20 ปียังหวีดอยู่! เปิดเบื้องหลัง Scream หนังหน้ากากผีเฉือนสาวเอ๊าะที่ฮิตหนักและดังไปทั่วโลก

20 ปียังหวีดอยู่! เปิดเบื้องหลัง Scream
หนังหน้ากากผีเฉือนสาวเอ๊าะที่ฮิตหนักและดังไปทั่วโลก

 

โดย Aye, Ms. You

 

มีสปอยล์เนื้อหา scream เล็กน้อย

 

 

ทุกวันนี้เวลาใกล้ถึงเทศกาลฮัลโลวีน เชื่อเลยว่าจะต้องมีหน้ากากผีอยู่อันนึงที่โดดเด่นและวางขายกันเกลื่อนมาก เด็กสมัยนี้หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า หน้ากากผีที่ว่านั้นมันมีที่มาจากภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดังที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1996 โดยใช้ชื่อว่า Scream หรือ “หวีดสุดขีด” ในชื่อภาษาไทย ซึ่งนับว่า ณ ตอนนั้นเป็นหนังสยองขวัญที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการ เพราะมันสามารถสร้างไอคอนฆาตกรโรคจิตสุดโหดให้กลายมาเป็น Pop Culture จนถึงปัจจุบัน ช่วยยกระดับหนังสยองขวัญให้มีความเข้มข้นโดยมี Plot twist หรือการหักมุมที่ทำให้คอหนังต้องทึ่ง และที่สำคัญคือมันฮิตมาก!! จนสามารถสร้างภาคต่อ กลายเป็นแฟรนไชส์ “หวีด...” ได้ถึง 4 ภาคเลยนั่นเอง

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ธ.ค. 1996 (อ้างอิงจาก IMDb) วันที่นี้คือวันแรกที่ Scream ได้เข้าฉายตามโรงปกติทั่วไปในอเมริกา สร้างปรากฏการณ์ “หวีดเฉือนสยอง” ไปทั่วจอเงิน และพาคนดูเข้าสู่โลกของคดีฆาตกรรมนักศึกษาสาวที่มีเค้าโครงบางส่วนมาจากเรื่องจริง โดยคดีที่ว่านั้นก็คือ คดีนักเชือดแห่งเกนสวิลล์ (Gainesville Ripper) ที่เกิดขึ้นจริงในฟลอริด้าเมื่อราว ๆ ปี 1990 นั่นเอง ซึ่งเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับอเมริกันชนสุด ๆ ในช่วงนั้นทีเดียว

 

 

คดีนักเชือดแห่งเกนสวิลล์ (Gainesville Ripper) เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ส.ค. 1990 เมื่อตำรวจฟลอริด้าได้รับแจ้งพบศพนักศึกษาสาว 2 คนวัย 17-18 ปีถูกฆ่าในอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง พวกเธอถูกทำร้ายทางเพศและถูกจัดท่าทางของศพด้วย และอีก 9 ชม.ต่อมา ตำรวจก็พบศพของเด็กสาววัย 18 ปี ถูกฆ่าตายในอพาร์ตเมนต์ของตนเอง ซึ่งเหยื่อรายหลังนั้นรู้จักและทำงานให้กับตำรวจท้องถิ่นด้วย ทำให้ลักษณะสภาพศพที่ตำรวจพบนั้น สะเทือนใจและสะเทือนขวัญพวกเขาเป็นอย่างมาก และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคดีฆาตกรรมโหดที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังเรื่อง Scream

 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 1990 ฆาตกรโหดยังคงลงมือต่อเนื่อง เมื่อฆาตกรบุกเข้าไปยังอพาร์ตเมนต์และฆ่าหญิงสาววัย 23 ปี พร้อมกับชายหนุ่มวัย 23 ปี โดยชายหนุ่มนั้นถูกแทงมากกว่า 30 แผล จนทนพิษบาดแผลไม่ไหว ส่วนหญิงสาวนั้นถูกทำร้ายอย่างทารุณก่อนที่จะขาดใจตาย และแพทเทิร์นของการฆ่าก็ปรากฏขึ้นเมื่อเหยื่อที่ถูกฆ่า ยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น ล้วนแต่เป็นหญิงผิวขาว ผมสีบรูเน็ตต์และมีนัยน์ตาสีน้ำตาลนั่นเอง

และเมื่อพิจารณาจากพล็อตใน Scream แล้ว เราจะเห็นได้ว่าทั้งในหนังและเรื่องจริงนั้นต่างมีความคล้ายคลึงกันซ่อนอยู่ เพราะคดีนักเชือดแห่งเกนสวิลล์นั้นก็มีการจับผู้ต้องสงสัยหลายคนเช่นกัน และหนึ่งในนั้นคือวัยรุ่นวัย 19 ปีที่มีประวัติทางจิตและทำร้ายคนในครอบครัวมาก่อน และเมื่อเขาถูกจับกุม คดีฆาตกรรมก็เหมือนหยุดลงไปด้วย ทำให้ตำรวจเข้าใจไปว่า การฆ่านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ทว่าความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป!

 

 

จนกระทั่งในที่สุด ฆาตกรตัวจริงก็เผยตัว และสาเหตุที่การฆาตกรรมทุกอย่างได้หยุดลงนั้นก็เป็นเพราะตำรวจได้ตัวฆาตกรตัวจริงแล้วนั่นเอง โดยฆาตกรตัวจริงที่ว่านั้นมีชื่อว่า ดอนนี่ โรลลิ่ง วัย 36 ปี ซึ่งเขาถูกจับกุมด้วยข้อหาบุกรุก ก่อนที่จะมาระบุได้ภายหลังว่าเขาคือฆาตกนนักเชือดแห่งเกนสวิลล์นั่นเอง โดยของกลางที่พบนั้น มีตั้งแต่เทปกาวที่ใช้ปิดปากเหยื่อ ไขขวงที่ใช้ไขหน้าต่างเข้าไป หน้ากากผีที่ใช้พรางหน้า และที่อัดเสียงที่น่าสะพรึงที่สุด เพราะเขาอัดเสียงก่อนเริ่มการฆาตกรรมเอาไว้ โดยเรียกเหยื่อว่า “กวางน้อย” และอธิบายถึงวิธีที่จะลงมือฆ่ากวางตัวนั้น ก่อนที่เทปจะหยุดลงที่ว่า เขาต้องขอตัวไปทำธุระก่อน มีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำ...

ตำรวจใช้เวลานานถึง 3 ปีในการรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิด และดอนนี่ โรลลิ่งก็ถูกวินิจฉัยในภายหลังว่ามีบุคลิกภาพที่ต่อต้านสังคม ก้ำกึ่งระหว่างมีบุคลิกภาพผิดปกติและโรคกามวิปริต โดยดอนนี่ โรลลิ่งถูกประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าเมื่อปี 1994

 

 

จากคดีสยองขวัญกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างหนังยอดฮิตอย่าง Scream ได้ ต้องยกความดีความชอบให้กับ เควิน วิลเลียมสัน นักเขียนบทที่ตอนนั้นเขาได้ดูข่าวนี้พอดี โดยบทหนังเรื่องนี้เขียนเสร็จภายใน 3 วัน พร้อมกับมีชื่อหนังว่า Scary Movie และหนังยังถูกวางแผนให้สร้างต่อ กลายเป็นหนังสยองขวัญไตรภาคด้วย และเมื่อได้ผู้กำกับอย่าง เวส คราเว่น เจ้าของตำนานผู้กำกับหนังสยองขวัญแห่งปีมาขึ้นแท่นกำกับให้ ทำให้แฟรนไชส์ Scream สามารถเดินทางข้ามเวลามาหลอกหลอนคนปัจจุบันได้อย่างร่วมสมัย และสร้างความสะเทือนขวัญขึ้นแท่นกลายเป็นหนังเฉือนสุดคลาสสิคอีกเรื่องหนึ่งด้วยนั่นเอง

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Scream เป็นที่โด่งดังนั้น นอกจากพล็อตเรื่องที่หักมุม และมีเค้าโครงมาจากคดีจริงสุดสะเทือนขวัญแล้ว ก็เพราะเหล่าตัวละครและทีมนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดบทบาทได้อย่างลงตัว (อย่างดรูว์ แบร์รี่มอร์, นีฟ แคมป์เบลล์, เดวิด อาร์เคว็ตต์) ทำให้ Scream ไม่ใช่หนังหนีฆาตรกรโรคจิตที่เหยื่อไร้สมอง หรือรอตามมีตามเกิด ขอให้ตัวเองรอดตายก็พอ แต่ Scream คือหนังสยองขวัญที่มีการจับตัวละครมานั่งวิเคราะห์กันว่าใครมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นฆาตกรได้บ้าง ร่วมไปกับคนดู พร้อมกับนำเสนอกฏหนังไตรภาค หรือความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นให้คนดูช่วยกันขบคิดไปพร้อมกันด้วย ทำให้หนังนั้นถือว่าเป็นการนำหนังสยองขวัญมาปัดฝุ่นและเปิดศักราชการหนังไล่ฆ่าแบบใหม่ที่น่าสนใจมากทีเดียว

 

 

  

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram