ไม่สปอย! Review :: Star Wars 7 โฉมใหม่ของสงครามกาแล็คซี่ [A+]

ไม่สปอย! Review :: Star Wars 7
โฉมใหม่ของสงครามกาแล็คซี่ [A+]

 

 

Star Wars : The Force Awakens การกลับมาของมหากาพย์ภาพยนตร์ที่แฟนหนังทั่วโลกรอคอยหลังจากห่างหายไปจากจอหนังนานถึง 10 ปี คราวนี้กลับมาระเบิดขุมพลังได้อย่างยอดเยี่ยมและถือเป็นสุดยอดของการพัฒนาไปไกลของหนังไซไฟอวกาศแฟนตาซี มาสเตอร์พีซของเจเจ อับรามส์ ผู้กำกับไตรภาคใหม่ที่ได้รับการคาดหวังจากแฟนหนังทั่วโลก ว่า Star Wars ภาคนี้จะต้องมีส่วนผสมของความคลาสสิคและงานในแบบของเขาด้วย ซึ่งหลังจากได้ชมแล้วต้องบอกคำเดียวเลยว่า นี่เป็นหนังใหญ่ของปี2015 ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและความมันส์เต็มเปี่ยม รวมถึงเป็น 1 ใน Star Wars ที่เยี่ยมสุดๆ บทแน่นเทียบชั้นได้กับ The Empire Strikes Back ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ ‘ข้าคือพ่อเจ้า’ มาแล้ว 

 

 

Star Wars : The Force Awakens เปิดเรื่องด้วยไตเติ้ลที่คุ้นเคย แต่สิ่งที่มีมากกว่านั้นคือความรู้สึกของคนดูที่เป็นแฟนใกล้ชิดเรื่องนี้ เพราะบางคนโตมากับมันตลอดกว่า30ปี หรือบางคนอาจจะเพิ่งมาตามเก็บแต่การได้เห็นพวกเขากลับมาผจญภัยอีกครั้ง ทำให้เกิดปฏิกิริยาแรกในหลายโรงหนังคือเสียงปรบมือต้อนรับ เมื่อโลโก้หนังฉายขึ้นบนจอยักษ์  สำหรับเรื่องราวในภาคนี้เป็นการฟื้นคืนชีพของด้านมืดที่ต้องการครองกาแล็กซี่และการตามหาบุรุษในตำนานลุค สกายวอล์คเกอร์ โดยมีเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวคือแผนที่ดวงดาวที่อยู่ในตัวของหุ่นดรอยด์สีส้มนามว่า BB-8 การผจญภัยเริ่มต้นที่ดาวแจคคูที่เต็มไปด้วยทะเลทรายและข้ามกาแล็คซี่สู่ความมันส์ที่อยากให้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะ Star Wars ภาคนี้จะทำเหมือนว่าคุณไม่เคยรู้จักอะไรกับมันมาก่อน มันจึงไม่ยากสำหรับแฟนหนังที่ไม่เคยดูมาเลยสักภาคก็สามารถร่วมประสบการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันได้ แต่สำหรับ แฟนหนังสตาร์วอร์สที่ตามมาทุกภาค หรือรู้เรื่องราวเบื้องลึกในภาค 4 5 6 มาแล้ว หนังจะมอบพลังให้กับคุณด้วยการทำให้ความมันส์คูณไปอีกในระดับ1000%  

"...การกลับมาแบบไม่เสียเที่ยว มิลลิเนียมฟัลคอนความมันส์ทะยานสู่ความเร็วแสง ..."

 

 

สำหรับตัวละครทั้งเก่าและใหม่ที่เข้ามาร่วมมหากาพย์ความมันส์ใน Star Wars : The Force Awakens ถือว่าทุกคนถ่ายทอดตัวตนของตัวละครได้ออกมาดีเยี่ยม เริ่มที่นักแสดงใหม่อย่าง เดซี่ ริดลีย์ รับบท เรย์ สาวจากกองขยะในดาวทะเลทรายแจคคู ที่นอกจากจะสวยแล้วยังทำให้เราร่วมลุ้นและติดตามให้กำลังใจกับนางไปตลอดด้วย ซึ่งปูมหลังของเรย์ในเรื่องยังเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยปริศนาและเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่ไตรภาคใหม่เอพพิโซดต่อๆไปด้วย ถือว่าเป็นตัวละครที่มีความน่าสนใจมาก ในขณะที่ตัวละครใหม่อีกคนคือ จอห์น โบเยก้า รับบท สตรอมทรูปเปอร์ผู้กลับใจมาฝักใฝ่ฝ่ายต่อต้าน ก็ทำให้เราฮาและมันส์ไปกับฉากยานไล่ล่าที่ได้อารมณ์เหมือนตอนดู Star Wars ยุคแรกๆ 

ไคโล เรน ตัวละครจากด้านมืดที่มาควงไลท์เซเบอร์3แฉกเป็นอีกตัวละครที่ทำให้เราหวนนึกถึงอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ตอนที่เป็นดาร์ธ เวเดอร์ใน Revenge of the Sith  ส่วนกลุ่มตัวละครคลาสสิคอย่าง ฮาน โซโล,นายพลหญิงเลอาห์,ชิวอี้ แค่ปรากฎตัวฉากแรกคนดูก็พร้อมใจกันปรบมือต้อนรับพวกเขากลับบ้านแล้ว มันเป็นอารมณ์ร่วมของคนดูที่คิดถึงหนังเรื่องนี้มากจริงๆ ส่วนดรอยด์ BB8 ก็น่ารัก สร้างรอยยิ้มให้กับคนดูได้ทั้งเรื่อง เลยทีเดียว โดยรวมตัวละครมีเสน่ห์ทุกตัวและไม่แย่งซีนกันเกินไป ได้บรรยากาศงานรียูเนี่ยนเล็กๆด้วย 

"งานสร้างยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ
คิดดูว่าเมื่อStar Wars มาเกิดใหม่ในยุค CG ล้ำ มันจะเจ๋งมากแค่ไหน"

 

สิ่งที่เหนือชั้นของ Star Wars : The Force Awakens คืองานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก ถ้าคิดว่างานสร้างเมื่อ 6 ภาคที่แล้วยังไม่ล้ำด้วยวิทยาการ แต่มันก็โอเคแล้วในยุคนั้น ลองมาสัมผัสกับงานสร้างในยุคที่  Star Wars ถ่ายด้วยกล้อง IMAX สเกลภาพใหญ่มหึมาเต็มตามากและเป็นเรื่องที่ทำออกมารองรับงาน3D ทะลุจอได้อย่างคุ้มค่า ฉากที่ชอบมากที่สุดคือการไล่ล่าบนอวกาศ,การซิ่งยานมิลลิเนียมฟัลคอน,ฉากทะเลทรายอันเวิ้งว้างบนดาวแจคคู และระบบเสียงที่จัดหนักมากสำหรับหนังเรื่องนี้ ใครที่ลองฟินในระบบธรรมดาแล้ว อยากแนะนำให้ไปเจอIMAX เหมือนเป็นการวาร์ปสู่ความมันส์ล้ำข้ามมิติไปเลย มันกลายเป็นความสมบูรณ์แบบในด้านงานสร้างมากที่สุดตั้งแต่ 30 กว่าปีที่สตาร์วอร์ส เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 

จากที่พูดมาทั้งหมด  Star Wars : The Force Awakens คือหนังที่สาวกเจไดต้องฟินแน่นอน แต่ถ้าใครไม่เคยดูก็เข้าใจได้ง่ายและกระตุ้นอยากให้ไปค้น6ภาคที่เหลือมาดูใหม่ ไม่แปลกใจเลยที่หนังเรื่องนี้จะมีเส้นทางยาวนานเกือบกว่า3ทศวรรษและมันจะเป็นมหากาพย์ที่จะถูกสานต่อไปอีกจนถึงปี 2019 และคงต้องย้ำว่านี่คือหนังที่ทรงพลังและงานสร้างยอดเยี่ยมมากที่สุดของปีนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด!!!! 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram