Review : The Intern คนรุ่นใหม่ - ผู้ใหญ่รุ่นเก๋า หนังอบอุ่นสุดหัวใจ [A]

Review : The Intern คนรุ่นใหม่ - ผู้ใหญ่รุ่นเก๋า
หนังอบอุ่นสุดหัวใจ [A]  

 

 

    ในสายตาของคนรุ่นใหม่...มักจะมองว่าผู้ใหญ่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ หัวโบราณโลกแคบไม่เปิดทัศนติให้ยอมรับสิ่งใหม่ๆของโลกแห่งเทคโนโลยี ในขณะที่สายตาของคนรุ่นเก๋าก็มองว่าเด็กสมัยนี้ไม่ได้ความเอาซะเลย มุ่งหวังแต่ความรวดเร็วโดยไม่คำนึงถึงความละเมียดละไมในการจัดการชีวิต The Intern  เป็น การสะท้อนแง่มุมของคน2วัย ที่ปรับจูนเข้าหากัน เกิดเป็นงานแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยมที่สร้างแรงบวกในชีวิตให้กับผู้ชม

 

“ผมเคยอ่านเจอว่านักดนตรีไม่มีวันเกษียณ พวกเขาหยุด ก็ต่อเมื่อไม่มีดนตรีอยู่ในตัวเองอีกต่อไป
แต่ผมยังคงมี ดนตรีอยู่ในตัวของผม ผมแน่ใจเต็มร้อยในเรื่องนั้น”  

 

The Intern เป็นเรื่องราวของ เบน วิทเทคเคอร์ (เดอ นีโร )พ่อม่ายวัย 70 ปี ที่เบื่อหน่ายกับชีวิตหลังเกษียณเพราะเขาลองทำทุกอย่างมาหมดแล้ว และอยากกลับเข้าสู่สังเวียนการทำงานอีกครั้ง ซึ่งเขาเลือกสมัครไปเป็นพนักงานฝึกงานอาวุโส ที่บริษัทขายเสื้อผ้าออนไลน์ของ จูลส์ ออสติน (แอนน์ แฮทธาเวย์) และเบน ได้รับมอบหมายให้เป็นเด็กฝึกงานในทีมของ จูลส์ เจ้าของบริษัทรุ่นใหม่ไฟแรงที่แทบจะไม่มีเวลาว่างเลย การได้กลับมาทำงานของเบน ทำให้เขาได้พบกับสังคมใหม่ของคนหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยี  แต่เบน ยังคงเป็นผู้ใหญ่ที่โลว์เทคในสายตาของคนในออฟฟิศ เขายังคงใช้เครื่องคิดเลข นาฬิกาตั้งโต๊ะ สมุดจด โทรศัพท์รุ่นฝาพับ ซึ่งทุกอย่างแทบไม่จำเป็นเลยเพราะมันถูกบรรจุลงสมาร์ทโฟนหมดแล้ว ด้วยความยุ่งวุ่นวายในการทำงานของ จูลส์  เธอยืนกรานว่าไม่ต้องการพนักงานฝึกงานอาวุโสในการช่วยเหลือเธอในการทำงานเพียงเพราะการตัดสินอย่างฉับไว แต่สุดท้ายเรื่องราวสุดน่าประทับใจก็เกิดขึ้น เมื่อ เบน พยายามเข้าไปช่วยงานของจูลส์ และเข้าไปมีส่วนช่วยให้ทุกอย่างในชีวิตที่วุ่นวายของเธอราบรื่นขึ้นมา

 

 

การเล่าเรื่องของ The Intern เป็นไปในรูปแบบฟีลกู๊ดอารมณ์ดี ทำให้ตลอดสองชั่วโมง เราไม่เกิดอาการเบื่อหน่ายเลยสักนิดกับการดูหนังชีวิตต่างวัยนี้ จังหวะในการเล่าเรื่องชวนสนุกสนาน ทำให้เรายิ้มเล็ก ได้ทั้งเรื่องและแอบมีมุมซึ้งตอนท้าย สิ่งที่ชอบมากคือหนังเปรียบเสมือนบทเรียนและคำปลอบโยนจากผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ทำตัวเหมือนพ่อแม่ แต่เขาคือเพื่อนสนิทที่ให้คำปรึกษาและเราพร้อมจะไว้ใจเขาเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างยาวนาน The Intern ทำให้เราคิดได้ว่า ผู้ใหญ่ไม่ได้หัวโบราณเสมอไป แต่พวกเขาเก๋าแค่ไหนถึงได้ผ่านช่วงวันเวลาเหล่านั้นมาได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีออนไลน์ใดๆเลย บางทีเราอาจจะได้อะไรมากขึ้น หากลองเปิดใจรับฟังคำแนะนำจากพวกเขา

ฉากหนึ่งที่ทำให้เรามองเห็นชีวิตของคนสองรุ่นที่ต่างกัน คือตอนที่ เบน เล่าอย่างมีความสุขเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานในโรงงานสมุดโทรศัพท์ ที่เขาทำงานที่นั่นมากกว่า 40 ปี และ ต่อมาตึกนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นบริษัทของ จูลส์ และเบน บอกว่า เขามีความสุขที่ได้ทำงานที่นี่ เพราะมันเปรียบเหมือนบ้านของเขา…มันทำให้เรามองเห็นถึงความต่างที่ทุกอย่างของคนวัยนี้เห็นการทำงานเป็นเพียงการสร้างรายได้เพื่อยังชีพชีวิตเท่านั้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกผูกพันกับมันเหมือนอย่างที่เบนรู้สึก

 

 

ไม่เพียงแต่แง่มุมในชีวิตการทำงานเท่านั้น แต่ The Intern  ยังให้ความหมายอีกหลายแง่มุมของชีวิตจากมุมมองของคนที่ผ่านโลกมาก่อน เช่น ประเด็นชีวิตคู่ การปรับตัวในสังคมใหม่ การเปิดใจยอมรับ การตัดสินใจและเป้าหมายของชีวิต ซึ่งมันโดนใจกับคนวัยทำงานมากและมันให้อะไรกับคนดูแปรผันตามประสบการณ์ที่เราเคยผ่านมาในชีวิต ในประเด็นความรัก เราชอบตรงที่ จูลส์ ถามเบน เกี่ยวกับมอลลี่ คู่รักของเขาที่ตายไปแล้วว่า แต่งงานมานานเท่าไหร่ ? ซึ่งเบนก็ตอบไปว่า ไม่มากนักหรอก แค่40กว่าปีเท่านั้นเอง ฉากนี้ยิ่งทำให้เราเห็นความฉาบฉวยของชีวิตคู่คนรุ่นใหม่ที่ความสัมพันธ์พร้อมจะขาดสะบั้นตลอดเวลา สิ่งที่เบนเล่าให้ฟังว่า รักแบบเรื่อยๆไปจนแก่ มันจึงเป็นสิ่งที่ชวนฝันสำหรับใครหลายคน ทั้งที่ในยุคนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

 

การแสดงของ 2 ดาราคุณภาพใน The Intern  มีส่วนเป็นอย่างมากในการเติมเต็มความรู้สึกอบอุ่นให้กับหนังเรื่องนี้ บทบาทของ เดอ นีโร  เหมือนทำให้เราได้รู้จักกับผู้ใหญ่ที่เราคุ้นเคย แววตาที่สะท้อนประสบการณ์ชีวิตที่ยาวนาน   บอกให้พร้อมที่จะเชื่อฟังกับคำปรัชญาชีวิตที่เขาเอ่ยออกมาตลอดทั้งเรื่อง ความสุขุมที่แฝงมาด้วยรอยยิ้มของเดอ นีโร ทำให้เขาดูน่าเคารพนับถือแต่ในขณะเดียวกันเขาก็เหมือนเพื่อนอีกคนหนึ่ง และ   แอนน์ แฮทธาเวย์ กับบทที่เยี่ยมยอดอีกครั้ง ซึ่งเราแทบจะคิดไม่ออกเลยว่าใครจะเหมาะสมกับบท จูลส์ และถ่ายทอดมันออกมาได้ดีเท่าเธอ ผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ความทะมัดทะแมงในแบบ Working Women ความเป็นผู้นำที่เฉิดฉาย ยืดหยุ่นและไฟแรงตลอดเวลา ทำให้เราตกหลุมรักแอนน์ อีกครั้งในการแสดงครั้งนี้  เมื่อนำส่วนผสมของทั้งสองนักแสดงมารวมกัน มันยิ่งดึงดูดให้เราสนใจเรื่องราวมากขึ้น มีอารมณ์ร่วมกับการแสดงของพวกเขา ยิ้ม หัวเราะและน้ำตาซึม แม้กระทั่งตอนออกจากโรงหนัง รอยยิ้มต่างวัยของทั้ง2 ก็ยังสร้างความอบอุ่นติดอยู่ในใจ

The Intern เป็นอีกหนังอารมณ์ดีในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ที่เรากล้าพูดได้เต็มปากว่า ดูแล้วมีความสุขมากที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง มันให้ความหมายและพลังใจในการทำงานต่อในวันใหม่ และอยากให้คนวัยทำงาน โดยเฉพาะหนุ่มสาวรุ่นใหม่นี้เข้าไปดูรับรองว่าได้อะไรกลับมาแน่นอน

 

สัมผัสความประทับใจกับหนังฟีลกู๊ดที่จะมาเติมพลังให้ชีวิต ใน The Intern 
เช็ครอบและข้อมูลหนังที่นี่ >>>> http://www.majorcineplex.com/movie/the-intern

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram