REVIEW : Point Break แอคชั่นสะใจโจ๋ เคารพความเก๋าของฉบับเดิม

Point Break
แอคชั่นสะใจโจ๋
เคารพความเก๋าของฉบับเดิม
By FEEDMYBRAIN

 

 

อีกหนึ่งหนังแอคชั่นที่น่าจับตามองของปี 2015 นี้ คงต้องยกให้กับ Point Break ภาพยนตร์แอคชั่น-อาชญากรรมที่นำเอาภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันนี้มารีเมคใหม่ ซึ่งของใหม่เวอร์ชั่นปัจจุบันนั้นยังคงองค์ประกอบและเส้นเรื่องหลักจาก Point Break เวอร์ชั่นคีนู รีฟส์ (1991) เอาไว้อย่างครบถ้วน เสริมด้วยฉากแอคชั่นที่จัดกีฬาเอ็กซ์ตรีมมากระแทกจอได้อย่างหวาดเสียวและสวยงามมากที่สุด และเพิ่มเติมรายละเอียดของ “เส้นทางชีวิต” ของตัวละครที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ทำให้ Point Break เวอร์ชั่น 2015 นี้ นอกจากจะยังได้อรรถรส “แมนๆ” ของวิถีลูกผู้ชายแบบเดิมแล้ว ยังได้ตื่นเต้นไปกับลูกเล่นใหม่ๆในการสร้างฉากแอคชั่นสุดตระการตาด้วย

Point Break ... ปล้นข้ามโคตร ว่าด้วยการไล่ล่าอาชญากรข้ามชาติที่มีวิธีการปล้นสุดโต่งในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เดือดร้อนถึงเอฟบีไอที่ต้องไล่ตามจับคดีที่ไร้เบาะแสนี้กันเป็นว่าเล่น แต่แล้ว จอห์นนี่ ยูทาห์ ว่าที่เอฟบีไอน้องใหม่ผู้เคยมีอดีตอันโชกโชนด้านกีฬาเอ็กซ์ตรีมกลับมองเห็น “แบบแผน” การก่ออาชญากรรมของพวกเขา ยูทาห์ จึงต้องปลอมตัวเสี่ยงตายเพื่อเข้าแทรกซึมเหล่าอาชญากร โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า การแทรกซึมครั้งนี้จะเปลี่ยนวิธีคิดของชีวิตเขาไปตลอดกาล

 

 

- ซีนปล้นทุกซีนคือ "ว้าว" มาก! -

Point Break เป็นผลงานการกำกับของ อีริคสัน คอร์ ผู้กำกับภาพชื่อดังที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล AFI Award จากภาพยนตร์เรื่อง The Fast and the Furious (2001) พร้อมทั้งเคยควบตำแหน่งผู้กำกับและกำกับภาพให้กับภาพยนตร์กีฬาเรื่อง Invincible (2006) มาแล้ว การันตีถึงคุณภาพของงานด้าน “ภาพ” ที่พี่แกจัดเต็มใส่ทุกฉากได้อย่างมหัศจรรย์มาก โดยเฉพาะพวกฉากแอคชั่นหลั่งอะดรีนาลินที่โหดหินแต่สวยงามขั้นเทพ จนทำให้เรายังนั่งสงสัยเลยว่า นี่ถ่ายกันยังไง นี่ไม่ใช้ CG ช่วยจริงหรอ เพราะภาพที่ปรากฏในซีนแอคชั่นแต่ละฉากนั้น นอกจากจะสมจริงและดูยิ่งใหญ่ตื่นตาแล้ว มันยังแฝงด้วยความอันตรายที่ “โคตรสวย” จนทำให้เราเข้าใจในความหลงใหลของตัวละครเลยทีเดียว

 

 

Point Break ยังคงเก็บเอาฉากหัวใจจากเวอร์ชั่นก่อน อาทิ ฉากดิ่งเวหา และฉากโต้คลื่นยักษ์ มาดัดแปลงและเพิ่มความท้าตาย มันส์สะใจในแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมปัจจุบันลงไป ซึ่งสร้างความ “ว้าว” ให้กับซีนปล้นทุกซีนได้อย่างน่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นซีนปล้นเครื่องบินขนเงิน ที่ตัวละครต้องดิ่งเวหาลงมา พร้อมกับมีเงินกระจายรอบตัว (ฉากนี้สวยมากถึงมากที่สุด ชอบ!) หรือจะเป็นฉากโต้คลื่นยักษ์ที่งานนี้โน CG ทำให้งานภาพ (ที่สวยมาก) นั้นช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องและความมันส์มากถึงขีดสุดด้วย และแม้จะเป็นซีนแอคชั่นไล่ล่ากันธรรมดา หนังก็ยังสามารถถ่ายทอดความงามของธรรมชาติที่เป็นหัวใจหลักของเรื่อง ผสานเข้ากับการเสี่ยงตายของมนุษย์ในการทำตามวิถีของตัวเองได้อย่างลงตัวทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นซีนไต่หน้าผามือเปล่า หรือซีนสโนว์บอร์ดก็ตระการตาและสนุกเป็นที่สุด

 

 

- เส้นทางชีวิตของคนเราขึ้นอยู่กับวิถีทางที่เขาเลือก -

แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวของ Point Break ในฉบับนี้ไม่เข้มข้นและดูจับต้องได้ยากมากกว่า Point Break เวอร์ชั่น 1991 ที่มีการปูปมตัวละครและจับความถูกชะตาของชายหนุ่ม 2 คนมาเล่นได้อย่างลงตัว ภายใต้การไล่ล่าแบบหนังแอคชั่นทริลเลอร์อาชญากรรม ทว่าเวอร์ชั่น 2015 นั้น หนังก้าวไปอีกขั้นด้วยการไล่ล่าใน “เชิงความคิด” เรียกได้ว่า นอกจากจะปะทะกันด้วยฉากแอคชั่นภายนอกแล้ว ยังปะทะกันด้วย “ปรัชญาชีวิต” ภายในที่นำไปสู่การถกเถียงถึงการเลือกใช้ชีวิตของตัวละครด้วย อาทิ เรื่องการเลือกเส้นทางเดินของแต่ละคน หรือการอยู่กับปัจจุบัน ทำให้เราอาจจะไม่อินกับเบื้องลึกของชีวิตตัวละครเท่าที่ควรนั่นเอง

แต่กระนั้น Point Break ฉบับนี้ก็น่าชื่นชมมากทีเดียวที่พยายามสร้าง “เส้นทาง” ของตัวเองในแบบใหม่ แต่ก็ยังเคารพในความรู้สึกของบรรดาแฟนๆที่ชอบเวอร์ชั่นก่อนอยู่ โดยการนำจุดเด่นจากภาคก่อนอย่างความสัมพันธ์ระหว่าง ยูทาห์ และ โบห์ดี้ กลับมาเล่นเป็นแกนหลัก ซึ่งได้ 2 นักแสดงอย่าง ลุค เบรซี่ และ เอ็ดการ์ รามิเรซ มาถ่ายทอดให้เห็นถึง “ความเคารพ” ในความสัมพันธ์แมนๆครั้งนี้ได้อย่างลงตัว (ซึ่งแอบสังเกตว่า เวอร์ชั่นนี้ ลุคของนักแสดงทั้ง 2 คนจะสลับตรงข้ามกับเวอร์ชั่น 1991 พอดีเป๊ะ!) รวมไปถึงฉากการปล้นที่ยังคงนำ “ก๊วนอดีตประธานาธิบดี” กิมมิคจากภาคก่อนกลับมาเล่นด้วย เรียกเสียงฮากันไป 1 มุกทีเดียว และที่ขาดไม่ได้คือ ฉากจบปิดเรื่องที่เรียกได้ว่า คืนความสุขให้กับบรรดาแฟน Point Break เวอร์ชั่นก่อนจริงๆ!

 


- ก๊วนอดีตประธานาธิบดี กิมมิคจาก Point Break ภาคก่อน -

 

Point Break … ปล้มข้ามโคตร เป็นหนังอีกเรื่องที่มีฉากแอคชั่นที่เปี่ยมด้วยลูกบ้าดีเดือดชั้นดี พร้อมกับทำให้คนดูตื่นเต้นและสงสัยว่า มันถ่ายกันได้ยังไง?! ตลอดเรื่อง และไม่จำเป็นเลยว่าเราต้องดูหนังเวอร์ชั่น 1991 มาก่อน เพราะ Point Break เวอร์ชั่นนี้สามารถทำให้เราเข้าใจและสนุกไปกับการเดินทางในแบบใหม่ๆได้อย่างเต็มที่ด้วย ... Point Break ฉายแล้ววันนี้ในระบบ Digital 2D, Digital 3D และ 4DX

เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่    
http://www.majorcineplex.com/movie/point-break

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram