REVIEW : แสงกระสือ ดำดิ่งสู่ห้วงลึกหัวใจและไส้ของกระสือ

กระสือ เป็นอีกผีไทยสุดโด่งดังที่มีการนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์และละคร ซึ่งก่อนหน้านี้เรามักจะพบในรูปแบบของความสยองขวัญ แต่เรื่องราวที่นำเสนอใหม่ในปี 2019 ในชื่อหนัง แสงกระสือ อาจจะกลายเป็นการลบความคิดเดิมและภาพความสยองออกจากหัวคนดูชาวไทยไปเลยก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องราวความเชื่อแบบไทยๆมีมิติแง่มุมให้นำเสนอได้มากกว่าหนังวิ่งหนีผีทั่วไป

แสงกระสือ เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคสงครามที่ชนบทห่างไกลจากพระนคร สาย หญิงสาวแรกรุ่นพบว่าร่างกายของเธอมีสิ่งผิดปกติ ในขณะที่ชาวบ้านร่ำลือกันว่าในหมู่บ้านมีกระสือออกอาละวาดมาขโมยกินไก่ วัว ควาย สร้างความหวาดผวาไปทั่ว ในขณะที่สายเริ่มจะรู้ตัวว่าเหตุประหลาดในวัยเด็กส่งผลให้เธอกลายเป็นทายาทกระสือ การหาคำตอบเพื่อรักษาอาการประหลาดจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีน้อย เพื่อนชายหนุ่มของเธอที่ล่วงรู้ความลับนี้ช่วยกันหาทางรักษาก่อนที่กองล่ากระสือจะตามหาเธอพบ 

บทภาพยนตร์ของแสงกระสือ ถือเป็นการตีความหนังกระสือในทิศทางใหม่ หนังพาเราสำรวจความเชื่อเรื่องกระสือแบบไทยๆ จนล่วงเข้าไปถึงจิตใจของผู้ที่ได้รับเชื้อกระสือว่ามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร จิตใจและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมเป็นอย่างไร ทำให้เราได้เห็นความเป็นกระสือที่ครบทุกมุมมากขึ้นกว่าความสยอง เกี่ยวโยงไปถึงเรื่องของตำนานผีกระหังที่มักมาคู่กัน

นอกจากนี้ตัวบทของแสงกระสือยังทำให้เรามองได้อีกว่าเป็นหนังเปรียบประเด็นของผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นโรคร้ายในปัจจุบันที่รักษาไม่หายและทำได้เพียงแต่ทานยาเพื่อควบคุมอาการกำเริบของเชื้อเท่านั้น ความเข้าใจและการยอมรับของคนในสังคมเป็นสิ่งสำคัญ แม้โทนเรื่องจะเล่าแบบเรื่อยๆ แต่มีหลายจังหวะที่หนังสร้างบรรยากาศความสยองได้ค่อนข้างดี การผูกโยงเรื่องและวางปมไว้ทั้งเรื่องทำได้อย่างน่าสนใจ 

บทกระสือสาย แสดงโดย มินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร นักแสดงสาวรุ่นใหม่ที่ถ่ายทอดความเป็นกระสือให้คนดูได้เข้าถึงได้อย่างง่ายดาย เธอแสดงความเป็นหญิงสาวแรกรุ่นที่กำลังสับสน กังวลกับสิ่งผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้น การพยายามปิดบังเรื่องราว ความหวาดกลัว ไปจนถึงความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจที่ตัวเองต้องตกเป็นผู้มีชะตากรรมสุดโชคร้ายนี้

ในขณะที่บทของเจิด (เกรท สพล อัศวมั่นคง) ก็นำเสนอมุมของชายผู้แอบรักสาย ทำทุกวิถีทางเพื่อให้หญิงสาวเหลียวแลทั้งที่รู้ว่าสาย อาจจะมีใจให้กับ น้อย (โอบ นิธิ วิวรรธนวรางค์) เพื่อนในวัยเด็กที่พยายามรักษาให้สายหายจากการเป็นกระสือ ทำให้แสงกระสือ กลายเป็นอีกตำนานบทรักที่ทั้ง 3 นักแสดงถ่ายทอดความเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม

งานภาพและงานสร้าง เป็นอีกองค์ประกอบหลักของแสงกระสือ ที่ถือได้ว่าทำออกมาแบบพิถีพิถันมาก การเลือกใช้โทนสีในแต่ละฉากทำให้ได้อารมณ์และบรรยากาศต่างกันทั้งความน่ากลัว ความงดงาม ความซาบซึ้ง เรียงร้อยเป็นเรื่องราวได้อย่างราบรื่น งาน CG ที่มาไม่มากไปน้อยไป ตัวกระสือดีไซน์ออกมาได้อย่างน่าหวาดผวาและให้ความรู้สึกเป็นสัตว์ประหลาดมากกว่าการเป็นผีชั่วร้าย สะท้อนความตั้งใจของทีมงานได้เป็นอย่างดี 

โดยรวมแสงกระสือ เป็นภาพยนตร์ไทยที่น่าสนับสนุนทั้งเรื่องราวมีมิตินำเสนอที่แตกต่างจากหนังสยองขวัญทั่วไป การแสดงที่ดีและงานโปรดักชั่นที่ใส่ใจ จนผู้ชมรอบสื่อหลายคนยกย่องว่า แสงกระสือ คือหนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบหลายปี แต่จะเป็นอย่างไรอย่าพลาดไปสัมผัสด้วยตาและหัวใจของคุณเองในโรงภาพยนตร์ 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram