รีวิว The Post ถ้าอยากปกป้องเสรีภาพในการพูด ก็จงพูดออกมา

 

รีวิว The Post หากอยากปกป้องเสรีภาพในการพูด ก็จงพูดออกมา

 

 

                เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว คือปีที่ Spotlight ภาพยนตร์เกี่ยวกับทีมข่าวผู้ขุดคุ้ยคดีล่วงละเมิดทางเพศในเด็กของบาทหลวงเข้าฉาย และนั่นคือการแสดงให้เห็นถึงการฉายแสงส่องไปยังจุดดำมืดเพื่อให้ความจริงปรากฎ ความจริงสุดเลวร้ายที่ถูกปกปิดมานาน จนมาในปี 2018 นี้ มีภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องเข้าฉายคือ The Post ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของสำนักข่าวหนังสือพิมพ์ The Washington’s Post กับการตีพิมพ์ข่าวเพื่อเปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังปกปิดความจริงในเหตุการณ์สงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ถูกโกหกมายาวนานกว่า 30 ปี ในรัฐบาลประธานาธิบดีหลายสมัย

 

 

                The Post คือการโคจรมาร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง เมอร์รีล สตรีฟ กับ ทอม แฮงก์ และพ่อมดแห่งวงการฮอลลีวู้ดอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก นอกจากนักแสดงและผู้กำกับคุณภาพที่มีรางวัลออสการ์การันตีแล้ว เราก็ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ดึงดูดใจให้เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มากกว่าเรื่องราวที่หนังต้องการจะนำเสนอ หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวในช่วงเปลี่ยนผ่านของสำนักพิมพ์ The Washington’s Post หลังจากการจากไปของ ฟิล แกรห์ม ทำให้ แคทเธอรีน เคย์ แกรห์ม กลายเป็นหญิงหม้ายที่ต้องขึ้นมารับตำแหน่งเจ้าของธุรกิจหนังสือพิมพ์ของครอบครัว ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยจับงานด้านนี้มาก่อน เธอมีเพียงความรักในหนังสือพิมพ์เท่านั้น

 

                เคย์ แกรห์ม คือผู้หญิงที่ก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดจุดหนึ่งในวงการหนังสือพิมพ์ ท่ามกลางสายตาความไม่เชื่อมั่นในยุคที่ความเท่าเทียมทางเพศยังไม่เข้มแข็งมากเท่าปัจจุบัน และประโยคหนึ่งที่อธิบายเหตุการณ์นี้ได้ดีก็มาจากบทพูดของเมอรีล สตรีฟในบทเคย์ แกรห์มว่า “ผู้หญิงที่เทศน์ได้ ก็เหมือนกับสุนัขที่สามารถเดินด้วยได้ขาหลัง พวกเขาอาจจะแปลกใจ แต่ก็คิดว่าทำได้เท่านี้ก็ดีแล้ว”

 

 

ท่ามกลางความกดดันที่จะพาบริษัทของตระกูลเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เพื่อความมั่นคง เธอยังต้องตัดสินใจในประเด็นที่ต้องเดิมพันทั้งหมดในชีวิต เมื่อ The Washington’s Post ได้รับเอกสารกว่า 4,000 หน้าที่เปิดเผยถึงการหลอกลวงของรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับเรื่องสงครามเวียดนาม เป็นคำหลอกลวงที่มอบให้กับประชาชนมาหลายยุคสมัยของประธาธิบดี กว่า 30 ปี จนเรื่องมาแดงเข้าในยุคของประธานาธิบดีนิกสัน

 

                แรกเริ่มนั้นเอกสารเหล่านี้ The New York Times เป็นผู้ตีพิมพ์ และแน่นอนว่านิกสันไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย เขาใช้อำนาจของตนเองและกฎหมายสั่งห้ามเผยแพร่ทุกวิถีทาง และพาเอา Th New York Times ขึ้นศาลเพื่อลงโทษ ในขณะนั้นเอง เบน แบรดลี (ทอม แฮงก์) ก็สั่งให้ทีมงานตามหาเอกสารนี้มาเพื่อตีพิมพ์ให้ได้ เพราะเขาเชื่อมั่นในอุดมการณ์ว่าการปกป้องเสรีภาพในการเผยแพร่ข่าวของสื่อ ก็คือการต้องเผยแพร่ข่าวนั้นออกมา และช่วงเวลาแห่งการโกหกจะต้องจบสิ้นลง แต่นั่นทำให้เคย์ แกรห์มกังวล เพราะสุดท้ายแล้วมันอาจส่งผลสั่นคลอนจนการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของ The Washington’s Post และเธอต้องเลือกตัดสินใจในฐานะของเจ้าของสำนักข่าวว่าจะต้องทำอย่างไรในสถานการณ์นี้ ในการที่เธอต้องเลือกว่าจรรยาบรรณของสื่อจะสามารถไปพร้อมกับผลประโยชน์ได้หรือไม่

 

 

                การเล่าเรื่องของ The Post นั้นหนักแน่นและเต็มไปด้วยอารมณ์ขันที่มาได้ถูกที่ถูกจังหวะ ยืนยันจากผลงานได้เลยว่าฝีมือของปู่สปีลเบิร์กยังคงฉกาจในทุกการกำกับ แถมด้วยการออกแบบภาพ เครื่องแต่งกาย และมุมกล้องยังช่วยให้เราสามารถเข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้เป็นอย่างดี และยิ่งการแสดงชั้นครูของเมอรีล สตรีฟนั้นทำให้เราหมดข้อกังขาที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถเข้าชิงรางวัลออสการ์ได้ทั้งในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม แต่จะกวาดรางวัลไปได้หรือไม่นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram