Review : แม่เบี้ย การตีความใหม่ของอสรพิษ อีโรติกวิจิตรเร่าร้อน

 Review : แม่เบี้ย การตีความใหม่ของอสรพิษ
อีโรติกวิจิตรเร่าร้อน

 

Review By @Nookkill

 

แม่เบี้ย การรีเมคครั้งที่ 3 จากบทประพันธ์ของวานิช จรุงกิจอนันต์ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่วรรณกรรมขึ้นหิ้งความอีโรติกแต่เล่าบนแก่นของพุทธศาสนา ในเรื่องของบ่วงแห่งกิเลส ราคะ ซึ่งการกลับมาใหม่ในครั้งนี้ ผ่านการกำกับของ หม่อมหลวง พันธุ์เทวนพ เทวกุล ผู้กำกับชั้นครูที่เคยสร้างผลงานความวิจิตรอีโรติกจาก ชั่วฟ้าดินสลาย และจันดารา ซึ่งฝีมือของหม่อมน้อย เป็นที่ยอมรับว่ามีฉากหวือหวาที่มีชั้นเชิงความเป็นศิลปะผสมอยู่ด้วย การรังสรรค์ แม่เบี้ย โฉมใหม่ จึงทำให้หลายคนมั่นใจได้ถึงความละเมียดละไมในการถ่ายทอดบทประพันธ์แน่นอน

แม่เบี้ย เป็นเรื่องราวของ ชนะชล (ชาคริต แย้มนาม)หนุ่มประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ต้องการค้นหาบ้านเรือนไทย ซึ่งผุดขึ้นมาในหัวและอยากรู้ว่าบ้านหลังนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับเขาจนได้มาพบกับเมขลา เจ้าของบ้านเรือนไทยแห่งบางปลาม้า สาวสวยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหา จนทั้งคู่ตกหลุมรักและมีสัมพันธ์กันทั้งที่ ชนะชลเองก็มีลูกเมียอยู่แล้ว รวมถึงปริศนาของงูยักษ์ ที่คอยโผล่มาทุกครั้งที่เมขลากำลังผิดศีลธรรม ทุกอย่างขมวดเป็นปมให้ผู้ชมติดตามจนไปสู่บทเรียนคำสอนอันน่าประทับใจ  

 

 

ความงดงามของแม่เบี้ย อยู่ที่ภาพในหนังถูกสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงาม การจัดองค์ประกอบแสง ฉากและของประกอบฉาก ทุกอย่างล้วนถูกเก็บรายละเอียดไว้ดีเยี่ยม สมกับเป็นหนังของหม่อมน้อยเลย และมีฉากที่ถ่ายทอดความเป็นไทยแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย ขนมไทย และดอกไม้ไทย ถูกสอดแทรกอยู่ในเรื่องได้ค่อนข้างลงตัว ส่วนบ้านเรือนไทยแห่งบางปลาม้า ก็ดูสวยงามและลึกลับน่าค้นหา ราวกับถอดแบบออกมาจากคำบรรยายในบทประพันธ์เลยทีเดียว ยิ่งหนังเพิ่มอารมณ์ด้วยเสียงเพลงลาวคำหอม ที่ถูกตัดท่อนออกมาใช้ในแต่ละฉาก บอกเล่าอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งขนลุกชวนหลอน และ ไพเราะโหยหาความเป็นไทยในอดีต เคล้าบรรยากาศให้หนังมีมนต์เสน่ห์มากขึ้นไปอีก โดยทั้งสององค์ประกอบทั้งภาพและเสียงกลายเป็นจุดเด่นของหนังที่คงความมาตรฐานของหม่อมน้อยได้อย่างครบถ้วน

แม่เบี้ย ใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านลำดับของเวลา ภายใน 7 วันที่ชนะชลและเมขลาได้รู้จักกันแม้จะเป็นระยะเวลาอันสั้น แต่หนังขยายให้เห็นรายละเอียดพฤติกรรมของแต่ละตัวละครหมือนการเล่าเรื่องราวทุกตัวละครขนานกันไปว่า ใครทำอะไรอยู่ที่ไหน ในช่วงเวลานั้นๆ การใช้ภาพมุมกว้างของเมืองกรุง ตัดสลับกับภาพความเงียบสงบของคุ้งน้ำในบางปลาม้า ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างสองเมืองที่เหมือนอยู่กันคนละโลก

 

 

ส่วนอีก2จุดที่หลายคนเฝ้าจับตาดูนั่นก็คือ ฉากเซ็กส์ของหนังว่าจะหวือหวาแค่ไหน ขอบอกว่าเรื่องนี้มีให้เห็นดาษดื่นเลยทีเดียว แต่ทุกฉากถูกถ่ายทอดผ่านมุมที่เป็นศิลปะ ปิดตรงนั้น เปิดตรงนี้ ทำให้เราดูแล้วเพลินและบันเทิงราวกับเสพงานศิลป์ มากกว่าการดูแล้วเกิดอารมณ์ ทุกตัวละครล้วนถ่ายทอดอารมณ์ที่ฝังอยู่ในใจ ความโหยหาความใคร่สะท้อนผ่านสายตานักแสดง ส่วนการปรากฎกายของงูเห่ายักษ์ ที่เรียกว่า "คุณ" สำหรับเวอร์ชั่นนี้ ถูกสร้างด้วยเทคนิค CG ได้อารมณ์น่าเกรงขาม ซึ่งในหนังเผยว่า งูยักษ์ตัวนี้ เปรียบเสมือนสายตาของญาติผู้ใหญ่ที่คอยมาเฝ้ามองเราอยู่ หากทำผิดศีลธรรมอันดี ก็จะออกมาเตือนไม่ให้ทำผิด เพราะทุกครั้งที่งูยักษ์ ปรากฎกายขึ้นมา เมขลามักจะทำผิดเรื่องของกามาอยู่เสมอ อีกแง่หนึ่งงูยักษ์ ตัวนี้ก็ถูกมองว่า เป็นจิตสำนึกในคุณงามความดีของเมขลา 

 

 

สิ่งที่ได้หลังจากชมภาพยนตร์คือคำสอนเกี่ยวกับการติดไปในวังวนแห่งกิเลสตัณหาและความลุ่มหลง ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ทุกชนิดบนโลก แต่มนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐเพราะว่ามีสติ นึกคิดไตร่ตรองความผิดชอบชั่วดี สัญชาตญาณที่อยู่ภายในจิตใจจึงถูกครอบด้วยศีลธรรมอันดีซึ่งเป็นกรอบที่ถูกมาครอบความใคร่เอาไว้อีกที เพื่อควบคุมไม่ให้มันเกินเลยในสิ่งที่มันควรจะเป็น แต่หากกรอบของศีลธรรมนั้นถูกทำลายออกไป และความใคร่มาครอบงำจิตใจเราแทน โดยในหนังเปรียบเรื่องราวเป็นกรงขังและนำไปสู่การหลุดพ้นจากกรง คล้ายกับทางดับไฟกิเลสในใจของตัวละคร

 

 

แม่เบี้ย เป็นอีกผลงานของหม่อมน้อย ที่ยังความมาตรฐานความละเมียดและงดงาม ดูในแง่ศิลปะความบันเทิงก็ได้ หรือจะดูเพื่อให้ได้คติสอนใจก็ได้ อยากให้หลายคนลองเปิดใจ เปิดตาให้กับหนังเรื่องนี้ ไม่แน่ว่าคุณจะพบหนทางออกจากกรงขังที่ครอบคุณอยู่ก็เป็นได้

เช็ครอบและจองตั๋ว>>> http://www.majorcineplex.com/movie/maebia

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram