REVIEW : The Down คนธรรมดาที่แสน "พิเศษ"

The Down
คนธรรมดาที่แสน "พิเศษ"
BY FEEDMYBRAIN

 

 

“ความจริง” คือ เสน่ห์ที่สร้างความบันเทิงให้กับภาพยนตร์สารคดี

 

เมื่อพูดถึงประเภทของภาพยนตร์ คำว่า “สารคดี” อาจกลายเป็นคำที่หลายคนขยาด เพราะฟังแล้วชวนให้นึกถึงบรรยากาศของความเคร่งเครียด และเนื้อหาซับซ้อนที่เข้าใจยากอยู่ร่ำไป แต่เมื่อใดก็ตามที่เราได้ลองสัมผัสดู เราจะรู้เลยว่า “ความจริง” ที่ภาพยนตร์สารคดีถ่ายทอดออกมานั้น นั่นแหละคือ “แก่นสำคัญ” ที่อุดมไปด้วย “เสน่ห์” และ “ความบันเทิง” ของภาพยนตร์ ดังเช่น “เดอะดาวน์ ... เป็นคนธรรมดามันง่ายไป” ภาพยนตร์สารคดีที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วย “อารมณ์” อันลึกซึ้งของบรรดาวัยรุ่นผู้ลืมตามาสู่โลกด้วยอาการพิเศษที่เรียกว่า “ดาวน์ซินโดรม” ผ่านการถ่ายทอดด้วยกรรมวิธีสุดประณีตแบบ A DAY ที่มอบทั้งแรงบันดาลใจสุดซึ้ง และวิธีการคิดที่เฉียบคม พร้อมด้วยมุกตลกใสซื่อที่เรียกเสียงหัวเราะของคนดูทั้งโรงได้อย่างง่ายดาย!

เดอะดาวน์ ... เป็นคนธรรมดามันง่ายไป ภาพยนตร์สารคดีชิ้นแรกจาก A DAY ถ่ายทอด “ชีวิตจริง” ของเหล่าวัยรุ่นดาวน์ซินโดรมจำนวน 5 คน ผ่านการเล่าเรื่องในมุมมองของ โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ผู้เปรียบเสมือน “ตัวแทน” ของคนดูที่จะค่อยๆพาเราไปทำความรู้จักกับ “เด็กพิเศษ” เหล่านั้นทีละนิดทีละน้อย ตามดูชีวิตของพวกเขาตั้งแต่ลุกออกจากเตียง จนกระทั่งกลับเข้าสู่เตียงอีกครั้ง สำรวจกิจวัตรประจำวันทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ตลอดจนการเดินทาง หรือผู้คนต่างๆที่พวกเขาต้องพบเจอ และท้ายที่สุดเราจะพบว่า พวกเขาคือ “คนธรรมดา” ที่มีความพิเศษอยู่ในตัวเหมือนกับเราทุกคนเช่นกัน

 

 

ประเทศไทยมี “เด็กดาวน์” ตัวน้อยลืมตาดูโลก 800 – 1,000 คนต่อปี

 

เดอะดาวน์” เริ่มต้นจากการตั้งคำถามของ โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ถึงการใช้ชีวิตของเด็กดาวน์ในประเทศไทยปัจจุบันที่เรา “รับรู้” ถึงการมีอยู่ของพวกเขาในสังคม แต่เรากลับไม่เคยรู้ว่าจริงๆแล้วเขาใช้ชีวิตเป็นอย่างไร และนั่นคือ “หยดหมึก” หยดแรกที่เปิดเรื่องราวของพวกเขาสู่สายตาสาธารณชนผ่านกระดาษใบยักษ์ที่เรียกว่า “จอภาพยนตร์” ... การเล่าเรื่องของ “เดอะดาวน์” นั้นเหมือนกับเรากำลังอ่าน “ไดอารี่ชีวิต” เล่มใหญ่ที่บรรจุประสบการณ์ ทัศนคติ และเรื่องราวที่ทั้งมีความสุขและความทุกข์ของเหล่าเด็กๆทั้ง 5 คน และครอบครัวมารวมไว้ในเล่มเดียว โดยยังคงกลิ่นอายการเล่าเรื่องในสไตล์แบบ A DAY เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งออกเป็นบทๆ แล้วขมวดปมในตอนท้าย หรือการตั้งชื่อที่มีความหมายอันลึกซึ้งซ่อนอยู่ และเราจะเข้าใจมันเมื่อถึงตอนท้ายของบทนั่นเอง

แต่ละหน้าของไดอารี่ชีวิตนามว่า “เดอะดาวน์” นั้น อุดมไปด้วย “ความไร้เดียงสา” ของเด็กทั้ง 5 คน และความรักความห่วงใย รวมไปถึงพลังใจอันกล้าแกร่งของเหล่าบุคคลในครอบครัว หนังทำให้เห็นเลยว่า แม้เราจะเกิดมามีต้นทุนที่ไม่เท่ากัน แต่อย่าให้มันกลายมาเป็น “ปมด้อย” ในชีวิตของเรา อย่าทำให้มันกลายมาเป็น “ข้ออ้าง” ในการเอาเปรียบคนอื่น ทุกมวลอารมณ์ ทุกมวลอากาศที่ปรากฏในเรื่องนั้น ต้องยอมรับเลยว่า เราสัมผัสได้ถึง “ของจริง” ที่มันช่างเป็นธรรมชาติเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นความตลกธรรมชาติของแบงค์, แพน, เบียร์, ออม และ อัน ที่ต่างกันตามบุคลิกและสไตล์ของแต่ละคน ฉากประชันการร้องเพลงระหว่าง แบงค์ และคุณพ่อนี่ทำคนดูทั้งโรงฮาก๊ากลั่น หรือฉากทักทายบรรดาลูกค้าฝรั่งของ เบียร์ ที่สดใสอย่างเหลือเชื่อ ทุกซีนถูกถ่ายทอดความหมายสำคัญผ่านการแสดง ไม่สิ ผ่านความเป็นตัวของพวกเขาได้อย่างน่ารักมากทีเดียว ซึ่งมันทำให้เห็นว่าพวกเขาต่างมีความ “พิเศษ” อยู่ในตัวมากจริงๆ

 

 

ครอบครัว คือ เบื้องหลังที่ช่วยโอบอุ้ม
ให้พวกเขาสามารถก้าวได้อย่างมั่นคงในปัจจุบัน

 

สิ่งที่มากกว่าชีวิตของพวกเขาทั้ง 5 คนที่จับใจเรามากเป็นพิเศษ คือ ทัศนคติของ “พ่อและแม่” คนที่อยู่เบื้องหลังชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของพวกเขา “เดอะดาวน์” ทิ้งหน้ากระดาษว่างให้คนเป็นพ่อและแม่ของเหล่าเด็กดาวน์ซินโดรมได้หยดน้ำหมึกฝากแนวคิดที่วิเศษอย่าง “การเชื่อมั่นในตัวลูก” เอาไว้ ความเชื่อมั่นที่แม้จะรู้ถึงความแตกต่างในเบื้องลึก แต่ก็ยังเชื่อว่าเขาทำได้ และเชื่อว่าเขาทำเหมือนกับคนทั่วไปได้ ทำให้ “เดอะดาวน์” ไม่ใช่แค่หนังที่พูดถึงเรื่องของเด็กดาวน์ซินโดรมเท่านั้น แต่พูดถึง ”ขุมพลังสำคัญ” ที่ทำให้พวกเขาไม่แตกต่าง และนั่นก็คือ “ครอบครัว” ผู้อยู่เบื้องหลังชีวิตของพวกเขานั่นเอง

จากการเล่าแบบสบายๆที่ค่อยๆดำดิ่งลงไปแตะยังประเด็นที่ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยอารมณ์ สู่ตอนท้ายของไดอารี่ชีวิตที่อาศัย “บทเพลง” เป็นตัวขมวดเรื่องราว เสียงร้องอันทุ้มอบอุ่นของ เล็ก Greasy Café พร้อมกับเพลง “สุดสายตา” กลายเป็นพื้นที่ที่มาในจังหวะพอดีที่ทำให้เราได้ตกตะกอนความคิดและความรู้สึก พร้อมกับทำความเข้าใจเรื่องราวไปกับเนื้อเพลงที่ละเอียด เต็มไปด้วยอารมณ์ และตรึงใจเป็นที่สุด  

 

 

“สิ่งที่เรามองเห็น เป็นเพียงแค่เส้นตรงที่เท่ากัน
ไม่ต่างจากเธอฉัน เราเป็นเพียงแค่คนเช่นกัน”

 

เดอะ ดาวน์ ภาพยนตร์สารคดีที่จะลบบรรยากาศความเคร่งขรึม แต่ยังคงสาระและความรู้สึกเน้นๆ พร้อมทั้งฉายประกายความไร้เดียงสาของเหล่าเด็กดาวน์ซินโดรมได้อย่างน่ารักอบอุ่น แฝงข้อคิด แรงบันดาลใจ และพลังชีวิตที่ช่วยทำให้เราเข้าใจในความเป็นมนุษย์มากขึ้น หลากอารมณ์ หลากความรู้สึกไปกับทุกเหตุการณ์จริงที่ไร้สคริปต์และไร้ตัวแสดงแทน! ... 15 ต.ค.นี้ในโรงภาพยนตร์

♦ เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่ 
http://www.majorcineplex.com/movie/the-down

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram