รีวิว Goodbye Christopher Robin ที่มาของหมีพูห์ แสนเจ็บปวดแต่งดงาม

 

รีวิว Goodbye Christopher Robin ที่มาของหมีพูห์ แสนเจ็บปวดแต่งดงาม

 

 

                วินนี่ เดอะ พูห์ ตัวละครหมีสีเหลืองสุดเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครในโลกไม่รู้จัก เจ้าหมีตัวนี้เป็นเหมือนตัวแทนของความงดงามในวัยเด็ก ถูกสร้างขึ้นมาในยุคที่สงครามกำลังคุกรุ่น หนังสือเรื่องนี้จากฝีมือของ เอ.เอ. มิลน์ นายทหารผ่านศึกผู้ต้องการเขียนหนังสือด้วยความหวังที่อยากจะยุติสงครามทั้งมวล โดยได้เค้าโครงเรื่องมาจากชีวิตวัยเด็กที่เขาได้ใช้ร่วมกันกับลูกชาย กลายมาเป็นเรื่องราวสุดประทับใจ และกลายเป็นเหมือนความสุขที่คนในยุคนั้นกำลังโหยหา

 

 

                ภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นจากการเล่าเรื่องของ อลัน มิลน์ (รับบทโดย โดนัลล์ กลีสัน) ชายหนุ่มผู้ผ่านสงครามอันแสนโหดร้าย เขากลับมายังบ้านเกิดในลอนดอนด้วยอาการป่วยเป็นโรค PTSD (POST-TRAUMATIC STRESS DISORDER) หรือ อาการความเครียดหลังจากประสบกับเหตุการณ์สะเทือนใจ ภาพในสมรภูมิกลับมาหลอกหลอนเขาอยู่ทุกจังหวะชีวิต ทำให้เขาไม่สามารถเดินหน้ากลับมาเป็นนักเขียนบทละครตลกได้อีกต่อไป เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยา เดฟเน มิลน์ (รับบทโดย มาร์โกต์ ร็อบบี้) จึงได้ตัดสินใจที่จะมีลูกกับเขา เธอหวังจะได้ลูกสาวเพื่อที่โตมาจะได้ไม่จากเธอไปสู่สมรภูมิ แต่พวกเขาทั้งคู่กลับได้ลูกชายเป็นหนูน้อย บิลลี่ มิลน์ (บิลลี่ มูน) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริสโตเฟอร์ โรบิน (รับบทโดย วิล ทิลสตัน)

 

                ด้วยความผิดหวังของเดฟเน และอาการป่วยที่ปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นของอลัน ทำให้พวกเขาเลือกที่จะจ้างพี่เลี้ยง โอลีฟ (รับบทโดย เคลลี แม็คโดนัลด์) มาดูแลบิลลี่ตั้งแต่ยังเป็นทารก แล้วพวกเขาก็ออกแสวงหาความสุขของตนเอง จนโอลีฟเป็นเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของบิลลี แต่วันหนึ่งอลันก็ไม่อาจทนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายได้ เขาและครอบครัวจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ในชนบทที่เงียบสงบ เพื่อหวังว่าเขาจะสามารถกลับมาเขียนงานได้อีกครั้ง แต่มันกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด

 

 

                จนเดฟเนไม่อาจทนอยู่กับชีวิตอย่างนี้ได้ เธอจึงแยกกลับไปใช้ชีวิตในลอนดอน กลับไปใช้ชีวิตในแสงสีของเธอเหมือนเคย และโอลีฟก็ต้องกลับไปดูแลแม่ที่ป่วยหนัก ในบ้านหลังเล็กในชนบทนี้จึงเหลือเพียงสองพ่อลูกที่แสนห่างเหิน อลัน และ บิลลี มูน และเมื่อพวกเขาได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ไปผจญภัยในป่ากว้างด้วยกัน อลันก็ได้ไอเดียสร้างสรรค์หนังสือขึ้นมาเป็นวินนี เดอะ พูห์ที่โด่งดังไปทั่วโลก

 

                ภาพยนตร์ไม่หยุดอยู่แค่นั้น แต่กลับนำเสนอผลกระทบจากความหลงระเริงที่อลันได้พบกับชื่อเสียง เงินตรา และการเห็นว่าตนเองมีประโยชน์และเขาเชื่อว่านี่คือความสุขที่จะมายุติสงคราม แต่ด้วยการใส่บิลลี มูน เข้ามาในหนังสือด้วยชื่อของคริสโตเฟอร์ โรบิน นั่นก็ทำให้เด็กน้อยคนนี้กลายเป็นคนของคนทั้งโลก เขาไม่สามารถมีชีวิตส่วนตัวได้อีกต่อไป จนเมื่ออลันมารู้ตัวทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาถูกทำลาย ราวกับถูกเจ้าหมีที่พวกเขาสร้างกลืนกินไปจนหมดสิ้น

 

 

                Goodbye Christopher Robin มีประเด็นครอบครัว และปมปัญหาที่หนักแน่นและชวนให้เราเจ็บปวดและเศร้าเสียใจอย่างเต็มที่ แต่การนำเสนอกลับเดินเรื่องออกมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ใครที่คาดหวังความหวือหวาอาจจะผิดหวัง ซึ่งหากใครที่กำลังมองหาภาพยนตร์ที่จะชวนให้เราดื่มดำไปกับความรัก ความอบอุ่น ของทั้งงานภาพ เสียง และความสัมพันธ์แล้ว คุณจะต้องหลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่แพ้วินนี เดอะ พูห์อย่างแน่นอน

 

                แม้ว่ามันจะเป็นความรักที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ได้อย่างรวดร้าวก็ตาม...

 

 

Goodbye Christopher Robin

แด่ คริสโตเฟอร์ โรบิน ตำนานวินนี เดอะ พูห์

ฉายแล้ววันนี้ เฉพาะ Paragon Cineplex และ Quartier Cineart

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram