REVIEW : The 5th Wave ห้าระลอกท้าตาย หมายปลิดชีพมนุษย์

The 5th Wave
ห้าระลอกท้าตาย
หมายปลิดชีพมนุษย์
BY FEEDMYBRAIN

 

 

ท่ามกลางเดือนแห่งหนังรางวัลที่ปะทุพลังกันอย่างบ้าคลั่งต้อนรับปี 2016 นี้ กลับมีหนังไซไฟฟอร์มยักษ์เรื่องหนึ่งที่พกความกล้าเอาตัวเองมาร่วมขึ้นจอท่ามกลางสมรภูมิแห่งการชิงรางวัลอันดุเดือดด้วย และหนังเรื่องที่ว่านั้นก็คือ The 5th Wave … อุบัติการณ์ล้างโลก ภาพยนตร์ไซไฟโรแมนติกที่อาศัยประเด็น “การคุกคามจากต่างดาว” เป็นตัวกระตุ้นให้มนุษย์ต้องหันหน้าเข้าหากัน พร้อมกับบีบบังคับให้เหล่ามนุษย์ต้อง “เลือก” ในหนทางที่มี แม้ว่ามันจะไม่น่าอภิรมย์แค่ไหนก็ตาม

The 5th Wave เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายไตรภาคของ ริค ยานซี ว่าด้วยเหตุการณ์ประหลาดเมื่อโลกถูกคุกคามจาก “ผู้มาจากดาวอื่น” พร้อมกับโจมตีเหล่ามนุษย์ด้วยมหันตภัยสุดร้ายแรงถึง 5 ระลอกด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ การตัดพลังงาน, สึนามิขนาดยักษ์, โรคระบาดร้ายแรง และการแฝงตัวเป็นมนุษย์เพื่อลอบฆ่า ส่วนระลอกที่ 5 ซึ่งเป็นระลอกสุดท้ายและอันตรายที่สุดนั้น กลับถูกปิดเป็นปริศนาเพื่อรอวันเชือดเหล่ามนุษย์ให้สิ้นซากนั่นเอง ทำให้มนุษย์ต้องพยายามหนีเอาตัวรอด และสร้างกองกำลังสำคัญเพื่อต่อสู้กับพวกมันให้จงได้ ทว่าท่ามกลางบรรยากาศของสงครามระหว่างมนุษย์และต่างดาว “แคสซี่” สาวน้อยวัยรุ่นได้พลัดหลงกับน้องชายสุดที่รัก ทำให้เธอต้องเร่งตามหาเขาพร้อมกับเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของ “ผู้มาจากดาวอื่น” ให้ได้เช่นกัน

 

 

แม้ประเด็น “เอเลี่ยนบุกโลก เราต้องรอด” จะคลิเช่ หรือมีเกลื่อนกลาดแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ The 5th Wave แตกต่างจากเรื่องอื่น คงจะอยู่ที่ “ระลอกทั้ง 5” ที่อาศัยประเด็นใกล้ตัวมาทำให้เราได้หันกลับมามองพิจารณาตัวเองมากขึ้นว่า ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำไมมนุษย์เรากลับค่อยๆสูญเสีย “ความเป็นมนุษย์” ที่เคยมีไปอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมาร์ทโฟน ที่สังคมถูกย้ายไปอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก แทนที่จะหันหน้ามาคุยกันอย่างตรงๆแบบที่เคย หรือจะเป็นเรื่องความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีเอื้ออำนวยให้เรา แต่เมื่อเราถูกตัดพลังงาน กลายเป็นว่ามนุษย์กลับยากที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนังตั้งคำถามกับการพึ่งพาเทคโนโลยีของมนุษย์ว่า ถ้าวันหนึ่งเราพึ่งพามันจนมากเกินไป แล้วจู่ๆมันเกิดดับสลายหรือไม่สามารถใช้การได้ มนุษย์เราจะยังสามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่ “อะไร” จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรารอด หรือ “อะไร” จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องรอดเพื่อมัน?

หนังอาศัยมุมมองของคนนอกโดยให้ “ผู้มาจากดาวอื่น” เป็นผู้คุมเกมการเปลี่ยนแปลงโลก ตั้งเงื่อนไขตั้งกติกาต่างๆมาลองทดสอบมนุษย์ พร้อมกับหาจุดอ่อนของมนุษย์ไปในตัวด้วย ทำให้ The 5th Wave นั้นมีเนื้อหาที่น่าจับตามองทีเดียว เพราะนอกจากหนังจะอาศัย “เด็ก” ที่สะท้อนถึงความเปราะบาง ไร้เดียงสาเป็นตัวแสดงหลักตลอดทั้งเรื่องแล้ว หนังยังสร้างด่านต่างๆให้เด็กต้องแข็งแรงขึ้น พร้อมกับสำรวจการเติบโตของเด็กในช่วงนั้นเช่นกัน มันจึงไม่ใช่แค่บู๊แอคชั่น สรรหาวิธีหลบหนีเอาตัวรอดจากต่างดาวเท่านั้น แต่นี่คือหนังที่ค่อยๆสำรวจ “ความเป็นมนุษย์” ในแบบฉบับของเด็กน้อยไร้เดียงสาที่อยู่ๆก็ต้องกล้าแกร่งขึ้นเพื่อคนที่รักนั่นเอง

 

 

น่าเสียดายที่ผู้กำกับอาจจะยังทำประเด็นตรงนี้ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร และไปเน้นใส่ประเด็นความรักโรแมนติกที่ต้องการสำรวจมากไปเล็กน้อย ทำให้ The 5th Wave ออกจะก้ำกึ่งระหว่างหนังไซไฟจ๋ากับหนังรักโรแมนติกไปเลยทีเดียว แต่กระนั้นโดยรวมแล้ว หนังก็ยังสามารถดูได้เพลินๆและสนุกไปกับการไล่ล่าหาว่า “ระลอกที่ 5” คืออะไร และผู้มาจากดาวอื่นจะส่งอะไรมาทำร้ายมนุษย์กันแน่ด้วย พร้อมกับเอาใจช่วยตัวละครสำคัญอย่าง “แคสซี่” ซึ่งรับบทโดย โคลอี้ เกรต มอเรตซ์ นักแสดงวัยรุ่นผู้โด่งดังจาก Kick-Ass ที่งานนี้เธอจัดเต็มปล่อยพลังวัยรุ่นโชว์ทั้งวิชาเอาตัวรอด และโชว์ฝีมือการแสดงในซีนต่างๆในอย่างน่าดูชมทีเดียว

รวมไปถึงนักแสดงวัยรุ่นคนอื่นอย่าง นิค โรบินสัน พี่ชายผู้น่ารักจาก Jurassic World ก็มาร่วมแสดงรับบทเป็น “เบน แพริช” หนุ่มน้อยที่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองให้กล้าแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งนิค โรบินสันนั้นขโมยซีนได้ดีทีเดียว ออกมากี่ครั้งก็ทำสาวใจละลายได้เสมอด้วยเสน่ห์ที่ล้นเหลือนั่นเอง นอกจากนั้นหนังยังได้ อเล็กซ์ โรว์ นักแสดงหน้าใหม่มารับบทเป็น “เอแวน วอล์คเกอร์” หนุ่มปริศนาผู้มากับอดีตลึกลับที่มีซีนเด็ดเอาใจสาวๆ และสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนดู เมื่อความลับของเขาถูกเปิดเผยด้วย และคอยจับตาดูนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ลีฟ ชไรเบอร์ กับบท “ผู้พันวอส” ให้ดี เพราะเขาคือ “ทีเด็ด” ที่สุดของ The 5th Wave เลย

 

 

และการบุกของเอเลี่ยนครั้งนี้จะไม่อลังการแน่ ถ้าหากขาด “ดนตรีประกอบ” และการมิกซ์เสียงของภาพยนตร์ที่สร้างความมหึมาให้กับเอเลี่ยนได้อย่างน่าเกรงขาม ถึงขึ้นเก้าอี้สั่นสะเทือนเลยทีเดียว และการบิ๊วด้วยดนตรีแต่ละครั้งช่างยอดเยี่ยมและสร้างบรรยากาศตามที่หนังต้องการได้อย่างครบถ้วนทีเดียว ถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้เลย

The 5th Wave … อุบัติการณ์ล้างโลก ฉายแล้ววันนี้ในระบบปกติและ 4DX

 

ตัวอย่างภาพยนตร์

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram