REVIEW : Jurassic World ล่าไม่หยุด ขย้ำไม่ยั้ง คืนชีพไดโนเสาร์ที่คิดถึงโพด!

Jurassic World
ล่าไม่หยุด ขย้ำไม่ยั้ง
คืนชีพไดโนเสาร์ที่คิดถึงโพด!

BY FEEDMYBRAIN

 

 

ตั้งแต่ที่ Jurassic Park ออกฉายทั่วโลกเมื่อปี 1993 นั่นคือครั้งแรกที่ทั่วโลกได้สัมผัสและได้เห็น “ไดโนเสาร์” แบบตัวเป็นๆที่เปี่ยมด้วยชีวิตและเลือดเนื้ออย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งวิ่งเล่น ไล่ล่า หรือจะ “ขย้ำ” กันแบบไม่เหลือกระดูก ทุกอย่างถูกรังสรรค์ด้วยฝีมือของสตีเว่น สปีลเบิร์ก พ่อมดฮอลลีวู้ดผู้พลิกโฉมสเปเชียลเอฟเฟ็กต์แห่งวงการ ส่งให้ Jurassic Park กลายเป็นหนังไดโนเสาร์ที่ขึ้นหิ้งตลอดกาลของวงการภาพยนตร์ และการกลับมาคราวนี้ แม้สปีลเบิร์กจะไม่ได้เป็นผู้กำกับ ทว่าเขายังคงอยู่เบื้องหลังการสร้างสวนสนุกแห่งนี้ขึ้นใหม่ พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คนทั่วโลกได้ว่า Jurassic World จะสามารถสานต่อความทรงจำและความฝันในวัยเด็กได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน!

...และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

Jurassic World เป็นผลงานการกำกับของ โคลิน เทรวอร์โรว ผู้กำกับม้ามืดที่เพิ่งเคยกำกับหนังเพียงแค่เรื่องเดียว แต่กลับเป็นที่ถูกใจของสปีลเบิร์ก ทำให้เขาต้องก้าวเข้ามาแบกรับความรับผิดชอบแห่ง “ความฝันในวัยเยาว์” ของคนทั่วโลกเอาไว้ ซึ่ง Jurassic World ของเทรวอร์โรวนั้นต้องยอมรับเลยว่า “เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ” ของคนที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด และยังคง “เคารพ” ความเป็นต้นฉบับเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ Jurassic World ยังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายของการผจญภัยแบบภาคก่อนๆ สนุก ลุ้นระทึกไม่ยั้งตลอด 2 ชม. (แถมไม่อยากให้จบด้วย อยากดูต่อ) และยัง “ปลุกชีพ” เหล่าไดโนเสาร์ที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของคนทั่วโลกให้กลับมาวิ่งเล่นอีกครั้งได้อย่างมีคุณภาพ 
...สมกับเวลา 22 ปีที่เรารอคอยจาก Jurassic Park และ 14 ปีจาก Jurassic Park 3 จริงๆ

 

 

- "เรากลับมาแล้ว" -

 

Jurassic World สวนสนุกที่สานต่อเจตนารมณ์และความฝันของ จอห์น แฮมมอนด์ CEO แห่งบริษัท InGen ที่หวังจะสร้างสวนสนุกกึ่งสวนสัตว์ที่มีเหล่าไดโนเสาร์เป็นตัวเอก ปัจจุบันความฝันของเขาเป็นจริงแล้ว ในภาคนี้เราจะได้เห็น “สวนสนุก” เต็มรูปแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน! และทันทีที่ประตูของสวนสนุกที่ถูกปิดตายเมื่อกว่า 20 ปีเปิดออก Theme Song ที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีก็ถูกบรรเลงขึ้น ... ณ ตอนนั้น มันทำให้เราที่ไม่ว่าจะวัยไหนๆหวนย้อนกลับไปนึกถึง “ครั้งแรก” ที่เราได้สัมผัสกับเจ้าไดโนเสาร์พวกนี้ทันที ราวกับว่า “เรากลับมาแล้ว” กลับมาพบกับ “รักแรก” (แห่งหนังไดโนเสาร์) ที่ห่างกันไปนานเหลือเกิน

การผจญภัยในสวนสนุกแห่งนี้ยังคงตื่นตาตื่นใจ ด้วยเรื่องราวตามสูตรดั้งเดิมของ Jurassic Park กับการตามหาหลานชายสุดที่รัก 2 คนที่หายตัวไปของ แคลร์ (ไบรซ์ ดัลลัส ฮาเวิร์ด) ผู้จัดการสินค้าอาวุโสแห่ง Jurassic World  ท่ามกลางความวุ่นวายเมื่อ “สินค้า” สุดอันตรายอย่างอินโดไมนัส เร็กซ์หลุดออกจากที่คุมไป ซึ่งการตามหาในครั้งนี้จะค่อยๆเผยปริศนาของ “พันธุกรรม” ที่แฝงอยู่ในตัวของสัตว์พันธุ์ผสมที่ถูกตัดแต่งตัวนี้ และเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ต้องบอกว่า “ยกระดับ” ความเข้มข้นและความสนุกในหนังมาก ทำให้การผจญภัยครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครปลอดภัย เชื่อใจอะไรไม่ได้ และ “เรามีสิทธิ์ตายทุกเมื่อ!”

 

 

และพื้นที่นี้ขอยกให้กับ “ไดโนเสาร์” ที่ออกมาฟาดฟันกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าหล่อนรายใหม่อย่าง “อินดอมินัส เร็กซ์” ที่ถูกแฝงด้วยยีนจากสัตว์ต่างพันธุ์อันหลากกที่สร้างความสามารถสุดทึ่งให้กับเจ้าหล่อน และความอันตรายระดับสูงที่สุดที่นางฆ่าไม่มีเหลือ เมื่อเจ้าหล่อนมาปะทะกับเหล่าเวโลซิแรพเตอร์สุดกวนมันช่างเป็น “สุดยอดแห่งความบันเทิง” บนจอภาพยนตร์มากๆ และแน่นอนเจ้าเร็กซี่ หรือ ทีเร็กซ์ ก็ยังคงกลับมากลายเป็นหนึ่งในตัวโชว์ของสวนสนุก และนั่นคือองค์ประกอบที่ทำให้ “ว้าว” มากทีเดียว!

 

 

นอกจากเนื้อเรื่องที่เพิ่มสีสันและลูกเล่นใหม่ๆเข้ามาให้อมยิ้มกันแล้ว “การออกแบบงานสร้าง” ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเครื่องเล่นต่างๆอย่าง ไจโรสเฟียร์ หรือ  “ภาพ” ที่จะถูกถ่ายทอดออกมาให้เราเห็นในฐานะ Jurassic World ถูกออกแบบสะท้อน “ความต้องการ” ของมนุษย์ที่อยากใกล้ชิดหรือสัมผัสเหล่าสัตว์โลกล้านปีที่เราโหยหามานาน มันทำให้เรา “เชื่อมโยง” กับเรื่องราวและรู้สึกสนุกและหัวใจพองโตทุกครั้งที่เราเห็นได้อย่างไม่ยาก แถมยังซ่อน “รหัสลับ” ที่แฝงคอนเซ็ปต์ของหนังซึ่งจะเฉลยในฉากจบท้ายเรื่องที่อีพิคมากแน่นอน!)

และที่ขาดไม่ได้ที่ทำให้ Jurassic World มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น นั่นก็คือเหล่านักแสดงที่มีคาแรกเตอร์ที่น่าเอ็นดูและเปี่ยมด้วยความเท่ในแบบของตัวเองอย่าง โอเวน เกรดี้ อดีตนาวิกโยธินและผู้วิจัยพฤติกรรมสัตว์ รับบทโดย คริส แพรตต์ ที่เขาถ่ายทอดได้กวนและมีเสน่ห์เอามากๆ ราวกับเห็น “สตาร์ลอร์ด” เวอร์ชั่นแม่ผู้เข้าใจแรพเตอร์เลยทีเดียว! และอีกคนหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ให้กับเรื่องก็หนีไม่พ้นไบรซ์ ดัลลัส ฮาเวิร์ด กับบท “แคลร์” ที่เธอทำไว้ได้น่ารักและน่าเอาใจช่วยมาก เธอไม่ใช่สาวแสบแต่เวลาสู้ เธอไม่ถอยแถมเธอยังฉลาดมากด้วย! นอกจากนั้น เราจะได้เห็นตัวละครหน้าเดิมที่หวนกลับมาคืนจออย่าง ดร.เฮนรี่ วู (บีดี หว่อง) หรือ ฮอสกิ้นส์ (วินเซนต์ ดี โอโนฟริโอ) ด้วย ซึ่งทุกตัวละครต่างมี “พื้นที่” ในการจัดเต็มฝีมือของตัวเองได้อย่างครบถ้วนและดึงเอา “ของ” ที่คาแรกเตอร์ตัวเองมีใส่ไม่ยั้ง เล่นกันสุด มันส์สะใจ!

 

 

Jurassic World ภาพยนตร์ที่ทั่วโลกรอคอยได้เวลาเผย “เขี้ยว” อันคมกริบที่ยังคงต้นฉบับอันน่าทึ่งอย่าง Jurassic Park เอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม แถมเพิ่มเติมสีสันใหม่ๆที่ลุ้นระทึก และสะท้อนให้เห็นถึง “ความโลภ” ของเหล่ามนุษย์ผู้หมายเป็นพระเจ้าเสียเอง พร้อมด้วยภาพตระการตาแบบเห็นชัดๆ (โดยเฉพาะในระบบ IMAX) ของเหล่า “ไดโนเสาร์” ที่ถูกฟื้นคืนชีพและฉากไคลแมกซ์ตอนจบที่ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะมันคือฉากที่จะพาเราย้อนกลับไปยังวัยเด็กได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ฟินน้ำตาไหลอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว! Jurassic World เป็นภาพยนตร์ผจญภัยที่เร้าใจและตื่นเต้นที่สุด (จนถึงตอนนี้) สำหรับปี 2015 เลย

Jurassic World เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์
เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่
http://www.majorcineplex.com/movie/jurassic-world

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram