[รีวิวระบบ Screen X] พลิกตำนาน King Arthur: Legend of Sword ภาพยนตร์ที่เท่ กวน มีเสน่ห์ และเต็มอารมณ์สุดๆ

 

[รีวิวระบบ Screen X] พลิกตำนาน King Arthur: Legend of Sword

ภาพยนตร์ที่เท่ กวน มีเสน่ห์ และเต็มอารมณ์สุดๆ 

 

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเคยได้ยินตำนานของกษัตริย์ผู้เป็นเจ้าของดาบที่ได้ชื่อว่าสามารถตัดได้ทุกอย่างได้โลก หรือกษัตริย์ผู้เป็นจุดเริ่มต้นอัศวินโต๊ะกลมอันเลื่องลือ เขาคือคิงอาเธอร์ แห่งคาเมล็อต เชื่อว่าหลายคนมีภาพจำของตัวละครตัวนี้กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจากประวัติศาสตร์ หรือภาพยนตร์ในเวอร์ชั่นอื่นๆ แต่ King Arthur ใน Legend of Sword นี้จะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยการตีความใหม่ของผู้กำกับกาย ริชชี่ เขาได้เติมแต่งตำนานจอมราชันย์ให้มีสีสันได้แปลกใหม่มากเลยทีเดียว

 

เรื่องเริ่มต้นจากการลำดับภาพเพื่อเท้าความมูลเหตุการต้องระหกระเหินของอาร์เธอร์ (รับบทโดย ชาร์ลี ฮันนัม) และการเสียราชบัลลังก์ของกษัตริย์อูเทอร์ (รับบทโดย อีริค บานา) พ่อของเขา โดยมีน้องชายผู้ฝักใฝ่ในเวทมนตร์มืดอย่าง วอร์ติเกิร์น (รับบทโดยจู๊ด ลอว์) เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง อาร์เธอร์หนีการถูกสังหารลงไปในเรือจนลอยไปติดท่าน้ำ ก่อนจะได้โสเภณีของเมืองรับไปเลี้ยงดูจนเติบโต ด้วยสภาพแวดล้อมรอบตัวหล่อหลอมให้เขาต้องต่อสู้ จนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลในละแวกนั้น 

 

 

แต่โชคชะตาก็ขีดให้เขาต้องกลับไปสะสางเรื่องราวในอดีต และทวงคืนสิทธิอำนาจในราชบัลลังก์ของเขาตามสายเลือด อาร์เธอร์กลายเป็นชายที่สามารถดึงดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ออกมาได้ หลังจากนั้นเขาก็จำต้องเข้าร่วมกับกลุ่มกบฎ โดยได้ความร่วมมือจากหญิงสาวที่เป็นเดอะ เมจ (รับบทโดย แอสทริด เบอร์เกส-ฟริสเบย์) แม่มดผู้สามารถควบคุมสิงสาราสัตว์ได้อย่างอิสระ เพื่อนำทัพเข้าทำสงครามเพื่อทำลายความชั่วร้ายให้หมดสิ้น

 

สำหรับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้จะเป็นการตีความใหม่ให้เราได้เห็นแง่มุมที่แตกต่างออกไปของกษัตริย์ในตำนาน และที่มาที่ไปของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม แต่การดำเนินเรื่องก็ไม่ได้แตกต่างจากเรื่องอื่นมากนัก สิ่งที่โดดเด่นเลยก็คือการลำดับภาพที่ทำให้เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจ ยิ่งในฉากที่โชว์พลังของดาบในระบบฉาย Screen X ที่เป็นหน้าจอล้อมรอบเรากว่า 270 องศา ยิ่งทำให้มันดูทรงพลังมากขึ้นไปอีก รวมไปถึงการใส่เพลงประกอบที่เหมาะสมในแต่ละฉาก ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

นอกจากนั้นแล้วคาร์แร็คเตอร์ของจู๊ด ลอว์ในบทราชาวอร์ติเกิร์น ที่เขาสามารถเข้าถึงบทบาทและอารมณ์ของตัวละครจนทำให้เราเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นฉากการใช้อำนาจที่ทำให้เราขนลุกไปกับความน่าเกรงขาม หรือฉากสูญเสียที่เขาผลักอารมณ์ความเจ็บปวดออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวไปคือส่วนผสมที่ทำให้ King Arthur: Legend of Sword ไม่ได้เป็นแค่หนังแฟนตาซีทั่วๆไป แต่ถ้าเปรียบหนังเรื่องนี้เป็นมนุษย์ ก็คงจะเป็นผู้ชายที่เท่ กวน และมีเสน่ห์สุดๆ อย่างไรก็ตามนี่คือประวัติศาสตร์ที่ถูกตีความใหม่ ถ้าอยากได้ประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในเรื่อง เราแนะนำในระบบ Screen X รับรองเลยว่าเต็มอิ่มแน่ๆ  จะสนุก มันส์ และอลังการแค่ไหน ภาพยนตร์เรื่องนี้รอให้คุณเข้าไปพิสูจน์ได้แล้ว สามารถเช็ครอบ และจองตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้!

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram