[Review] ละติจูดที่ 6 มุมที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในหนังไทย

[Review] ละติจูดที่ 6  มุมที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในหนังไทย

 

 

          ละติจูดที่ 6 ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในสถานที่จริงในจังหวัดปัตตานี สาเหตุที่ชื่อ "ละติจูดที่6" เป็นเพราะว่า เส้นรุ้งที่ 6 องศา พาดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พอดี ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการฉายภาพให้เห็นความงดงามในพื้นที่ซึ่งคนไทยมองว่า คือ พื้นที่อันตราย และเต็มไปด้วยความต่างของสภาพสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา สายตาที่มองเข้าไปในพื้นที่นั้น จึงทำให้เรามักมองด้วยความไม่เข้าใจ แต่หนังเรื่องนี้อาจจะทำให้คุณมีความคิดมุมใหม่ เปิดใจ มองเห็น และ เข้าใจผู้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น

            ละติจูดที่ 6 เป็นเรื่องราวของหลากคู่ หลายความสัมพันธ์ต่างรูปแบบ เริ่มต้นจากการเดินทางของต้น ชายหนุ่มจากเมืองกรุงที่มีความฝันอยากทำเพลง แต่ต้องทำตามหน้าที่คือมาวางระบบคอมพิวเตอร์ให้กับธนาคารอิสลามในพื้นที่ปัตตานี จนโชคชะตาพามาให้พบกับ ฟ้า หรือ ฟาติมะ สาวมุสลิม ที่มีพ่อเป็นครูสอนศาสนาผู้เคร่งครัดในจารีตและธรรมเนียมปฏิบัติแบบอิสลาม ในขณะที่ ชารีฟ กอเซ็ม และ เฟิร์น หนุ่มสาวในพื้นที่ปัตตานีก็เริ่มเบ่งบานความรักสามเส้าในแบบฉบับวัยรุ่น แตกแขนงปมชีวิตของแต่ละคนให้เข้าไปเกี่ยวโยงกัน

 

 

"...เสียงกีตาร์จากเมืองกรุง เคล้าไปกับเสียงไวโอลินจากแดนใต้ สอดประสานเป็นความสัมพันธ์ที่กลมกลืนระหว่างความต่าง..."

            การเล่าเรื่องผ่าน 'ต้น' (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) เป็นการแทนสายตาของคนกรุงที่มองเข้าไปในพื้นที่ การเรียนรู้วิถี ชีวิต การปรับตัวให้เข้ากับคนในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ทางศาสนา  ทำให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้น มองเห็นในมุมที่เราอาจจะไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยินมาก่อน เกี่ยวกับคนในพื้นที่ การใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพปัญหาที่เรื้อรังมากกว่า 10 ปี เป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังแฝงวิถีชีวิตของชาวมุสลิม เช่น ลิเกฮูลู การดื่มชา การสังสรรค์ การทำพิธีทางศาสนา นิสัยใจคอของคนในพื้นที่ แม้หน้าตาจะดุดันหรือเสียงดังไปบ้าง แต่คนที่นั่นน่ารักและจริงใจทุกคน หนังเรื่องนี้สามารถทำให้เราสัมผัสอารมณ์และความรู้สึกของพวกเขาได้อย่างดี

"...ที่นี่มันอันตรายทำไมป๊ะยังไม่ยอมย้ายออกไปสักที
...ป๊ะเกิดที่นี่และป๊ะก็ขอตายที่นี่..."

 

           

ละติจูดที่ 6 เป็นหนังไทยที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ความรัก ความศรัทธา ความสูญเสีย และ กำลังใจ มีจังหวะการเดินเรื่องที่หล่อเลี้ยงอารมณ์คนดูไปตลอดทั้งเรื่องด้วยภาพสวยๆ โลเคชั่นคุ้งน้ำที่มัสยิดตั้งตระหง่านมีท้องฟ้าสีแดงส้มระเรื่อเป็นฉากหลัง สวยงามราวกับภาพวาด สอดประสานไปกับสกอร์เพลงที่ทำให้เรายิ้มบ้าง ซึมบ้าง ถือว่าเป็นการผสมอารมณ์หนังได้ค่อนข้างโอเคมากเลยทีเดียว จังหวะการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ การย้อนภาพความทรงจำ หรือ การเลือกใช้คำพูดที่งดงามสื่อสารให้เราได้เข้าใจถึงแก่นแท้คำสอนของศาสนาอิสลาม

ความสวยงามของภาพยนตร์ละติจูดที่ 6 คือการผสมที่ลงตัวของภาพสวยๆ ดนตรีเพราะๆ บทพูดและคำสอน กลั่นออกมาเป็นหนังไทยน้ำดีอีกหนึ่งเรื่องของปี 2558 รับรองว่าความยาว 2 ชั่วโมงของหนังเรื่องนี้จะทำให้เราอิ่มเอมไปกับสิ่งที่ปรากฎบนจอหนัง เมื่อหนังจบเราอยากจะเฝ้าภาวนาเพื่อความสงบสุขให้กลับคืนสู่ละติจูดที่ 6 อีกครั้งหนึ่ง

 

"ถ้าวันหนึ่งคุณมีศรัทธามากพอ คุณก็จะเข้าใจ"

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram