Review :: Beauty and the Beast ที่สุดของตำนานดิสนีย์

รีวิวสดๆ จากหน้าโรง Beauty and the Beast
ที่สุดของตำนานดิสนีย์ ตื่นตาตื่นใจใน IMAX และ 4DX

 

 

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ Beauty and the Beast ผลงานไลฟ์แอ็คชั่นเรื่องล่าสุด ที่ได้เอ็มม่า วัตสัน มารับบทเจ้าหญิง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบมิวสิคัลเต็มตัว หลังจากที่ได้ดูแล้ว ขอบอกเลยว่า นี่คือหนังดิสนีย์เวอร์ชั่นคนแสดงที่สมบูรณ์ที่สุด รวมถึงเล่าเรื่องราวถอดแบบมาจากแอนิเมชั่น และมีมุมมองเพิ่มเติมสร้างมิติให้กับตำนานโฉมงามกับเจ้าชายอสูรให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

 Beauty and the Beast เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเบลล์ หญิงสาวในเมืองเล็กๆของฝรั่งเศส เธอถูกคนในหมู่บ้านมองอย่างประหลาดต่างจากคนอื่นๆ เพราะว่าเธอมีนิสัยชอบเพ้อฝัน หลงใหลในการอ่านหนังสือ และชีวิตเต็มไปด้วยจินตนาการ วันหนึ่งพ่อของเบลล์กำลังเดินทางเข้าเมืองใหญ่ แต่เกิดพลัดหลงเข้าไปในปราสาทของอสูร เธอจึงต้องเข้าไปตามหาพ่อ พรหมลิขิตชักนำให้เธอมาพบกับอสูรและต้องใช้ชีวิตร่วมกับเขา ท่ามกลางบรรยากาศของการปรับตัว ความรักที่จะมาล้างคำสาปได้บังเกิดขึ้น 

 

 

สำหรับบทภาพยนตร์ของ Beauty and the Beast  เกือบ 90% ถอดแบบมาจากฉบับแอนิเมชั่น เล่าเรื่องในรูปแบบมิวสิคัล แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือการเผยให้เห็นหลายมุมมองของตัวละคร  ปูมหลังของเบลล์ ความผูกพันระหว่างเธอกับพ่อ ทัศนคติที่เธอมีต่อโลก ในขณะที่ตัวละครอสูร ก็มีมุมให้เราได้เข้าใจชีวิตที่น่าสงสารนี้ยิ่งขึ้นไปอีก สอดแทรกเรื่องค่านิยมของสังคมที่มองว่า “ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องฉลาด แต่ควรหัดเรียนรู้ในการเป็นแม่บ้านที่ดีมากกว่า” ถึงแม้ว่าจะเพิ่มเรื่องราวเข้ามา แต่ Beauty and the Beast ก็ยังไม่ทิ้งแก่นแท้ของเรื่องที่ว่า “อย่ามองคนด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แต่จงมองให้เห็นความดีงามที่อยู่ในหัวใจ”

 

 

สำหรับการแสดงของ เอ็มม่า วัตสัน ในบทของเจ้าหญิงเบลล์ สร้างความตรึงใจให้กับคนดูตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่อง ไม่ใช่แค่ความสวยแต่ยังสะท้อนให้เห็นความฉลาดที่แฝงอยู่ในแววตาที่ใครหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เธอนี่แหละคือเจ้าหญิงตัวจริง’ และไม่เพียงแค่การแสดงเท่านั้นที่เราจะได้สัมผัส ในเรื่องนี้เอ็มม่า ยังโชว์เสียงร้องเพลงตลอดทั้งเรื่องให้เราได้เคลิบเคลิ้ม ตั้งแต่ซีนเปิดตัว แม้พลังเสียงจะไม่ได้ถึงขั้นนักร้องอาชีพ แต่การร้องของเอ็มม่าทำให้เราเข้าถึงจินตนาการของตัวละครได้อย่างดี 

 

 

บทเพลงของ  Beauty and the Beast  คือส่วนสำคัญที่งดงามมากที่สุดของเรื่องเลยก็ว่าได้ ความไพเราะที่เคยมีในฉบับแอนิเมชั่น เมื่อถูกขับขานใหม่อีกครั้งทำให้ตัวละครที่เคยอยู่ในจินตนาการกลับมามีชีวิต ส่วนของดนตรีประกอบที่ถูกเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ โดยปรมาจารย์ อลัน เมนเคน ผู้เคยทำให้โฉมงาม ได้รับออสก้าร์มาแล้ว กลับมาสร้างชีวิตให้กับเวอร์ชั่นนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมี เซอร์ไพรส์เสียงร้องจาก ซีลิน ดิออน นักร้องคุณภาพระดับโลกที่มาร้องเพลงแต่งใหม่ How Does A Moment Last Forever  เล่นเอาคนดูขนลุกในความทรงพลังไปตามๆกัน สำหรับงานดีไซน์เสื้อผ้าและฉาก ก็ทำออกมาได้อย่างงดงาม เก็บรายละเอียดของทุกสัดส่วนตั้งแต่บ้านเรือนในชนบทไปจนถึงประตู บันได ห้องโถงในปราสาทอสูร ที่ยามมืดมนก็ดูน่ากลัว แต่เมื่อติดไฟใต้แสงเทียนก็งดงามราวกับฝัน 

 

 

ทั้งนี้ Beauty and the Beast ยังมีความพิเศษด้วยการฉายในระบบ IMAX ให้ภาพที่เต็มตากว้างกว่าจอปกติ 26 % กลืนเราเข้าไปสู่ปราสาทเหมือนเราเป็นแขกที่ได้ร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้  เสียงเพลงขับขานกระหึ่มทุกท่วงทำนองด้วยลำโพงยักษ์ ในระบบ4DX ก็จัดเต็มเทคนิคเอฟเฟ็กต์มากมาย ทำให้เราได้สนุกเหมือนได้เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกของดิสนีย์แลนด์เลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากเข้าสู่โลกเทพนิยายของดิสนีย์ สามารถเช็ครอบและจองตั๋วได้แล้วที่ด้านล่างนี้เลย 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram