REVIEW : Steve Jobs ฉากหลังเจ้าพ่อแอปเปิ้ล เข้มข้นน้ำตาเอ่อล้นเปี่ยมแรงบันดาลใจ

Steve Jobs
ฉากหลังเจ้าพ่อแอปเปิ้ล
เข้มข้นน้ำตาเอ่อล้นเปี่ยมแรงบันดาลใจ
BY FEEDMYBRAIN

 

 

พูดถึง “สตีฟ จ็อบส์” แน่นอนว่าเราคงรู้จักเขาในฐานะเจ้าพ่อแอปเปิ้ล ผู้สร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆให้เราตื่นเต้นกันเสมอ แต่จะมีหนังซักกี่เรื่องที่จะพาเราล้วงลึกไปถึงความรู้สึกที่อยู่ “ภายใน” ของสตีฟ จ็อบส์ และฉีกหน้ากากของซีอีโอแอปเปิ้ลพันธุ์ดุผู้มั่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมเปลือยเปลือกนอกให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว เขาเป็นเพียง “มนุษย์” ที่พยายามฝังกลบปมด้อยภายในจิตใจอย่าง “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ด้วย “ความสมบูรณ์แบบ” ในทุกสิ่งเท่าที่จะทำได้ ซึ่งหนังเรื่อง STEVE JOBS เรื่องนี้สามารถทำได้ในทุกกระบวนท่า และทำได้อย่างเยี่ยมยอดด้วย!

STEVE JOBS ภาพยนตร์ดราม่าชีวประวัติของซีอีโอคนดังอย่าง “สตีฟ จ็อบส์” ดัดแปลงจากหนังสือของ วอลเตอร์ ไอแซคสัน ในชื่อเดียวกัน ว่าด้วย “เบื้องหลัง” ของการเตรียมงานก่อนการเปิดตัวนวัตกรรมชั้นยอดจากจ็อบส์ 3 ชนิดได้แก่ คอมพิวเตอร์ Macintosh, คอมพิวเตอร์ NeXt ที่มีรูปร่างเป็นลูกบาศก์สีดำเข้ม และคอมพิวเตอร์ iMac G3 ซึ่งล้วนเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์วงการคอมพิวเตอร์ทีเดียว พร้อมด้วยการสำรวจถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเพื่อนร่วมงานที่มีส่วนสำคัญในการคิดค้นนวัตกรรม ความสัมพันธ์ทางด้านธุรกิจ และความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับ คริสแอน เบรนแนน ภรรยานอกสมรสและ ลิซ่า ลูกสาวที่เขาปฏิเสธไม่รับเป็นพ่อด้วยนั่นเอง

 

 

ต้องบอกว่า STEVE JOBS เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติที่ถึงพริกถึงขิง และเข้มข้นในทุกๆด้านเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การกำกับของแดนนี่ บอยล์ ที่วางทิศทางของหนังให้เราสัมผัสถึง “ความแข็งแกร่ง” และ “ความสมบูรณ์แบบ” ไม่ยอมคนของ จ็อบส์ ที่แทบไม่มีใครจะสามารถเอาชนะได้ ชี้ชัดความเป็นผู้นำ ความเป็นซีอีโอตัวเทพที่ใครๆต่างก็ยกย่อง แต่ในขณะเดียว บอยล์ ก็ยังทำให้ จ็อบส์ ถ่ายทอด “ความอ่อนโยน” ของความเป็นพ่อในประเด็นของครอบครัวที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทางอารมณ์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดนั้นมีความกลมกล่อมและไม่ฟูมฟายเน้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากจนเกินไปด้วย พร้อมด้วยซีนเด็ดที่เมื่อเสริมกับบทที่ละเอียดละไมของ แอรอน ซอร์กิ้น แล้ว ยิ่งทำให้ STEVE JOBS กลายเป็นหนังที่ “สมบูรณ์” ในแง่ของการเล่าชีวิตของคนดังที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจมากทีเดียว

 

- บทเรียบง่ายแต่ทรงพลังของแอรอน ซอร์กิ้น
ที่ขมวดปมทุกอย่างได้กลมกล่ม นำไปสู่ฉากสุดท้ายที่กินใจที่สุด -

 

และสิ่งที่ทำให้ STEVE JOBS สามารถกุมหัวใจของคนดูได้อยู่หมัด แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ใช่แฟนตัวยงของเจ้าพ่อแอปเปิ้ลก็ตาม สิ่งนั้นก็คือ “บท” ที่เรียบง่ายแต่กลับทรงพลังเหลือเชื่อ แอรอน ซอร์กิ้น มือเขียนบทเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Social Network คนนี้ตีแผ่ชีวิตของจ๊อบส์ด้วยการตั้งคำถามหลักๆกับ “ความอัจฉริยะ” ของจ๊อบส์ที่ใครก็ต่างยกย่อง แต่แท้จริงแล้วคนที่ควรถูกยกย่องกลับไม่ใช่เหล่าวิศวกรผู้คิดค้นงั้นหรือ?, “การหักหลังทรยศ” ของจอห์น สกัลลี่ที่ไล่เขาออกจากแอปเปิ้ลและ แอนดี้ เฮิร์ทซเฟลด์ เพื่อนสนิทที่แอบช่วยเหลือลูกเขาอย่างลับๆ - สิ่งเหล่านี้คือ “การทรยศ” จริงหรือ? และปิดท้ายด้วย “ความเป็นพ่อ” ที่ จ็อบส์ มี พร้อมด้วยประเด็นครอบครัวผ่านความสัมพันธ์ระหว่างจ็อบส์, คริสแอน และ ลิซ่า ซึ่ง แอรอน ซอร์กิ้น สามารถขมวดประเด็นทั้งหมดได้อย่างกลมกล่อม และกระตุ้นพร้อมส่งพลังให้มันเข้มข้น ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายปิดด้วย “บทพูดสั้นๆ” เพียงไม่กี่คำที่สามารถอธิบาย “ปมในอดีต” ของชายที่ชื่อ สตีฟ จ็อบส์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  และทำให้เราเข้าใจถึงความคิดความเชื่อของจ็อบส์ และสิ่งที่เขาทำทั้งหมดได้อย่างเหลือเชื่อ พร้อมกับตื้นตันด้วยฉากจบที่เป็น “การเปิดม่าน” โลกของ สตีฟ จ็อบส์ ได้อย่างเยี่ยมยอดด้วย

 

 

- ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์เล่าอารมณ์สุดซับซ้อนได้อย่างออกรสชาติ
สนุกไปกับการดูไมเคิลเล่าอารมณ์ต่างๆมาก -

และคนที่ควรได้รับการเชิดชูมากที่สุดในการทำให้หนังช่างทรงพลังได้ขนาดนี้ก็คือ ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ นักแสดงนำของเรื่องที่แม้จะมีข้อครหาเรื่องรูปร่างภายนอกที่ไม่เหมือน สตีฟ จ็อบส์ เลย แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้ ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์สามารถเล่าอารมณ์สุดซับซ้อนได้อย่างออกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ดาร์กและเครียดหัวแตกกับธุรกิจภายในหัวของจ๊อบส์ หรืออารมณ์ทีเล่นทีจริงที่มาพร้อมหมัดฮุกเด็ดช่วยคลายบรรยากาศอันเข้มข้นให้เบาลง ซึ่งสิ่งที่เราประทับใจในฝีมือการแสดงของไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ที่สุดคือการที่เขาสามารถโอบอุ้มหนังทั้งเรื่องเอาไว้ที่ตัวคนเดียวได้อย่างสนุกสนาน เราบันเทิงมากกับการดูเขาเถียงกับตัวละครต่างๆ พร้อมกับซึมซับอารมณ์และความรู้สึกที่เขาส่งออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะซีนจบ ซีนที่เด็ดที่สุดที่คลี่คลายทุกอย่างทั้งในแง่ของบทและแง่ของการแสดงที่มันช่างสวยงามและทำให้น้ำตาเอ่อล้นได้นั่นเอง

 

 

และคนที่สามารถปล่อยพลังต่อกรกับการแสดงขั้นเทพของไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ได้อย่างเหลือเฟือก็คือ เคท วินสเล็ต ในบทบาทของ โจแอนนา ฮอฟแมน หัวหน้าฝ่ายมาร์เก็ตติ้งที่เป็นทั้งไม้เบื่อไม้เมากับจ๊อบส์ และบัดดี้ธุรกิจที่ไม่เคยทิ้งกันไปไหน เคท วินสเล็ต ส่งการแสดงที่ “แข็งแกร่ง” ในการต่อกรกับคนโคตรเพอร์เฟคด้วยพลังที่ล้นเหลือ เราจะสัมผัสได้ว่า ตัวละครทั้งสองตัวนี้ไม่มีใครเป็นเจ้านายใคร แต่ทั้งสองต่างต้องพึ่งพากันและกันในการทำธุรกิจ ในการเผชิญหน้ากับอุปสรรค และที่สำคัญคือพึ่งพากันในการมีชีวิตอยู่นั่นเอง ซึ่งถ้าหากได้นักแสดงที่พลังไม่ถึงนั้น ความหมายและประเด็นที่ต้องการจะสื่อนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว

 

 

- ดนตรีประกอบและภาพช่วยบิ๊วอารมณ์พุ่งขึ้นและดิ่งลง ไม่หยุดนิ่ง
พร้อมสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจ๊อบส์ -

 

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นตัว “เพิ่มรสชาติ” ให้กับ STEVE JOBS ให้องค์ประกอบทุกอย่างยิ่งออกรสมากขึ้นคือ “ดนตรีประกอบ” และ “มุมมองภาพในการนำเสนอ” ที่ช่วยบิ๊วอารมณ์ของคนดูในทุกช่วงตอน มีกราฟทั้งพุ่งขึ้นและดิ่งลงเสมอ ไม่หยุดนิ่งตลอดทั้งเรื่อง พร้อมด้วยการผสมเสียงดนตรีที่สื่อถึงความเรียบง่ายแต่มีลูกเล่นที่น่าตื่นเต้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจ๊อบส์ที่สะท้อนผ่านนวัตกรรมต่างๆของเขานั่นเอง

 

STEVE JOBS ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ 2 รางวัลจากสาขาสมทบหญิงยอดเยี่ยม (เคท วินสเล็ต) และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (แอรอน ซอร์กิ้น) พร้อมทั้งยังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 2 รางวัลอย่างนำชายยอดเยี่ยม (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) และ สมทบหญิงยอดเยี่ยม (เคท วินสเล็ต) ด้วย ... STEVE JOBS ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram