โคตรวิลิศมาหรา!! รีวิว Aladdin ผจญภัยอาหรับราตรี ดิสนีย์เสิร์ฟความบันเทิงขั้นสุด

 

 

ตั้งแต่  Aladdin ถูกประกาศสร้าง ภาพยนตร์ดัดแปลงจากแอนิเมชั่นยอดฮิตระดับอมตะให้กลายเป็นฉบับคนแสดงเรื่องนี้จึงถูกคาดหวังสูงปรี๊ด ประกอบกับการได้ตัวกาย ริชชี่ ผู้กำกับที่มีความโดดเด่นในชิ้นงานทุกงานของตัวเอง ผสมลายเซ็นต์และความบันเทิงในภาพยนตร์ที่เขากำกับทุกเรื่อง ความคาดหวังในตัวภาพยนตร์นี้จึงเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ แต่กระแสกลับพุ่งตกลงเมื่อประกาศตัวนักแสดง ทั้งตัว Mena Massoud ที่จะมารับบท อะลาดิน และตัว Will Smith กับบท จีนี่ แต่ทุกความคิดด้านลบหายไปในทันทีที่ภาพยนตร์เริ่มฉาย

 

 

                ทุกคนรู้เรื่องราวของ Aladdin กันมาพอสมควรอยู่แล้ว เรื่องราวความรักระหว่างหัวขโมยกับเจ้าหญิงผู้ไร้อิสรภาพ ผสมปนเปกับความมหัศจรรย์ของยักษ์ในตะเกียง ที่สามารถดลบันดาลพรใด ๆ ก็ได้ 3 ประการ ภาพยนตร์ Aladdin ฉบับคนแสดงเปิดเรื่องแนะนำตัวด้วยเพลงต้อนรับเข้าสู่เรื่องราวของ อาหรับราตรี เรียกได้ว่าเป็นการเปิดเรื่องด้วยเสียงร้องของวิล สมิธได้น่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าหลังจากนั้นเนื้อเรื่องช่วงแรกจะเครื่องติดช้าไปเสียหน่อย แต่เมื่อจีนี่ ถูกเรียกออกมาจากตะเกียงวิเศษ มันก็เหมือนกับอะลาดินเรียกเอาความสนุกสนานออกมาด้วย เพราะหลังจากนั้นคือความบันเทิงที่พากราฟความสนุกของภาพยนตร์พุ่งสูงไปได้จนจบเรื่อง

 

                เรื่องราวของ Aladdin ในฉบับคนแสดงนี้แทบจะถอดแบบมาจาก Animation แบบไม่ผิดเพี้ยน แต่ที่มากกว่านั้นคือการเสริมเติมแต่งมุกตลกที่ถูกที่ถูกทาง และลีลาการถ่ายทำที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับกาย ริชชี่ เข้าไปทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไปได้ไกลมากกว่าแอนิเมชั่นที่เราคุ้นเคยกัน ในมุมของเราแล้วนี่ไม่ใช่การดัดแปลงอะลาดินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาอะลาดินที่เรารู้จักให้กลมกล่อมและบันเทิงมากยิ่งขึ้น บันเทิงชนิดที่หลายจังหวะเราหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังแบบไม่รู้ตัว

 

 

                การแสดงของ Mena Massoud ในบท อะลาดิน ได้พาเอาเสน่ห์ของโจรลักเล็กขโมยน้อยมาได้อย่างน่าเอ็นดู ชวนให้เอาใจช่วยและน่ารักกว่าที่เราคาดเอาไว้  ส่วน Naomi Scott ในบทของเจ้าหญิงจัสมิน อาจจะไม่ได้แข็งกร้าวดูแสบสันเหมือนใน Animation เธอเพิ่มเติมความอ่อนหวาน แต่ซ่อนความแข็งแกร่งไว้ภายใน ชูประเด็นความเท่าเทียมทางเพศของเพศหญิงได้เด่นชัดเข้ากับยุคสมัย เสน่ห์ความงดงามของเธอมาเต็มและเคมีระหว่างนักแสดงพระนางทั้งสองคนเหมาะสมพอดิบพอดี บวกกับความน่ารักของเจ้าพรมและเจ้าจ๋อ อาบู ทุกอย่างยิ่งสมบูรณ์ขึ้นเมื่อ วิล สมิธ ในบท Genie เข้าฉาก

 

                ใครที่ตั้งแง่กับวิล สมิธ ในบท จีนี่ เอาไว้ก่อนได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะไม่ขอให้คุณลดความผิดหวังนั้นลง แต่เข้าไปชมด้วยความรู้สึกนั้น เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้ วิล สมิธ คือส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ Aladdin ฉบับคนแสดงของปี 2019 นี้มีรสมีชาติขึ้นอย่างสมบูรณ์ มุกตลกและการแสดงถอดแบบมาจากแอนิเมชั่น ผสมกับลีลาการแสดงของวิล สมิธ และฝีมือการกำกับของกาย ริชชี่ ทำให้บทของจีนี่ ที่แสดงโดยเขาคนนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น และแตกต่างไปจากโรบิน วิลเลี่ยม แต่เป็นการแตกต่างในทางที่ดี ซึ่งเมื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ คุณจะลืมความผิดหวังที่มีต่อตัวเขาก่อนจะได้ชมภาพยนตร์ไปหมดสิ้นแน่นอน

 

 

                คอสตูมและเทคนิคพิเศษของภาพยนตร์ก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะทีมงานเล่นใหญ่จัดเต็ม นำเสนอความอลังการผสมผสานความเป็นอาราเบียนให้วิจิตรและยิ่งใหญ่สมความคาดหวัง แต่ที่มากกว่านั้นก็คือการเสริมความเป็นบอลลีวู้ดเข้าไปได้พอเหมาะพอเจาะ กลายเป็นเสน่ห์ที่พาภาพยนตร์เรื่องนี้ไปไกลกว่าฉบับแอนิเมชั่น อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเพลงประกอบภาพยนตร์ เรียกได้ว่ามาครบทุกเพลง เสริมเพิ่มเพลงใหม่ พร้อมดัดแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้มันทันสมัยมากยิ่งขึ้น คอเพลงดิสนีย์ฟินชัวร์

 

 

                สุดท้ายนี้ จุดหนึ่งที่เราคิดว่าน่าจะถูกเล่ามากกว่านี้ก็คือ ตัวละครของ จาฟาร์ ที่แสดงโดย Marwan Kenzari เขาสามารถแสดงความเป็นจาฟาร์ที่ถอดแบบมาจากแอนิเมชั่นได้อย่างดีแล้ว แต่ก็ไม่ได้มากกว่านั้น ทำให้บางจังหวะเราขาดความเชื่อถือที่หนักแน่นมากพอสำหรับแรงจูงใจของเขา อย่างไรก็ตาม Aladdin ฉบับคนแสดงในปี 2019 นี้เนรมิตเทพนิยายสุดคลาสสิคของดิสนีย์ออกมาโลดแล่นได้อย่างสดใหม่และยิ่งใหญ่ เป็นอีกหนึ่งผลงานชั้นเยี่ยมที่แฟนดิสนีย์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram