REVIEW : Attack on Titan Part 2 ปิดฉากไททันกับความจริงหลังกำแพง!

Attack on Titan Part II
End of the World

ปิดฉากไททันกับความจริงหลังกำแพง!
BY FEEDMYBRAIN

 

 

Attack on Titan Part II : End of the World สานต่อการผจญภัยเสี่ยงตายของเหล่าทีมสำรวจกับภารกิจการซ่อมกำแพงเพื่อปกป้องมนุษย์จากไททัน ซึ่งครั้งนี้ ภารกิจทวีความเข้มข้นและหนักกว่าเดิม เมื่อสิ่งที่ต้องสู้ไม่ใช่แค่ไททัน ทว่ามันคือ “มนุษย์” สายพันธุ์เดียวกันที่อาศัยอยู่ภายในกำแพงตลอดมา ทุกปริศนาที่เคยกังขาจากภาคแรกจะได้รับการอธิบาย พร้อมด้วยการต่อสู้ที่น่าตื่นตาเมื่อไททันยักษ์ (Colossal) ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง!

แม้โลกในหนังนั้นจะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่แตกต่างจากมังงะอยู่ไม่น้อย ทว่า Attack on Titan Part II : End of the World ยังคงนำ “ไฮไลท์เด็ด” จากมังงะมาต่อยอดและใส่ไว้เป็นไม้ตายในการสร้างความเข้มข้นและความซับซ้อนของเรื่อง กระทุ้งต่อมความมันส์ให้คนดูเป็นระยะๆ และทวีความเข้มข้นถึงขีดสุดเมื่อปริศนาทุกอย่างถูกเปิดเผยในฉากการต่อสู้สุดท้ายที่จะเชื่อมโยงกลับไปสู่เหตุผลของ “การเริ่มต้น” เรื่องราวทั้งหมดด้วย โดยในภาคนี้เราจะได้เห็นการต่อสู้ของ “ไททันมีสมอง” มากขึ้น รวมไปถึงการปรากฏตัวของไททันเกราะที่หมายเข้าสู้กับไททันของเอเรนด้วย ซึ่งถือเป็นจุดที่สร้างความหรรษาและบันเทิงมาก สะใจในทุกหมัดที่ฟาดฟัน แถมด้วยเสียงที่กระหึ่มของระบบ IMAX ช่วยขับความมันส์ในการต่อสู้ออกมาได้มากขึ้นด้วย

 

 

แม้หนังจะมีเส้นเรื่องและความลับบางอย่างที่คนดูพอจะเดาได้ (บวกกับช็อตหลายอย่างที่ตั้งใจทำมาให้คนดูรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น) แต่ต้องยอมรับว่า ประเด็นของการถกเถียงในเรื่องนั้นน่าสนใจมาก ทั้งในแง่ของการต่อสู้กับความกลัวในจิตใจของตัวเอง การอุปมาอุปมัย “กำแพง” กับสิ่งที่ปิดกั้นความจริง สิ่งที่ปิดกั้นอิสระของตนเอง การเป็น “วัวควาย” ที่อยู่ภายในคอกทำตามเจ้าของตลอด หรือจะปลดแอกตนเองและกลายเป็น “หมาป่า” ที่อยู่อย่างทรนง แม้ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องนั้นจะมีเส้นทางความคิดที่ต่างกัน แต่ความสนุกมันก็เกิดขึ้นได้ เมื่อตัวละครเหล่านั้นมาปะทะคารมและเจตนารมณ์ “ทางความคิด” ของพวกเขานั่นเอง พร้อมด้วยการใช้มุมกล้องในการเล่าเรื่องที่ช่วยสร้างบรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจเมื่อตัวละครมาปะทะกันด้วย

การออกแบบไททันนั้นยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของ Attack on Titan Part II : End of the World ที่สามารถสร้างเหล่าไททัน (โดยเฉพาะไททันมีสมอง) ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ ทั้งการใช้สีในการเน้นความสามารถของไททัน หรือการใช้ควันในการเน้นคุณสมบัติของไททันด้วย และไม่ใช่แค่การออกแบบไททันเท่านั้น เพราะงานด้านภาพที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ของตัวละคร หรือฉากการต่อสู้ของเหล่ามนุษย์ก็สวยงาม มีแสงมีทิศทางที่ชัดเจน มีจุดให้เน้นเห็นชัด โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่กำแพงถล่มลงมาเผยภาพที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของเอเรน และมิคาสะนั่นเอง (มีปรากฏในตัวอย่างภาพยนตร์)

 

 

เมื่อมองโดยภาพรวมแล้ว Attack on Titan Part II : End of the World จะลดการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และไททันลงจากภาคแรกค่อนข้างมาก เราแทบจะไม่เห็นการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และไททัน (หน้าประหลาด) เลย แต่จะหันไปโฟกัสที่ “ความคิด” และ “ความจริง” มากขึ้น โดยเราจะได้เห็นการถกเถียงถึงสิ่งที่มนุษย์กำลังทำอยู่ของตัวละครต่างๆ รวมถึงได้รับรู้เบื้องหลังและที่มาของนิสัยใจคอ หรือความคิดความอ่านของแต่ละคนด้วย พร้อมกับฉากการต่อสู้ใหญ่ๆระหว่างคน vs. ไททันยักษ์ (Colossal) ที่นำไปสู่บทสรุปของหนังเรื่องนี้นั่นเอง และเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลง ภาพที่ปรากฏบนจอหลังกำแพงนั้นช่างเป็นของขวัญล้ำค่าที่มีความหมายที่สุดสำหรับตัวละครมากจริงๆ

หนังขมวดปมทุกอย่างไว้ตั้งแต่ภาคแรกและมาสรุปแบไต๋คลี่คลายทุกอย่างให้กระจ่างในภาคนี้ แม้รายละเอียดหลายอย่างอาจจะไม่ถูกใจคอมังงะเท่าไรนัก (เนื่องจากดัดแปลงเนื้อหาค่อนข้างเยอะ และไม่หยิบตัวละครสำคัญมาเท่าไร) ทว่ากับการเป็นหนังเรื่องหนึ่งนั้น Attack on Titan Part II : End of the World ก็สามารถสร้างความบันเทิงของการต่อสู้เลือดสาดกระจายที่มาพร้อมกับการถกเถียงถึงความเป็น “มนุษย์” ให้เราได้ขบคิดและลุ้นไปกับตัวละครและเรื่องราวได้นั่นเอง

 

เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่
http://www.majorcineplex.com/movie/attack-on-titan-part-2

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram