "โอซา แวง จาก ชัมบาลา"

“เจน” หญิงสาวที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อชายหนุ่มที่เธอรัก สัมผัสหัวใจที่อ่อนไหวผ่านการแสดงของ “โอซา แวง” ผู้หญิงสวย เซ็กซี่และเต็มไปด้วยความสามารถ ครั้งแรกกับการประกบบทบาทคู่กับ อนันดา เอเวอริงแฮม ใน “ชัมบาลา”

Q: ทราบมาว่าช่วงนี้โอซา แวง ไม่ได้อยู่เมืองไทยประจำ O: ตอนนี้ฉันเพิ่งกลับจาก LA ก็อยู่ที่นั่นได้ 3 เดือน ตั้งใจว่าจะไปหาประสบการณ์ให้ตัวเอง เพราะเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วได้มีโอกาสเล่นหนังฮอลลีวูดเรื่อง Prince and Me ภาค 4 จึงได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนนักแสดงและแนะนำให้ฉันรู้จักกับเอเจนซี่ที่นั่น และถือเป็นความโชคดีที่ทางเอเจนซี่ก็ตอบรับ ทำให้มีผู้จัดการที่ LA คอยดูแล และจัดหางานให้ ส่วนเอเจนซี่ที่ฉันได้เข้าไปอยู่ เขาก็ทำหนังดังๆ มากมาย เช่น Hangover 2 และตอนนี้ฉันก็ได้เดินสาย Audition ที่นั่น ซึ่งถือเป็นงานหนักมาก ส่วนผลงานล่าสุดก็กำลังจะมีหนังเรื่อง ชัมบาลา ที่เล่นกับ อนันดา ก็คงต้องบอกว่าตอนนี้ก็คงจะโฟกัสที่งานภาพยนตร์ก่อน ก็เป็นผลงานที่ทุกคนรอคอย รวมทั้งตัวโอซาด้วยที่จะได้ดูผลงานของตัวเองเรื่องนี้ ก็ค่อนข้างตื่นเต้นกับกระแสตอบรับ ส่วนงานด้านอื่นก็ยังไม่มีแพลนค่ะ แต่ก็เดินทางอยู่ตลอดเวลา ทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ แล้วก็อเมริกาค่ะ แต่ถ้าสิ่งที่อยากทำจริงๆ ก็มีงานด้านภาพยนตร์แล้วก็ด้านแฟชั่นค่ะอาจจะเป็นการดีไซน์เสื้อผ้าหรืออาจจะมีแบรนด์เป็นของตนเอง แต่ก็เป็นเรื่องของอนาคตนะ ตอนนี้ยังไม่ได้วางแพลนอะไรชัดเจนค่ะ ส่วนโปรเจกต์อื่นๆ ตอนนี้ก็มีงานที่สิงคโปร์ ซึ่งฉันเป็นกรรมการตัดสินรายการ ‘SUPERMODEL ME’ Season 3 ซึ่งเป็นรายการคล้ายๆ กับ American Next top Model ของที่อเมริกา ซึ่งตอนนี้กำลังออนแอร์ Season 2 ที่สิงคโปร์อยู่ ซึ่งกระแสตอบรับค่อนข้างดี Q: มาพูดถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ทุกคนรอคอย อยากให้แนะนำ อธิบายคาแรคเตอร์ตัวละครที่โอซาได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “ชัมบาลา” O: ฉันรับบทเป็น เจน นะคะ เจนเป็นชาวต่างชาติที่หลงรักประเทศไทยและหนุ่มไทย คือผู้หญิงที่ยอมเสียสละทุกอย่างในชีวิต เพื่อมาอยู่กับคนที่เธอรัก เธอเชื่อในรักแท้ เธอเป็นคนโรแมนติกมาก เธอเชื่อว่ารักแท้เป็นคำตอบของทุกสิ่งดีๆ ในชีวิต เธอหัดที่จะเรียนทำอาหารไทย เรียนรู้ภาษาไทย เธอรักคนไทย ชอบวัฒนธรรมไทย เพราะคนรักของเธอเป็นคนไทย เจนเป็นผู้หญิงที่เสียสละ และเชื่อมั่นในความรัก เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่รักอิสระ สนุกสนาน กล้าแสดงออก และมีเสน่ห์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวละคร ทิน (อนันดา) หลงรักเธออย่างหมดใจ Q: เมื่อพูดถึงตัวตนของโอซาแล้ว คิดว่าคาแรคเตอร์เจนเหมือนหรือแตกต่างจากตัวจริงของมากน้อยแค่ไหนอย่างไร O: ฉันรู้สึกใกล้ชิดกับตัวละครตัวนี้มาก เพราะฉันก็เคยตกหลุมรักมาก่อน ซึ่งฉันก็เสียสละและยอมทำทุกอย่างเพื่อรักเช่นกัน ตอนที่อ่านบทฉันรู้สึกว่าฉันรู้สึกผูกผันและมีประสบการณ์ร่วมกับตัวละครเจน เพราะฉันเป็นชาวต่างชาติที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยเช่นกัน ฉันก็ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมไทย เรียนรู้ภาษาไทยและยังต้องเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับเมืองไทยแบบเดียวกับเจน ดังนั้นฉันจึงเข้าใจสิ่งที่เจนพยายามทำ ยังไงก็ตามก็ยังมีหลายๆอย่างที่ฉันจะทำซึ่งแตกต่างไปจากเจน ฉันเชื่อในความรัก แต่ฉันก็อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงเช่นกัน นั่นคือความแตกต่าง สำหรับเจน เธอจะทำทุกอย่างเพื่อความรัก แต่สำหรับฉันคงไม่ทุกทำอย่าง Q: สำหรับโอซาแล้วครั้งแรกที่เห็นบทนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง O: ฉันได้รับบทเจนมาก่อนที่ภาพยนตร์จะได้ถ่ายทำล่วงหน้า1ปี ครั้งแรกเมื่อฉันอ่านมัน ฉันรู้สึกทันทีว่าฉันต้องการจะเล่นหนังเรื่องนี้ ซึ่งตอนที่อ่านบทเรื่องนี้ฉันอยู่ที่ L.A. เมื่อฉันอ่านบทฉันก็โทรหาPRประจำตัวฉันที่เมืองไทยทันทีแล้วบอกว่า ฉันรู้สึกบางอย่าง เพราะว่าอย่างที่ฉันบอกว่าฉันมีประสบการณ์ร่วมกับเจน ฉันเข้าใจเธอ เรามีความคล้ายคลึงกัน ถึงแม้ว่าตอนนั้นตัวบทยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ฉันก็ตัดสินใจตอบรับ ตกลงที่จะเล่น เพราะฉันชอบบทและอยากจะเล่นเรื่องนี้ เพราะว่าในวันหนึ่งเมื่อฉันย้อนกลับมาดูหนังเรื่องนี้ จะได้รู้ว่าฉันผ่านอะไรมาแล้วบ้างเช่นกัน ฉันเองอาจมีความผูกผันเป็นพิเศษกับบทละครตัวนี้ โอเคจริงๆแล้วฉันเองอาจไม่ได้เหมือนเจนทุกอย่าง แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเธอ และมีประสบการณ์เหมือนกับเธอ Q: ความยากง่ายในการถ่ายทอดตัวละครตัวนี้ O: เพราะว่าเจนเป็นคนที่เจ้าอารมณ์และก็ซับซ้อนมาก มีหลายบุคลิก ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่แสดงออกกับความรู้สึกภายใน เจนเป็นคนที่เศร้า และก็มีความยากมากที่จะเล่นบทนี้ แต่ว่าฉันสามารถที่จะเชื่อมโยงถึงความรู้สึกเจนได้ ซึ่งมันแตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งคนทั่วไปไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ฉันสามารถใช้ประสบการณ์ในอดีตของฉันมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกเจนได้ ฉันใช้เวลาอ่านบทนานมาก ในช่วงที่ฉันอ่าน ฉันก็รู้สึกแย่ มันยากที่จะผ่านไป เป็นบทที่เจ้าอารฒณ์เจ้าบทบาทที่สุดที่เคยเล่นมา ทำให้ฉันรู้สึกลำบากใจพอสมควร พูดถึงความยาก ฉันสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าบทนี้เป็นบทที่ยากมากๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในการถ่ายทอดบทบาทคาแรคเตอร์นี้ เมื่อถึงเวลาที่เจนมีความสุขฉันก็มีความสุขกับมัน ในขณะที่ช่วงเวลาที่เจนต้องเศร้าฉันก็ยังคงเศร้าอยู่ แม้ว่ามันจะจบการแสดงไปแล้วก็ตาม Q: คาแรคเตอร์นี้แตกต่างจากบทบาทที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้อย่างไรบ้าง O: เป็นบทบาทที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของฉันมากที่สุดแล้วเท่าที่เคยเล่นมา มันเลยทำให้ตัวฉันมีความรู้สึกอินกับตัวละครตัวนี้เป็นพิเศษ ฉันเข้าใจว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง และฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจนตอนที่เล่นบทนี้อยู่ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันรักตัวละครนี้มากพอที่จะเชื่อว่า คนเราต้องเสียสละทุกอย่างเพื่อความรักหรือเปล่า Q: เป็นตัวละครที่มีการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกค่อนข้างมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร้องไห้ ไม่น่าเชื่อว่าโอซาแวงจะเป็นนักแสดงเจ้าน้ำตาที่ร้องไห้เร็วมาก O: (หัวเราะ) เพราะเอามาจากประสบการณ์จริง ฉันคิดว่าทุกคนเคยมีความรักและอกหัก ทุกคนรู้ว่ามันเป็นอย่างไร เหมือนกับการรำลึกความหลังที่ไม่ดี ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันควรจะเล่าให้คุณฟังหรือเปล่า ว่าฉันคิดถึงใครในขณะที่ร้องไห้ ฉันเป็นคนที่อ่อนไหวอยู่แล้วโดยปกติ ผู้หญิงคนไหนที่อยู่ในสถานการณ์ของเจน ก็ต้องเศร้าเหมือนกัน Q: เป็นหนังไทยเรื่องแรก ที่แฟนๆ จะได้เห็นโอซา แวงพูดภาษาไทยในบทด้วย O: เป็นครั้งแรกที่ฉันอ่านจากบทภาษาไทย แล้วก็ต้องเรียนภาษาไทยจากครูคนไทย และก็ต้องพูดให้ดีๆ Q: นี่เป็นหนังเรื่องแรกของคุณในรอบหลายๆ ปีที่คนไทยจะได้ดูหลังจากเรื่อง สวยลากไส้ (Sick Nurse) O: ค่ะ พูดได้ว่ามันเป็นบทที่แตกต่างจากบทที่ฉันเคยแสดง ฉันได้ทำอะไรมากขึ้นจากหนังเรื่องแรกของฉัน มาถึงชัมบาลาฉันได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นจากหนังเรื่องนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเหมือนตอนที่เล่นหนังเรื่องแรก ซึ่งฉันเองก็หวังอยากที่จะให้ผู้ชมจดจำฉันจากตัวละคร “เจน” ที่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว แล้วฉันก็เชื่อว่าทุกคนล้วนต่างมีอารมณ์ร่วมไปกับเจนแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่ล้วนต่างมีมุมนี้กันทุกคน Q: พูดถึงตัวละครตัวนี้ค่อนข้างมีเสน่ห์เลยทีเดียว ผู้หญิงที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลงรักเมืองไทยและหนุ่มไทย คุณคิดว่าพอหนังเรื่องนี้ออกฉายแล้ว ผู้ชมจะตกหลุมรักคุณมากกับตัวละครทินที่แสดงโดยอนันนาดารึเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มๆ O: คือในภาพยนตร์คนดูจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่มาเมืองไทย หัดทำอาหารไทย สมัครงาน พูดภาษาไทย ฉันก็ต้องเตรียมตัวในบางส่วน และบางส่วนก็เล่นไปตามบท และบางส่วนก็มาจากสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ Q: ในชีวิตจริงคุณชอบอาหารไทยไหม O: ชอบมาก แต่ไม่ชอบทานเผ็ด อาหารที่ชอบก็จะมีข้าวผัดทะเล ไข่เจียว บะหมี่ปู แต่ไม่ชอบต้มยำ ส่วนผลไม้ที่ฉันชอบทานก็จะมีสับปะรด และแตงโม และไม่ชอบทานอะไรที่หวานเกินไป Q:  จริงๆ แล้ว ทำอาหารไทยได้หรือเปล่า O: ทำไม่ได้เลย ทำได้แต่มาม่าปู Q: ไอเดียหรือคอนเซ็ปท์ของหนังเรื่องนี้มีการพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับความรักที่เป็นแรงบันดาลใจ และตัวของคุณจะทำเพื่อความรักได้มากน้อยแค่ไหน O: ในเรื่องซันนี่กับอนันดาไปทิเบต เพื่อจะไปตามหารัก ฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้มันพูดเกี่ยวกับตัวละคร 4 ตัว คู่รัก 2คู่ ที่มีความรักที่แตกต่างกัน ซึ่งมันก็ชี้ให้เห็นว่าความรักของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ตายตัว บางคู่อาจจะจบดี หรือจบไม่ดี แต่มันเกี่ยวกับการเติบโตไปด้วยกัน คุณสามารถอยู่ในความรักและเติบโตไปพร้อมๆ กันได้ ในหนังเรื่องนี้มีนิยามความรักที่หลากหลาย และทั้งอนันดาและซันนี่ก็มีความรักในรูปแบบที่แตกต่างกัน Q: ในมุมมองของคุณหนังเรื่องนี้มีน่าสนใจตรงไหน อย่างไร O: สำหรับหนังเรื่อง ชัมบาลา เราพยายามที่ทำให้ความรักใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด มันไม่ใช่หนังรักแบบที่ทุกสิ่งที่อย่างจะต้องสวยงามเสมอไป แต่ทุกๆ คนสามารถที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวของตัวเองเข้ากับหนังเรื่องนี้ได้ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง และมันก็พูดถึงความรักที่แตกต่างออกไป ไม่ได้พูดถึงเฉพาะความรักของหนุ่มสาว ยังคงมีความรักของพี่น้อง และหลักๆ ก็พูดถึงความเป็นจริง เรื่องของวัฒนธรรมไทย ฉันคิดว่าคนหลายคนก็จะเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ได้จากหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาเมืองไทย และอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ฉันอยากให้คนดูรู้ว่าเราพยายามให้หนังใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด Q: หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการตามหาความรัก ความเชื่อมั่น ความศรัทธาในดินแดนที่ชื่อว่า ชัมบาลา O: ซัมบาลาเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่น้อง 2 คน ที่มีความรักระหว่างพี่น้อง และก็มีความรักให้กับผู้หญิงที่เขารัก แต่ว่าเขารู้สึกหลงทางและไม่แน่ใจ พวกเขาจึงตัดสินใจเดินทางไปทิเบต เพื่อหาคำตอบในจุดสูงสุดในทิเบต ที่ชื่อว่า ซัมบาลา และเขาใช้เวลาเดินทางยาวนาน เพื่อให้ไปถึงทิเบต มันจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางและความรัก Q: ซัมบาลาในความหมายของ โอซา แวง คืออะไร O: ฉันไม่รู้ ฉันยังไม่เคยไป และวันหนึ่งฉันก็อยากไปทิเบตให้ได้ ถ้าฉันมีโอกาสไป ฉันคิดว่ามันคือการปลดปล่อย และตามหาคำตอบเกี่ยวกับหลายๆ สิ่ง และฉันคิดว่าจะได้คำตอบจากที่แห่งนั้น ฉันเป็นคนที่เชื่อในจิตวิญญาณ ฉันเชื่อว่าถ้าฉันได้ไปซัมบาลา ฉันจะพบความสงบสุขในชีวิต เช่นเดียวกับคนในหนังที่เขาได้เจอกับความสงบสุขในชีวิต Q: การถ่ายทำหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง O: ฉันคิดว่า ผู้กำกับและทีมงานทุกคนทำงานหนักมาก เพื่อให้หนังเรื่องนี้เกิดขึ้น และฉันก็รู้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนมาจากชีวิตจริงของคน เราทำงานหนักมากเพื่อให้เรื่องนี้สำเร็จลงไปได้ด้วยดี เนื่องจากหนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่ทิเบต มันไม่ง่ายที่จะยกทีมงานทั้งหมดไปที่ทิเบตได้ ต้องขนอุปกรณ์ขึ้นเขา ทุกคนเหน็ดเหนื่อยในทางที่ดี มันไม่ง่ายที่จะทำให้สำเร็จ ทุกคนเอาประสบการณ์ใส่เข้าไป และพยายามทำให้ตัวละคร ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด มันจะไม่ใช่หนังเลยถ้าไม่มีอุปสรรคที่จะก้าวข้ามไป ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะได้ดู Q: ให้พูดถึงผู้กำกับ พี่ปี๊ด-ปัญจพงศ์ คงคาน้อย O: ฉันมีความสุขกับการทำงานกับเขามาก เพราะเขาให้อิสระในการทำงานของฉัน และยอมให้ฉันเสนอไอเดียใหม่ๆ ลงไปในหนังได้ ตอนที่ฉันเจอเขาครั้งแรก ฉันตั้งคำถามถามเขามากมาย ฉันจำได้ว่าฉันนั่งถามคำถามเขานานมาก ฉันอยากรู้ว่าเขาต้องการให้หนังเรื่องนี้ออกมาเป็นยังไง ในช่วงระหว่างที่ถ่ายทำ ฉันก็จะใส่ไอเดียของฉันลงไป แล้วเขาก็จะยอมรับ และยอมให้นักแสดงมีอิสรภาพในการที่จะเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวเอง เขาเป็นคนสนุกสนาน และไม่เครียด และฉันก็มีความสุขมาก ที่ฉันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฝันของเขาเป็นจริงได้ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาแค่ไหนก็ตาม ฉันเชื่อว่าเราฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันได้ดี Q: อยากให้พูดถึงพระเอกของโอซา อนันดา ทราบว่าเคยร่วมงานกันมาก่อน แต่สำหรับชัมบาลา เป็นการแสดงภาพยนตร์ร่วมกันเป็นครั้งแรก O: ฉันเคยทำงานกับอนันดามาก่อนแล้ว แต่ว่าไม่เคยเล่นหนังด้วยกัน พอฉันอ่านบทแล้วฉันก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนนิสัยไม่ค่อยดีนะ (หัวเราะ) เขามีเจตนาดี แต่เขามีความรักที่แตกต่างออกไป สิ่งสำคัญก็คือฉันกับอนันดาทำงานร่วมกันได้ดี และก็เข้าใจกัน ฉันรู้สึกว่าเขามีความเป็นมืออาชีพมาก และฉันเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดี และเหตุผลที่ฉันรู้สึกว่าเราเข้าใจกันได้ดี เพราะพอเข้าถึงบทที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ ฉันสามารถเข้าถึงความรู้สึกของเขาได้ เมื่อถึงฉากมีความสุขฉันก็มีความสุข พอถึงฉากเศร้าฉันก็เศร้าตาม เพราะว่าเราเป็นคู่กัน เรามีความเข้าใจเหมือนๆ กัน Q:  ในหนังเรื่องนี้ฉากที่ยากที่สุดของโอซาคือ O: มี 2 ฉาก ฉากนึงก็คือฉากในร้านกาแฟ และอีกฉากนึงที่ฉันกลับมาบ้านและก็ทะเลาะกับอนันดา แต่สำหรับฉันฉากในร้านกาแฟยากที่สุด ทำไมในฉากร้านกาแฟถึงยากสำหรับฉัน เพราะเป็นฉากที่ต้องใช้อารมณ์เยอะมาก ทำให้ฉันต้องคิดถึงหลายๆ อย่างที่ทำให้ฉันเศร้า อย่างเช่น เจนรู้สึกเดียวดายแค่ไหนในเมืองไทย ซึ่งสำหรับฉันมันก็เป็นเหมือนจุดกระตุ้นความรู้สึกเพราะฉันก็เคยรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน ในฉากนั้นฉันรู้สึกเหงามากในต่างบ้านต่างเมือง เป็นสิ่งที่โหดร้ายมาก และในอีกฉากหนึ่งที่ฉันกลับบ้านและทะเลาะกับอนันดา ฉันรู้สึกว่ามันเป็นการพูดกันครั้งสุดท้ายระหว่างทินและเจน เนื่องจากเจนสะสมความโกรธ ความเหงา ความเศร้าและระเบิดออกมาในครั้งเดียว Q: เป็นฉากที่ทุกคนต้องดูใช่ไหม O: เป็นฉากที่ต้องดู เพราะมันโชว์ให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ข้อดีของหนังเรื่องนี้คือ ไม่ได้ทำเพื่อให้คนไทยดูเพียงอย่างเดียวแต่มันเหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่มีความรักกับคนไทย เพราะมันบอกให้รู้ว่าคุณต้องปรับตัวกับคนไทย อาหารไทย วัฒนธรรมไทยอย่างไร Q: นอกจากนี้โอซา ยังมีโอกาสร่วมงานกับพระเอกสุดฮอตอีกคนหนึ่งของไทยอย่างซันนี่เป็นอย่างไรบ้าง O: ทำงานกับซันนี่สนุกมาก เป็นคนยิ้มแย้ม ร่าเริง เป็นคนที่ทำให้หนังมีชีวิตชีวา แต่ว่าคาแรกเตอร์ของซันนี่เป็นสิ่งที่แตกต่างจากตัวของเขามาก ในหนังเรื่องนี้เขาจะเป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียส และมีอารมณ์ขันแทรกอยู่เล็กน้อย เป็นสิ่งที่ดีที่จะเห็นซันนี่ในมุมมองที่แตกต่างจากบทปกติของเขา Q: ซึ่งที่ผ่านมาคนดูจะไม่เคยเห็นซันนี่ในบทที่เศร้าหรือดราม่า O: หนังเรื่องนี้จะช่วยให้คนดูเห็นมุมมองใหม่ๆ ของซันนี่ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นความสามารถในการแสดงของซันนี่ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่คาดหวังว่าจะเห็น ซันนี่ อนันดา และ โอซาแวงในหนังเรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนันดามาเล่นบทอารมณ์ดี และซันนี่มาเล่นบทเครียด และเป็นสิ่งที่ดีมากที่ได้เล่นกับอนันดา Q: ทำไม SHAMBHALA ถึงเป็นหนังที่ต้องดู O: เป็นหนังที่มีการเอาตัวละครหลายๆ ตัวมารวมกัน และเป็นการหาความหมายของความรัก หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เกี่ยวกับความเป็นจริง เราพยายามที่จะไม่ตัดหรือเซ็นเซอร์ฉากไหนออกเลย ฉันรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงในเมืองไทย

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram