รีวิว Justice League สิ้นสุดการรอคอย ศึกรวมเทพยุคใหม่

 

รีวิว Justice League สิ้นสุดการรอคอย ศึกรวมเทพยุคใหม่

“เขาเป็นมนุษย์มากกว่าผม เขามีงาน มีความรัก เขาคือความหวัง โลกต้องการซูเปอร์แมน......ทีมต้องการ Clark Kent”

 

สิ้นสุดการรอคอย กับการรวมทีมซูเปอร์ฮีโร่ทางฝั่ง DC ใน Justice league ที่คราวนี้ไม่ได้มากันแค่ สามคน เหมือนใน Batman V Superman: Dawn of Justice แต่ยกขบวนกันมาครบทั้ง League 

 

เรื่องย่อ จากความตื่นตัวเรื่องการกอบกู้ศรัทธาจากมนุษย์ และด้วยแรงบันดาลใจจากความเสียสละของซูเปอร์แมน บรูซ เวย์นจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนใหม่ ไดอาน่า ปรินซ์ เพื่อผนึกกำลังไปเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยกัน แบทแมนและวันเดอร์วูแมนต้องรวมทีมยอดมนุษย์เพื่อต่อสู้กับมหันตภัยร้ายครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง แต่การรวมทีมเหล่าฮีโร่ที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแบทแมน วันเดอร์วูแมน อะควาแมน ไซบอร์ก และ เดอะแฟลช อาจสายเกินไปสำหรับการกอบกู้โลกจากกลุ่มเหล่าร้ายที่บุกจู่โจม

Justice League กำกับการแสดงโดย Zack Snyder และ Joss Whedon นำแสดงโดย เฮนรี่ คาวิลล์, เบน แอฟเฟล็ค , กัล กาด็อท , เจสัน โมมัว , เอซรา มิลเลอร์ , เรย์ ฟิชเชอร์

 

ภาพยนตร์เรื่อง Justice League เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 5 ของจักรวาลภาพยนตร์ DC ยุคใหม่ต่อจาก Man of Steel ปี 2013, Batman V Superman: Dawn of Justice ปี 2016, Suicide Squad ปี 2016 และ Wonder Woman ปี 2017 

 

ในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์หลังจาก Batman V Superman: Dawn of Justice เมื่อโลกสูญเสีย Superman ไป ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความโศกเศร้าสิ้นหวัง สิ่งเลวร้ายเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการรุกรานจากนอกโลก.... ถึงแม้ว่าทาง Zack Snyder จะต้องถอนตัวจากการเป็นผู้กำกับในช่วงครึ่งหลังของการถ่ายทำเนื่องจากการสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไป แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รับการสานต่อโดย Joss Whedon จากฝีมือการกำกับใน Avengers และ Avengers: Age of Ultron ของทาง Marvel มาก่อน ทำให้เราเห็น Justice League ในโทนที่เปลี่ยนออกไปจากเดิมของ Zack ที่ว่ากันว่า ออกจะดาร์คไปหน่อย ให้มีสีสันอย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น Justice League จะเน้นในการเดินเรื่องที่รวดเร็วขึ้นไม่น่าเบื่อไม่ยืดเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ ถึงจะโดนเบื้องบนสั่งตัดมาเหลือแค่ 2 ชม.(ตัดอีกแล้วเหรอ) แต่ความสนุกและเนื้อเรื่องก็คงไม่เปลี่ยนไปมากนัก ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะได้ดูเวอร์ชั่นไม่ตัดฉบับเต็มแบบเต็มอิ่มก็ได้นะ

 

เรื่องการใช้เพลงและซาวด์ประกอบในการเล่าเรื่องราว Justice League ยังคงเป็นภาพยนตร์ที่ใช้จังหวะในการใช้ซาวด์ได้ดีและโดดเด่น ไม่แพ้จังหวะการใช้ซาวด์เปิดตัว Wonder Woman ใน Batman V Superman: Dawn of Justice ในภาพยนตร์เรื่องนี้มีเพลงที่เพราะเข้ากับบรรยากาศตัวหนังมากมายและบางช่วงจะเป็นซาวด์ที่เป็นแบบเฉพาะของฮีโร่แต่ละคนอีกด้วย

 

เราจะได้เห็นมุมมองของแต่ละตัวละครในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ความสดใสของตัวละครจะมีมากยิ่งขึ้น การใส่มุขตลกเป็นสิ่งที่ลงตัวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ละตัวละครมีความโดดเด่นเป็นของตัวเองทั้งพลัง ความคิด ความสามารถ และนิสัยส่วนตัว

 

การเปิดตัวของแต่ละตัวละครมีความเท่ในแบบฉบับของตัวเอง รวมไปถึงการเปิดตัวของวายร้ายหลักในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ฉากต่อสู้ที่อลังการงานสร้างเน้นเมืองพัง บ้านทลาย ไม่แคร์โลกเหมือนเดิมตามแบบฉบับของ DC จะทำให้คุณรู้สึกว่า “นี่แหละศึกของเหล่าฮีโร่ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง”

 

ในแต่ละฉากใหญ่ๆเช่นฉากบนเกาะเธอร์มิสกีร่า ของชาว อเมซอน หรือ ดินแดนใต้น้ำแอตแลนติส ต่างมีโทนสี กลิ่นอาย และความเป็นตัวของตัวเองในการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างสวยงาม

 

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เหล่าเรื่องราวความลับ(Easter Eggs) ที่ถูกแฝงซ่อนไว้ในตัวภาพยนตร์ทั้งในฉาก ในคำพูด ที่จะทำให้แฟนๆเซอร์ไพรส์กันเรื่อยๆตลอดทั้งเรื่อง และเหล่า Easter Eggs นี้จะเป็นเรื่องราวที่จะนำคุณไปยังเรื่องราวในอนาคตของจักรวาล DC ต่อไป

 

สุดท้าย ฉากท้ายเครดิตที่มีถึง 2 ตัว ที่ทางเรารับประกันได้เลยว่า คุณจะไม่ผิดหวังกับมันอย่างแน่นอน

 

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณรู้ว่าโลกของซูเปอร์ฮีโร่เป็นอย่างไร ถึงแม้พวกเขาจะเป็นความหวังให้กับผู้คน แต่พวกเขาเองก็ต้องการความหวังเหมือนกัน

 

Justice League วันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram