ย้อนสู่ มิดเดิลเอิร์ธ 7 ความลับซ่อนเร้นของอำนาจแห่งแหวน ใน The Lord of the Ring

 

ผู้เป็นนายเท่านั้นที่จะได้สัมผัส 7 อำนาจแห่งแหวนที่ไม่ได้บอกไว้ใน The Lord of the Ring

 

                มหากาพย์แฟนตาซีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ The Lord of the Ring แม้ว่าภาคสุดท้ายจะจบตำนานลงมายาวนาน ก่อนจะมาสานต่อย้อนเวลากลับไปเล่าเรื่องราวก่อนหน้านั้นใน The Hobbit แล้วก็ตาม แต่เรื่องราวของมหากาพย์ตำนานการผจญภัยแห่งมิดเดิลเอิร์ธก็ยังคงถูกเล่าขาน และยังคงมนต์ขลังมาได้จนถึงปัจจุบัน หนึ่งในสิ่งที่เป็นปริศนาที่สุดของเรื่องก็คงหนีไม่พ้น “แหวน” จุดกำเนิดของเรื่องราวผจญภัยทั้งมวล แต่คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่ารู้จักแหวนวงนี้ดี เพราะมันอาจจะไม่ได้มีพลังอำนาจแค่ที่คุณได้เห็นเท่านั้น

 

                อำนาจของแหวน นั้นยังไม่เคยถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนว่าทั้งหมดทั้งมวลแล้วมันสามารถทำอะไรได้บ้าง แม้กระทั่งตัวผู้เขียน J.R.R. Tolkien เองก็ไม่เคยเขียนอย่างละเอียด แต่เขาได้ซ่อนเอาไว้ทีละนิดทีละหน่อยในภาพยนตร์, หนังสือ โดยเฉพาะหนังสือเล่มที่ชื่อว่า The Silmarillion รวมไปถึงบรรดาจดหมายที่เขาเขียนขึ้น ทั้งหมดนั้นช่วยให้เราสามารถสรุปพลังอำนาจของแหวนได้ออกมา ดังนี้...

 

1. อำนาจที่ทำให้ผู้ครอบครองมีอายุยืนยาว

 

                หนึ่งในอำนาจที่สำคัญที่สุดของแหวนวงนี้ก็คือ การชะลอความแก่ชราของผู้ครอบครอง หรือแทบจะทำให้อายุของผู้ครอบครองหยุดนิ่ง สังเกตได้จากการที่บิลโบ มีอายุยืนยาวถึง 111 ปี และกอลลัมที่มีอายุยาวนานถึง 500 ปี อำนาจนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อแหวนถูกทำลาย หรือผู้ครอบครองถูกเปลี่ยนมือ อย่างที่เห็นได้ในตอนเริ่มต้นไตรภาคของ The Lord of the Ring บิลโบได้มอบแหวนส่งต่อให้กับโฟรโด ทำให้เขากลับมามีรูปลักษณ์เท่ากับอายุจริงอีกครั้ง

               

2. อำนาจที่มากกว่าการล่องหน

 

                อีกหนึ่งอำนาจที่ทุกคนเห็นอย่างชัดเจนในภาพยนตร์ก็คือ ผู้ที่สวมแหวนนี้จะสามารถล่องหนได้ แต่ถ้าเราบอกว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นมากกว่านั้นล่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นแหวนเอกทั้งที อำนาจของมันมากกว่าจะทำให้ผู้สวมใส่ล่องหนได้ แต่ทำให้เขา ‘หายไป’ อย่างไร้ร่องรอย อธิบายให้ชัดเจนก็คือมันสามารถทำให้ผู้สวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกอื่น ซึ่งเป็นคนละโลกกับโลกจริง ทำให้ไม่มีใครหรืออะไรก็ตามสามารถมองเห็นเขาได้ในโลกจริง

 

3. แหวนได้พากอลลัมมายัง Misty Mountains

 

                ในตอนเริ่มต้นของภาค The Return of the King เราจะได้เห็นการได้มาซึ่งแหวนของกอลลัม หรือที่มันมีชื่อว่า สมีกอล มันได้ออกไปตกปลากับลูกพี่ลูกน้อง เดียกอล ในตอนที่เดียกอลได้ค้นพบแหวนที่ใต้แม่น้ำนั้นเอง เจ้าสมีกอลก็ได้สังหารลูกพี่ลูกน้องของมันเสีย แล้วยึดครองแหวนที่มันตกหลุมพรางในความงดงามของพลัง และด้วยอำนาจของแหวนที่มันต้องการจะกลับไปหาเจ้านายที่แท้จริงอยู่เสมอนั้น มันได้ปฏิเสธการถือครองของสมีกอล และชักพาให้สมีกอลพามันไปยัง Misty Mountains ดินแดนใกล้กับป่าเมิร์กวู้ด อันเป็นที่สถิตของเซารอนนั่นเอง

 

4. สามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามผู้สวม

 

                อำนาจนี้ถูกเปิดเผยในภาค The Fellowship of the Ring ในฉากที่แกนดาล์ฟกำลังค้นคว้าเกี่ยวกับความเป็นมาของแหวนเอก เขาก็ได้พบกับเรื่องราวของ อิซิลดูร์ กษัตริย์แห่งอาณาจักรกอนกอร์ และอาร์นอร์ ผู้เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ครอบครองแหวนเอก โดยในภาพยนตร์นั้นได้เล่าเนื้อหาส่วนนี้ย้อนหลังกลับไป ทำให้เราได้เห็นฉากที่แหวนปรับขนาดของตัวเองมาให้เหมาะสมกับอิซิลดูร์เมื่ออยู่ในมือของเขา

 

5. ภาษาที่สลักอยู่ในแหวน แท้จริงแล้วไม่ใช่ภาษาเอลฟ์

 

One Ring to rule them all, One Ring to find them,

One Ring to bring them all and in the darkness bind them.

(วงเดียวเพื่อครองพิภพ วงเดียวเพื่อค้นพบจบหล้า

วงเดียวเพื่อสาปสิ้นทุกวิญญาณ์ พันธนาไว้ในความมืดมน)

 

แฟน ๆ ของภาพยนตร์และนิยายเรื่องนี้คงจะจำประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี มันคือประโยคที่ถูกสลักเอาไว้บนแหวนเอก หากดูอย่างผิวเผินแล้วมันคือตัวอักษรของเผ่าเอลฟ์ แต่จริง ๆ แล้วมันคือภาษาที่ชื่อว่า Black Speech ซึ่งเป็นภาษาที่เซารอนเป็นคนคิดค้นขึ้น โดยใช้อักขระของชาวเอลฟ์ในการสลักเพื่อเป็นการปกปิด

 

6. เป็นเสมือนบัตรผ่านสู่ดินแดนผู้เป็นอมตะ

 

                ในไตรภาคของ The Lord of the Ring มีผู้ที่สามารถครอบครองแหวนเอกได้ถึงเจ็ดชีวิตด้วยกัน ได้แก่ โฟรโด, บิลโบ, แซม, กอลลัม, เดียกอล, เซารอน และ อิซิลดูร์ แต่สี่ในสามนั้นเสียชีวิตหลังจากครอบครองแหวน ทำให้เหลือเพียงแค่เหล่าฮอบบิททั้งสามคนเท่านั้นที่รอดชีวิต และสามารถทำลายแหวนลงได้ แต่การเดินทางไปยังดินแดนอมตะนั้นไม่ใช่อำนาจของแหวน แต่เหล่าเอลฟ์ได้เห็นถึงความพยายามและความทุ่มเทที่สามารถทำลายแหวนลงได้ จึงอนุญาตให้พวกเขาเป็นเพียง 3 ชีวิตที่ไม่ได้เป็นอมตะ สามารถเดินทางเข้าสู่ดินแดนอมตะของพวกเอลฟ์ได้

 

7. มันสามารถเปลี่ยนแปลงความจริงได้

 

                นอกเหนือจากที่กล่าวไปทั้งหมดแล้ว อีกหนึ่งอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดของแหวนเอกก็คือ การสามารถบิดเบือนความจริง สร้างภาพลวงตาและเปลี่ยนแปลงความจริงได้ อย่างที่ปรากฎในหนังสือ ในช่วงที่โฟรโดเดินทางไปยัง Cirith Ungol และต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอ็อค สิ่งที่แหวนทำให้พวกอ็อคเห็นนั้นไม่ใช่ฮอบบิทตัวจ้อย แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่พวกมันหวาดกลัว ถือดาบพร้อมกับเปล่งแสงที่ทำให้พวกมันเจ็บปวด จนทำให้พวกมันทนไม่ได้ต้องหลบหนีไป

 

                เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องราวทั้ง 7 ของแหวนเอก แหวนที่ทำให้เกิดสงครามมหากาพย์แห่งมิดเดิลเอิร์ธ อย่างไรก็ตามภาพยนตร์ของตำนานเรื่องนี้ก็ได้จบสมบูรณ์ลงไปแล้วใน The Lord of the Ring และ The Hobbit ทั้ง 3 ภาค แต่เราเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องราวของมิดเดิลเอิร์ธยังคงมีอีกมากมายที่สามารถทำมาเล่าขานได้ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าในอนาคตจะมีผู้สร้างหนังคนไหนหยิบเรื่องราวใดมาโลดแล่นให้เราได้ชมกันอีก

 

Source : Looper.com

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram