Review : Doctor Strange หมุนจักรวาลมาบรรจบ อีกรสชาติใหม่ของซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

Review : Doctor Strange หมุนจักรวาลมาบรรจบ 
อีกรสชาติใหม่ของซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวล 

 

 

หลังจาก captain america civil war ระเบิดฟอร์มเปิดฉากเฟส 3 ของจักรวาลมาร์เวลได้อย่างสวยงามในช่วงกลางปีที่ผ่านมา คราวนี้ถึงตาของซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่ที่จะมาผนึกพลังพิทักษ์จักรวาลแห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการแนะนำ Doctor Strange ให้แฟนหนังได้รู้จัก สำหรับผลงานชิ้นนี้ยังเป็นการเปิดโลกพาแฟนมาร์เวลเข้าไปสัมผัสมิติใหม่ที่ไม่เคยถูกเล่าขานมาก่อนในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ผ่านมา รวมถึงเป็นหนังที่ประกาศศักดาในด้านความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีการถ่ายทำภาพยนตร์ของมาร์เวลอีกด้วย 

Doctor Strange เป็นเรื่องราวของ ด็อกเตอร์สตีเฟน สเตรนจ์ (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์) ศัลยแพทย์มือหนึ่งที่ภายในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยอีโก้ ความทะเยอะทะยาน มีชื่อเสียงและความสำเร็จเป็นที่ตั้ง จนกระทั่งเหตุการณ์พลิกผันในชีวิตเกิดขึ้น เมื่อเขาต้องประสบอุบัติเหตุแล้วพบว่าร่างกายของเขาไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิทยาการของโลกสมัยใหม่อีกต่อไป โชคชะตานำพาเขาไปค้นพบสถานที่แห่งหนึ่งที่ซึ่งเป็นสำนักฝึกฝนให้เขาได้รู้จักกับศาสตร์ลึกลับที่คุมชะตาของจักรวาลและโลกไว้ โดยมี แอคเชียนวัน เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ ณ สถานที่แห่งนั้น เขาเริ่มรู้ว่า การที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพียงรักษาตัวเองเท่านั้น แต่เป็นการพิทักษ์โลกในอีกมุมที่เราไม่เคยได้สัมผัส รับรู้มาก่อน 

 

 

Doctor Strange เป็นการปูเรื่องให้เราได้รู้จักซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่ ในขณะที่จักรวาลมาร์เวลเข้าสู่เฟสที่ 3 ทำให้คนดูแทบจะไม่ต้องสนใจในความเป็นไปไม่ได้ของโลกที่ตกอยู่ภยันตราย ในขณะที่ Avengers เน้นเล่าเรื่องการเป็นฮีโร่จากวิทยาการวิทยาศาตร์ของฝั่งตะวันตก Doctor Strange กลับพาเราหันเข้าสู่ความเชื่อด้านจิตวิญญาณ โลกอนันต์ จักราและห้วงมิติอันไร้ที่สิ้นสุด เปรียบเสมือนพาเราเดินทางไปยังศาสตร์ทางโลกฝั่งตะวันออก โดยใช้ฉากหลังของจุดเริ่มต้นฉากนี้เป็นสำนักใน กาฐมาณฑุ เนปาล สถานที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความยีึดมั่นว่า ความศรัทธาถักทอเรียงร้อยให้จิตวิญญาณนั้นสามารถทำในสิ่งที่โลกสมัยใหม่พาเราไปไม่ถึง นี่คือสิ่งที่ทำให้ Doctor Strange กลายเป็นอีกรสชาติที่ใหม่มากของหนังซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวลที่เมื่อได้ลิ้มลองแล้วพบว่า มันคือส่วนผสมของแฟนตาซี แอ็คชั่น ปรัชญาได้อย่างลงตัว ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ หนังเรื่องนี้จะเป็นการปรากฎของสิ่งที่คอหนังมาร์เวลหลายคนรอคอยและมันจะสำแดงพลังจนคนดูต้องทึ่งเลยทีเดียว

 

 

สิ่งโดดเด่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในการสัมผัสโลกใหม่ของ Doctor Strange คือวิชวลเอฟเฟ็กต์ที่ก้าวขั้นไปไกลมากของมาร์เวล เป็นการผนึกพลังของสตูดิโอที่ถ่ายทอดงานเทคนิคด้าน  วิชวลเอฟเฟ็กต์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เราจะได้เห็นฉากโชว์งานขั้นเทพตั้งแต่การทะลุเข้าสู่ห้วงจักรวาล การเปิดมิติ หมุนไปมาของโลกที่ตอนแรกใครดูในหนังตัวอย่างแล้วเดาว่ามันต้องเวียนหัวแน่ๆ แต่ปรากฎว่าสิ่งที่เห็นเมื่อดูหนังจริงๆกลับเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจเหมือนการเบิกเนตรไปเสพงานศิลป์ที่เต็มไปด้วยสีสันชวนว้าว  

 

 

ความพิเศษของ Doctor Strange อีกอย่างหนึ่งคือมีฉากขยายกว้างสำหรับจอ IMAX รวมกันเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำให้เราได้สัมผัสงานวิชวลเต็มตา เหมือนได้พุ่งเข้าไปสู่ห้วงมิตินั้นไปกับหมอแปลกเลย งานนี้เรียกได้ว่า ไม่ใช่แค่พาเราไปรู้จักกับตัวละครใหม่ แต่มาร์เวลยังโชว์ศักยภาพให้เราได้เห็นว่า เทคนิคพวกนี้พร้อมแล้วที่จะเอาไปใส่ในหนังใหญ่อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะโปรเจ็กต์ที่หลายคนเฝ้ารออย่าง infinity war

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ กับการมารับบทจอมเวทย์ Doctor Strange เป็นอีกการแสดงที่น่าสนใจมาก เราจะได้เห็นการแสดงที่ถ่ายทอดอารมณ์การสูญเสีย ความสิ้นหวัง และความเย่อหยิ่งจองหอง ของ ดร.สเตรนจ์ แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องราวจะเต็มไปด้วยความเครียดเพราะหนังยังแทรกมุมฮาแบบมาร์เวลสไตล์ให้เราได้อมยิ้ม หัวเราะไปกับมัน และแน่นอนว่า มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เชื่อมโยงจักรวาลแห่งนี้เข้าด้วยกัน โดยส่วนที่สำคัญมาคือ End Credit 2 ตัว ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram