REVIEW : 10 Cloverfield Lane ความไม่รู้จะช่วยให้สนุกถึงสุดยอด! [ไม่สปอยล์]

10 Cloverfield Lane
ความไม่รู้จะช่วยให้สนุกถึงสุดยอด! 

BY FEEDMYBRAIN

 

คำเตือน : ก่อนดูเรื่องนี้ จงรู้ให้น้อยที่สุด เพื่ออรรถรสในการรับชม

 

 

แม้จะไม่ได้กำกับ แต่ขึ้นชื่อว่า เจ.เจ. อับรามส์ เป็นคนโปรดิวซ์ให้ ก็ควรค่าแก่การเข้าไปชมแล้ว เพราะผู้ชายคนนี้ คอหนังสามารถเชื่อถือในสไตล์และสายตาอันแหลมคมในการควานหาเรื่องราวสุดแหวกได้อย่างแน่นอน และบอกตรงๆเลยว่าไม่ผิดหวัง แถมยังรู้สึกคุ้มค่าคุ้มอารมณ์ และเสียดายที่หนังจบเร็วไปด้วยซ้ำ!

10 Cloverfield Lane 10 โคลเวอร์ฟิลด์ เลน ภาพยนตร์ไซไฟสยองขวัญเป็นผลงานการกำกับของ แดน แทคเทรนเบิร์ก ว่าด้วยเรื่องราวของ มิเชลล์ หญิงสาวที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อเธอตื่นขึ้นมากลับพบว่าถูกขังอยู่ใต้ดินโดยชายแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่ชายคนนั้นกลับบอกเธอว่า เขาเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ ท่ามกลางความสับสน เธอต้องอาศัยอยู่ร่วมกับชายแปลกหน้าถึง 2 คน เพื่อเอาตัวรอดจากโลกภายนอกที่ชายแปลกหน้าเตือนเธอว่า มันเต็มไปด้วยอันตรายที่คร่าชีวิตทุกคน!

ต้องชื่นชมผู้กำกับ แดน แทคเทรนเบิร์ก เป็นอย่างมากในการวางทิศทางการเดินเรื่องของหนัง เพราะ 10 Cloverfield Lane เป็นหนังที่ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรเลยก็ได้ แล้วเข้าไปดูจะยิ่งสนุกมากกว่าการรู้อะไรซะอีก หนังสร้างตัวละครให้เหมือนกับคนดูคือ รู้ทุกอย่างเป็นศูนย์ พร้อมกับให้เราตามติดการไขปริศนาความลึกลับของเรื่องราวไปพร้อมกัน และทุกขณะที่ความจริงค่อยๆเปิดเผยนั้น เรา (และตัวละคร) ก็ต้องมานั่งคิดกันอีกว่า มันจริงหรือหลอกกันแน่?! กลายเป็นการต่อสู้ทางจิตวิทยาขนาดย่อมภายใต้พื้นที่สุดคับแคบ สร้างทั้งความอึดอัดและบรรยากาศสุดไม่น่าไว้วางใจให้เราได้ขนลุก เสียวสันหลังกันตลอดทั้งเรื่อง ราวกับอันตรายอยู่รอบด้าน เราไม่สามารถไว้วางใจใครได้เลย ไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่คิดว่าเรารู้จักหรือจะเป็นบรรยากาศภายนอก ทุกอย่างมันช่างลึกลับ และยากที่จะคาดเดามากจริงๆ

 

 

แม้ช่วงแรกของ 10 Cloverfield Lane จะมีจังหวะที่ช้า อืดหน่อยๆ เพราะค่อยๆปูพื้นเพิ่มปริศนาและคำใบ้ให้กับสถานการณ์และตัวละคร แต่ต้องยอมรับว่าระหว่างทางของการปูพื้นนั้น ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนา การถ่ายทอดความรู้สึกสงสัยของตัวละคร หรือแม้แต่บรรยากาศวังเวงรอบข้างมันช่างเป็นองค์ประกอบที่เปี่ยมคุณภาพมาก เพราะมันทำให้เราสัมผัสได้ถึง “อันตราย” ที่มองไม่เห็น และยิ่งเรื่องราวเปิดเผยมากยิ่งขึ้น เราก็จะเห็นว่ามันมี “อะไร” อีกมากที่ถูกซ่อนเอาไว้ และประเด็นที่ตัวละครพูดคุยกันนั้น ก็ยังเป็นการให้เราได้เรียนรู้ตัวละคร พร้อมกับบอกเป็นนัยว่า ตัวละครจะพัฒนาต่อไปในทิศทางใดด้วย ซึ่งพอมันไปขมวดรวมกับช่วงสุดท้าย ทุกอย่างเลยเยี่ยมยอดและเกิดเป็นโมเมนต์ที่รู้สึกยิ่งใหญ่และเต็มอารมณ์ทันที

ขอพูดถึงช่วงสุดท้ายหน่อยดีกว่า เพราะมันเป็นช่วงที่เต็มไปด้วย “ความระทึก” สุดขีด! หนังหยิบเอาเมล็ดที่หว่านไปช่วงก่อนหน้ามาปลูกเป็นต้นที่แผ่พลังได้อย่างสมบูรณ์ เป็น 15 นาทีสุดท้ายที่อัดแน่นความระทึกจนเข้าขั้นสยองขวัญ จัดเต็มฉากเสียวหัวใจ ลุ้นให้กับการเอาชีวิตรอดของตัวละครมาก จังหวะของฉากทำให้เราจิกเบาะ หายใจติดขัด อ้าปากค้าง ถ้ากรี๊ดได้คงกรี๊ดดังๆหนึ่งที จะได้สบายตัวสบายหัวเลย คุ้มค่ากับการนั่งดูการปูเรื่องมาตั้งแต่ตอนแรก ที่ว่าก็มีกระตุกและสะดุ้งระหว่างทางแล้วพอฉากปิดจบยิ่งอลังการความมันส์ขึ้นไปอีกด้วย

 

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องยกย่องอย่างมากใน 10 Cloverfield Lane ก็คือ การแสดงของ แมรี่ อลิซาเบ็ธ วินสตีด นักแสดงนำของเรื่องผู้รับบท มิเชลล์ ที่เอาอยู่ในทุกๆฉาก สายตาของนางไม่ไว้วางใจใครทั้งสิ้น นางเป็นตัวละครที่สตรองมากและโหดขิงๆ ซึ่งความดื้อรั้น ความไม่ไว้วางใจใครเนี่ยแหละ พอไปปะทะกับตัวละครอื่นที่ก็เจ๋งพอกันอย่าง ฮาเวิร์ด ตัวละครของ จอห์น กู๊ดแมน ยิ่งทำให้เรื่องนี้ทวีความมันส์ในการไล่ล่าหาความจริงมากขึ้น สมทบด้วย จอห์น กัลลาเกอร์ จูเนียร์ ในบทบาทชายแปลกหน้าอีก 1 คนที่จะเป็นตัวแปรสำคัญ จุดประกายให้เรื่องราวยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก บอกเลยว่า การอาศัยอยู่ด้วยกันใต้พื้นดินครั้งนี้มันช่างหฤหรรษ์และสนุกกว่าที่เคย!

 

มองภายนอก 10 Cloverfield Lane อาจเป็นหนังสเกลเล็กที่ใช้ทุนสร้างไม่สูงมากนัก แต่อยากบอกตรงนี้จริงๆเลยว่า ทุนสร้างไม่ใช่ปัญหา เพราะตัวหนังให้อารมณ์ได้ครบถ้วนอย่างยิ่งยวด ใส่ความเป็นไซไฟ – ระทึกขวัญ ได้ถึงจุดสุดยอด ไม่ได้ดูหนังสเกลเล็กที่ให้ความสนุกได้ถึงอารมณ์ขนาดนี้มานานมากแล้ว! อยากแนะนำให้ไปดูจริงๆ :)

10 Cloverfield Lane ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram