ระทึกเกร็งจิกเบาะ! Jurassic World 2 หนีตายจากเกาะไม่พอ เจอไดโนเสาร์ตามล่าโคตรดุ!!

 

ระทึกเกร็งจิกเบาะ! Jurassic World 2 หนีตายจากเกาะไม่พอ เจอไดโนเสาร์ตามล่าโคตรดุ!!

 

 

                Jurassic World ภาคแรกเปิดตัวการกลับมาครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยรายได้มากกว่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตอกย้ำว่าเฟรนไชส์ไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์นี้ไม่มีวันตาย และในปีนี้พวกมันกลับมาใหม่อีกครั้งในชื่อ Jurassic World: Fallen Kingdom จูราสสิก เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย พร้อมสานต่อเรื่องราวที่ทิ้งเอาไว้ในภาคแรก เพิ่มดีกรีอัพเกรดจากความตื่นตาตื่นใจในภาคก่อน ให้กลายเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ชวนให้ลุ้นจนเกร็งจิกเบาะ แถมยังชวนให้สะดุ้งกับการตามล่าของเจ้าไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ อินโดแร็พเตอร์ ความโหดที่แม้แต่ อินโดไมนัสเร็กซ์ในภาคแรกอาจต้องยอมแพ้!

 

 

                หลังจากเกาะอิสลาร์ นูบลาร์ และสวนสนุก Jurassic World ถูกทิ้งร้างเอาไว้จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นในปี 2015 เหล่าตัวละครแยกย้ายกันไป แคลร์ กลายเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรพิทักษ์ไดโนเสาร์ ส่วนโอเวนหลีกหนีความวุ่นวายไปสร้างบ้านหลังใหม่ของตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ ในขณะที่รัฐบาลเรียกประชุมด่วนเพื่อหารือทางออกให้กับการมีอยู่ของเหล่าสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ ว่าควรจะช่วยเหลือหรือปล่อยให้พวกมันสูญพันธุ์กันไปแบบที่เคยเกิดขึ้น

 

                ท่ามกลางวิกฤติภูเขาไฟระเบิดในเกาะอิสลาร์ นูบลา เหล่าไดโนเสาร์ทุกชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง เบนจามิน ล็อกวูด ได้มอบหมายให้ อีไล มิลส์ เชิญตัวแคลร์มาเพื่อมอบภารกิจให้เธอนำทีมไปช่วยเหลือเหล่าไดโนเสาร์ออกจากเกาะ เพื่อย้ายพวกมันไปสู่เกาะแห่งใหม่ที่พวกมันจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตามธรรมชาติ แต่มันกลับมีเบื้องหลังซ่อนอยู่ อีไล มิลส์ไม่ได้ต้องการช่วยพวกมัน แต่เขาต้องการจับพวกมันมาประมูลขาย และได้แอบพัฒนาไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ร่วมกับ ดร. เฮนรี วู ซึ่งเป็นการผสม DNA ของไดโนเสาร์ 2 สายพันธุ์ ทั้งความดุร้ายของอินโดไมนัสเร็กซ์ ร่วมกับความฉลาดเฉลียวของ เวโลซีแรพเตอร์ ตัวสุดท้ายหรือ บลู พร้อมใส่เทคโนโลยีให้สามารถควบคุมมันให้กลายเป็นอาวุธนักล่าที่มีชีวิต ซึ่งหากปล่อยให้มันหลุดไปอยู่ในโลกภายนอก มันจะกลายเป็นชนวนของสงครามนองเลือดได้อย่างไม่ยากเย็น

 

 

                Jurassic World: Fallen Kingdom เปลี่ยนแนวทางของภาพยนตร์จาก Jurassic World อย่างที่เราได้ดูกันไปเมื่อปี 2015 อย่างสิ้นเชิง เราอาจไม่ได้เห็นความสดใสหรือตื่นตาตื่นใจ เปลี่ยนเป็นความระทึกขวัญ เพิ่มความมืดมนและหนักหน่วงหลายเท่าตัว แต่ภาพยนตร์ก็ยังไม่ทิ้งอารมณ์ขันให้เนื้อเรื่องรู้สึกเบาและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น หากจะพูดว่า Jurassic World คือภาพยนตร์ผจญภัยสุดตื่นตา Jurassic World: Fallen Kingdom คือภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ชวนให้ลุ้นจิกเบาะ มีจังหวะสะดุ้ง และบรรยากาศที่ชวนให้ไม่น่าไว้วางใจ แทบไม่ต่างจากภาพยนตร์สยองขวัญที่มีผีวิญญาณ เพียงแค่ในเรื่องนี้พวกมันคือไดโนเสาร์ เท่านั้นเอง

 

 

                ในภาคก่อน ไดโนเสาร์ตัวหลักสุดโหดคือ อินโดไมนัสเร็กซ์ ที่มันสามารถวางแผนหลอกล่อ พรางตัว และสามารถต่อสู้ได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ในภาคนี้ อินโดแร็พเตอร์ ไดโนเสาร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ มันอัพเกรดความโหดมากขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อมันสามารถวางแผนได้แยบยลกว่าเดิม สามารถดมกลิ่นตามล่า ไหนจะมีวิธีที่สามารถควบคุมให้เป็นอาวุธได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ทั้งโอเวน และแคลร์ ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เสี่ยงชีวิตกว่าที่ผ่านมา

 

 

                ทั้งนี้ Jurassic World: Fallen Kingdom ก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายเดิม ทั้งการกลับมาของไดโนเสาร์ยักษ์ใต้น้ำสุดแย่งซีนอย่าง โมซาซอรัส ที่ปรากฎตัวออกมาเมื่อใด มันก็สามารถสร้างความน่าเกรงขามได้เสมอ รวมทั้งคุณป้า T-Rex ที่ยังคงยิ่งใหญ่ได้ไม่เปลี่ยนแปลง แต่สัญญะที่ซ่อนเอาไว้ภายในภาพยนตร์เรื่องนี้คงหนีไม่พ้น การเปลี่ยนแปลงสู่โลกใบใหม่ ที่มีวิธีการมากมาย ทั้งการประนีประนอมยอมรับ หรือการทำลายโลกเก่าแล้วยึดครอง พร้อมทิ้งปมที่จะขยายเรื่องราวของ Jurassic World ในภาคต่อไปได้อย่างยิ่งใหญ่ ทิ้งคำถามว่าอาณาจักรที่ล่มสลายคืออาณาจักรของใคร มนุษย์หรือไดโนเสาร์ พร้อมปิดท้ายสมกับประโยคที่ ดร.เอียน มัลคอร์ม ได้พูดเอาไว้ในตัวอย่างว่า “Welcome to Jurassic World (ยินดีต้อนรับสู่จูราสสิก เวิลด์)”

 

 

Jurassic World: Fallen Kingdom

จูราสสิก เวิร์ล: อาณาจักรล่มสลาย

7 มิถุนายนนี้ที่ Major Cineplex

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram