REVIEW : Unfriended เกมล่าชีวิต LIVE!

Unfriended
เกมล่าชีวิต LIVE!
BY FEEDMYBRAIN

 

 

อีกหนึ่งผลงานหนังผีจากสตูดิโอ Blumhouse Production ที่คราวนี้ขยับขั้นอินเทรนด์กระแสสังคมมากขึ้นพร้อมกับอิงปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจริงในภาวะที่โลกหมุนเปลี่ยนด้วยปลายนิ้วเช่นปัจจุบัน ... Unfriended ภาพยนตร์สั่นประสาทสยองขวัญที่อาศัยสื่อออนไลน์ที่แสนใกล้ตัวและโซเชียล มีเดีย ที่เชื่อเถอะว่าปัจจุบันทุกคนต้องมี! สิ่งเหล่านั้นถูกนำมาเป็นประเด็นหลักในการดำเนินเรื่องราว ที่บอกได้เลยว่างานนี้ทำเอากลัวไม่กล้าใช้ไปอีกหลายวันอยู่เหมือนกัน!

Unfriended ผลงานการกำกับของ เลอแวน กาเบรียดเซ เขียนบทโดย เนลสัน กรีฟส์ ผู้กำกับและนักเขียนบทหน้าใหม่ที่พาตัวเองมาอยู่ในวงการหนังผีโซเชียล ว่าด้วยเรื่องราวของ ลอร่า บาร์นส เด็กสาวไฮสคูลที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลังจากได้รับความอับอายอย่างมากจากคลิปวิดีโอหลุดจากงานปาร์ตี้ที่สนุกสุดชีวิต เพียงแค่คลิปเดียวเท่านั้นทำให้เธอเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืนและทำให้เธอได้พบกับการรังควาญอันไม่หยุดหย่อนจนตัดสินใจจบชีวิตลง ทว่านั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น! เมื่อจู่ๆแอคเคาท์ของเธอบนโซเชียลมีเดียกลับมีชีวิต และไล่ล่าหมายเอาชีวิตผู้ที่โพสต์คลิปนั้นให้สาสม ซึ่งเหล่าผู้ต้องสงสัยคือเด็กหนุ่มสาวไฮสคูลจำนวน 6 คนเพื่อนสนิทของลอร่านั่นเอง โดยงานนี้ได้ เจสัน บลัม เจ้าพ่อผู้อยู่เบื้องหลังหนังผีและฆาตกรรมอันโด่งดังอย่าง Insidious, Paranormal Activity และ The Purge มาขึ้นแท่นเป็น Executive Producer และได้ ทิเมอร์ เบ็กแมมบิทอฟ ผู้กำกับหนังอย่าง Wanted (2008), Nightwatch (2004) และอำนวยงานสร้างให้กับ Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012) มาเป็น Producer ให้ด้วย

 

 

- เมื่อโลกออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือของการล้างแค้น ล็อกเอาท์ = ตาย! -

 

อย่างแรก คงต้องชื่นชมไอเดียในการหยิบเอาโลกออนไลน์และบรรดาโซเชียลมีเดียต่างๆที่เราใช้จริงในชีวิตประจำวัน จับมารวมตัวกันและใช้ “ประโยชน์” ของมันในการสร้างความหลอนและความกลัวให้กับเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Skype, Gmail และ Youtube โดยดึงเอา “สิ่งที่น่ากลัวที่สุด” ในจิตใจของบรรดาผู้ใช้สื่อออนไลน์ จับมาเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ แล้วคลุกเคล้าเหตุการณ์ให้บีบคั้นและยิ่งกดดันบรรดาตัวละครได้ดีเลยทีเดียว อย่างการเปลี่ยนประโยชน์ของ Skype ในการคุยกับแบบ Face to Face หนังเรื่องนี้กลับสร้างให้ Skype กลายเป็นกล้องวงจรปิดที่ฉายภาพตัวละครแต่ละตัวในพื้นที่จำกัด ซึ่งยิ่งส่ง “ความกดดัน” และ “ความเขย่าขวัญ” ในความมองไม่เห็นให้กับตัวละครตัวอื่นที่เผชิญชะตากรรมร่วมกันอยู่ด้วย ทำเอาเราจดจ่อและรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดการรับชม ต้องหวาดระแวงและลุ้นตลอดเวลาว่าจะเกิดเหตุร้ายแบบไหนกับตัวละครพวกนี้กัน

นอกจากนั้น ระหว่างทางในการเค้นความจริง ก่อนที่จะถึงไคลแมกซ์ก็ถือว่าทำได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว ด้วยความที่ตัวละครต่างเป็นวัยรุ่นอยู่แล้ว การดึงเอาเกมหรือกิจกรรมโง่ๆที่เคยเล่นฆ่าเวลากันในวงเหล้า มาเป็น “เกมเสี่ยงตาย” ที่คราวนี้คนแพ้ไม่ต้องดื่ม แต่ตายสถานเดียว! ทำให้เราอินไปกับเกมและสนุกทุกครั้งที่ความลับอันอัปยศถูกเปิดเผยออก ซึ่งส่งให้เกมมันส์ขึ้นอีกหลายระดับ พร้อมกับสั่นประสาทและกดดันตัวละครหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออกเลยทีเดียว

 

 

- คนดูกลายเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของเกมล่าชีวิตที่ Live กันสดๆผ่านทุกอิริยาบถของตัวละคร -

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างใน Unfriended คือการแสดงของตัวละคร ที่อาศัยการ Improvise หรือด้นสดกันเพื่อให้ภาพที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ โดยนี่เป็นไอเดียของ เชลลี่ เฮนนิค (รับบทเป็น แบลร์ ลิลลี่) นักแสดงนำของเรื่อง ทว่าไม่ใช่เพียงภาพอย่างเดียวที่พวกเขาแสดงออกมา พวกเขายังแสดงออกผ่านการพิมพ์และการขยับเมาส์ต่างๆ ถ่ายทอดอารมณ์ในขณะนั้นของตัวละครได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการถ่ายทอดผ่าน “ตัวอักษร” คำพูดต่างๆที่ช่วยสร้างพลังให้กับเนื้อเรื่อง ประกอบกับบรรยากาศที่แสนเงียบงันก็ช่วยสร้างความสะพรึงได้อย่างลงตัว

และเมื่อรวมเอาเทคนิคในการนำเสนออันโดดเด่นผ่าน Skype และแอพลิเคชั่นบนโลกออนไลน์อื่นๆมาประกอบ เราจะรู้สึกเหมือนกับเราเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของการล้างแค้นนี่ด้วย โดยเราเป็น “แขกรับเชิญ” ที่นั่งรับรู้และสัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ราวกับกำลังดู Live เกมล่าชีวิตนี้เลยทีเดียว! หนังสามารถจำลองความรู้สึกของผู้ใช้บนโลกออนไลน์ได้ดีมาก โดยให้เรามองผ่านการกระทำทุกอย่างของแบลร์ ตัวละครตัวหนึ่งในเรื่อง ซึ่งทุกความสยอง หรือความสั่นประสาทที่เกิดขึ้น เราจะรับรู้ร่วมไปกับแบลร์และผองเพื่อนแน่นอน

 

 

Unfriended รวมเอากลิ่นอายของหนังผีและภาพแบบ "Realtime" ของรุ่นพี่อย่าง The Den (2013) หรือแฟรนไชส์ Paranormal Activity ต่างๆมาผนวกกับโลกออนไลน์และความใกล้ตัวที่กลายเป็นความสะพรึงได้อย่างคาดไม่ถึง ทว่ายังขาดความลุ่มลึกและความซับซ้อนของปริศนาที่จะทำให้หนังเข้มข้นและ "สุดทาง" มากกว่านี้ น่าเสียดายว่า ถ้าในตอนท้ายของเรื่องเปลี่ยนไปอีกอย่างหนึ่ง เราอาจจะได้เห็นการต่อสู้ หรือการพยายามเอาชีวิตรอดของตัวละครที่น่าจะสร้างความระทึกให้กับคนดูได้ไม่น้อยเลย หรือไม่ก็อาจจะได้รู้ความจริงที่ช็อคโลกได้มากกว่านี้ด้วย 

แม้เรื่องราวอาจจะเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนมากนักและมีจุดที่ทำให้เราต้องรอเวลาการลุกฮือครั้งต่อไป ทว่าระหว่างทางในการไล่หาความจริง บวกกับเทคนิคในการใช้สื่อออนไลน์ แนวคิดเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียนั้น แข็งแรงและมีเสน่ห์โดดเด่นอย่างมาก ทำให้ Unfriended เป็นหนังสยองขวัญสั่นประสาทที่เหมาะกับวัยรุ่นยุคใหม่ผู้คึกคะนองและคุ้นชินกับโลกออนไลน์เป็นที่สุด จากพื้นที่อิสระของผู้ใช้เพียงหนึ่งคนบนโลกออนไลน์ ขยายออกไปสู่ความไม่รู้จบ เพียงโพสต์แค่ครั้งเดียว มันก็จะติดตัวตามคุณไปตลอดชั่วชีวิต! ... เปิดรอบพิเศษวันที่ 20 พ.ค. 58 หลัง 20.00 น. เป็นต้นไป เข้าฉาย 21 พ.ค. 58 ในโรงภาพยนตร์

♦ เช็ครอบและจองตั๋วได้ที่นี่!
http://majorcineplex.com/movie/unfriended

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram