Review : Bakuman ปลุกความเป็นติ่งมังงะในตัวคุณ !

Bakuman ปลุกความเป็นติ่งมังงะในตัวคุณ ! 

 

 

ตอนเด็กๆ เชื่อว่าหลายคนคงมีโมเมนท์เข้าร้านเช่าหนังสือการ์ตูน หรือแอบร่างตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบไว้ในกระดาษหน้าหลังสมุดเรียน บางคนสามารถหอบหนังสือการ์ตูนเป็นสิบๆเล่มไว้ในกระเป๋าแทนหนังสือเรียนและอ่านมันจบรวดเดียวภายในหนึ่งคืนได้เลย ความทรงจำเกี่ยวกับมังงะ ในวัยเด็กจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ว่าจะเป็นเด็กชายหรือหญิงต่างสามารถสัมผัสมันได้ง่ายๆ ซึ่งมันจะยอดเยี่ยมมาก หากหนังสือการ์ตูนเล่มที่เราเคยอ่านมันถูกนำมาสร้างให้มีชีวิตในรูปแบบอนิเมะ หรือใหญ่ขึ้นไปในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ 

Bakuman  เป็นเรื่องราวของ โมริทากะ มาชิโระ (ทาเครุ ซาโต) และ อากิโตะ ทาคากิ (ริวโนะสุเกะ คามิกิ) สองนักเรียนมัธยมที่มีความมุ่งมั่นอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนที่ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนโชเน็น จัมพ์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดสูงสุดของมังงะญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะว่าโชเน็น จัมพ์ เป็นจุดแจ้งเกิดให้กับการ์ตูนหลายเรื่องก่อนที่จะมีการตีพิมพ์รวมเล่ม บางเรื่องกลายเป็นตำนานถึงทุกวันนี้ได้เลย เช่น  City Hunter,REBORN,Bleach,Death Note,HUNTER × HUNTER,Saint Seiya, Fist of the North Star,Slam Dunk, Dragon Ball, One Piece

 

 

อุปสรรคของชายหนุ่มไฟแรงทั้งสองอยู่ที่ว่าพวกเขาเป็นมือใหม่เอามากๆและไม่เคยวาดการ์ตูนมังงะแบบจริงจังมาก่อน การเริ่มต้นมีทั้งผิดและถูก แต่โชคดีที่เขาได้รับความช่วยเหลือและมิตรภาพจากกองบก.ของจัมพ์ คอยให้คำปรึกษาจนงานเขียนของพวกเขามีพัฒนาการขึ้น ซึ่งความทะเยอทะยานของเจ้าสองวัยรุ่นนี้ถึงขนาดที่จะอยากขึ้นเป็นนักเขียนอันดับ 1 ของจัมพ์ แซงหน้านักเขียนไฟแรงรุ่นเดียวกัน การฟาดฟันด้วยคมปากกา กลิ่นหมึกและลายเส้นดินสอจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีความฝันของอนาคตเป็นเดิมพัน 

ความสนุกของ Bakuman คือการที่เราได้เกาะติดการไล่ตามความฝันแบบจริงจังของ2วัยรุ่น ที่ฝันให้ไกลและตั้งเป้าว่าจะต้องไปให้ถึง ผ่านเส้นทางอุปสรรคและการเรียนรู้มากมาย ซึ่งหนังไม่ได้เล่าในแบบดราม่าหนักหน่วง แต่กลับถ่ายทอดผ่านการแสดงที่ค่อนข้างจะโอเว่อร์แอคติ้ง ซึ่งมันทำให้เราเพลิดเพลินเหมือนนั่งดูอนิเมะในแบบฉบับที่เป็นคนจริงๆ ท่าทางการดีใจจนตัวลอย หรือ ตะโกนด้วยความสุดเสียงมันเป็นสิ่งที่บอกว่า นี่แหละ หนังญี่ปุ่นแบบ Live Action ยิ่งดูการแสดงของทั้งสองหนุ่ม ทาเครุ ซาโตกับริวโนะสุเกะ คามิกิ ยิ่งได้อารมณ์เสมือนว่าพวกเขาหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนจริงๆเลย 

 

 

อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ คือการตัดสลับเรื่องราวด้วยเทคนิคการวาดการ์ตูนที่จะทำให้เราได้สัมผัสลายเส้นแบบเฉียบคมและงานCGที่ผสมผสานลายเส้นแบบการ์ตูนญี่ปุ่น ทำให้หนังมีความเป็นมังงะมากกว่าการดูวัยรุ่นสองคนเดินตามความฝันแบบธรรมดาๆ แถมยังผสมพาร์ทของรักโรแมนติกเล็กๆ ให้เราได้พอชุ่มฉ่ำหัวใจจนจบเรื่อง 

Bakuman ไม่เพียงแต่จะทำให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นของตัวละครแล้ว แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เรากล้าฝัน กล้ามุ่งมั่นแบบนั้นบ้าง ? ซึ่งการได้เห็นลายเส้นมังงะที่คุ้นตาออกมาโลดแล่นบนจอยักษ์ ทำให้เราแอบอมยิ้มเล็กๆ โดยเฉพาะทุกครั้งที่ตัวละครของเรื่องมีการพูดถึงการ์ตูนเล่มที่เราเคยผ่านมาด้วยกันอย่าง สแลมดังก์ หรือ ดราก้อนบอล ทำให้ภาพความทรงจำเก่าๆสมัยเป็นติ่งมังงะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เป็นการเติมไฟฝันเล็กๆให้กับเราได้ดีเหมือนกัน

Bakuman จึงสมกับเป็นหนัง Live Action อีกเรื่องที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีโดยไม่ทิ้งความเป็นมังงะ ในขณะเดียวกันก็ไม่พลาดที่จะให้แก่นแท้ในเรื่องของแรงบันดาลใจให้กับคนดูด้วย 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram