เหตุที่ แองเจลลีน่า โจลี่ ห่างหายไปจากจอหนัง..ก่อนกลับมาสยายปีก Maleficent2

 

มรสุมรุมเร้า เหตุผลเบื้องหลังการหายไปจากวงการของแองเจลลีน่า โจลี่

 

                แองเจลีน่า โจลี่ หนึ่งในดาวค้างฟ้าที่แทบไม่มีใครไม่รู้จัก ในยุคหนึ่งเราได้ดูผลงานการแสดงของเธอมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นอย่าง Salt, Mr. & Mrs. Smith, Tomb Raider หรือภาพยนตร์ที่กลายเป็นไอคอนหลักประจำตัวเธอในระยะหลังอย่าง Maleficent ภาพยนตร์ดัดแปลงเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา เลือกเล่าในมุมของวายร้ายที่ทรงพลังที่สุดของดิสนีย์ แต่หลังจากนั้นเราก็แทบไม่เห็นเธอปรากฎตัวแสดงภาพยนตร์เรื่องไหนอีกเลย อะไรคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการหายไปจากหน้าจอภาพยนตร์ของซูเปอร์สตาร์คนนี้

 

                1.มีเพียง Maleficent เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ

                หลังจากหายหน้าหายตาไปจากการแสดงภาพยนตร์ ในปี 2014 แองเจลีน่า โจลี่ได้กลับมาในบทบาทของนางฟ้าปีศาจ มาลีฟิเซนต์ ภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า $758 ล้าน นอกจากนี้แล้วยังได้รับคำวิจารณ์ในแง่การแสดงของเธอในแง่บวก โดดเด่นกว่าตัวภาพยนตร์ แต่นี่ก็เป็นเพียงภาพยนตร์เรื่องเดียวที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ของตัวแองเจลีน่า โจลี่เอง

 

                2.เธอหันไปเอาดีทางด้านการกำกับภาพยนตร์

                แม้ แองเจลีน่า โจลี่ จะหายหน้าหายตาไปจากการแสดง แต่เธอยังคงวนเวียนอยู่ในวงการภาพยนตร์ โดยอยู่ในรูปแบบของการกำกับ เธอเริ่มต้นกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 2011 กับเรื่อง In the Land of Blood and Honey แถมยังเขียนบทด้วยตัวเองอีกด้วย แต่นั่นไม่ได้สร้างความสำเร็จอย่างเป็นเอกฉันท์ ทั้งในแง่ของคำวิจาร์ณที่แตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งกล่าวว่าเธอได้สร้างบรรยากาศที่ทรงพลัง ในขณะที่อีกฝ่ายบอกว่าเธอแต่งเติมเรื่องราวเกินจริง แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมได้ แต่ก็ล้มเหลวในด้านรายได้อย่างสิ้นเชิง

                แต่นั่นไม่ทำให้เธอยอมแพ้ แองเจลีน่า โจลี่กลับมาอีกครั้งในการกำกับภาพยนตร์ที่พัฒนาฝีมือของเธอมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น Unbroken หรือ First they killed my father

 

                3.เธอจมอยู่กับความกลัวเรื่องปัญหาสุขภาพ

                เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา แองเจลีน่า โจลี่ ได้ออกมาเปิดเผยว่าเธอตัดสินใจตัดเต้านมของเธอทิ้ง เพราะหมอบอกว่าเธอมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม 2 ปีหลังจากนั้นหมอของเธอวินิจฉัยว่าเธอมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นมะเร็งรังไข่ นั่นทำให้เธอตัดสินใจอีกครั้งที่ตัดรังไข่และท่อนำไข่ของเธอออกไป แต่นั่นยังไม่จบ ในปี 2017 ที่ผ่านมาเธอเปิดเผยกับ Vanity Fair ว่าเธอได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรงอัมพาตใบหน้าและความดันโลหิตสูง

                โดยแองเจลีน่า โจลี่ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “จริง ๆ แล้วฉันรู้สึกเป็นผู้หญิงมากกว่าเดิมนะคะ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นการตัดสินใจในตัวเลือกที่ชาญฉลาดแล้ว และฉันเลือกครอบครัวเป็นอันดับแรก ฉันเอาจริงเอาจังกับชีวิตของตัวเองและสุขภาพของตัวเอง ฉันคิดว่านี่ล่ะคือการทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์”

 

                4.เธออยู่ท่ามกลางดราม่าการฟ้องหย่า

                หนึ่งในคู่รักที่ทั่วโลกรู้จักดีคงหนีไม่พ้น แองเจลีน่า โจลี่ และ แบรต พิตต์ หลังจากความหวานชื่นในชีวิตคู่ พวกเขาตกลงปลงใจแต่งงานกันไปในปี 2014 หลังจากนั้นก็รับเลี้ยงเด็กกว่า 6 คน แต่ไม่มีครอบครัวไหนที่ไม่มีปัญหา ชีวิตรักของทั้งคู่ถูกรายงานว่าสิ้นสุดลงที่การแยกทาง แม้จะมีข่าวลือว่าเหตุผลคือการทะลุกระทบกระทั่งกันอย่างต่อเนื่องของแบรต พิตต์กับลูกชายคนโต แมดด็อกซ์ แต่แองเจลีน่า โจลี่ก็ได้เปิดเผยกับนักข่าวในภายหลังว่า มันเป็นเพราะปัญหาทางสุขภาพของเธอและการเสียชีวิตของแม่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวตึงเครียด

                “ไม่มีอะไรที่ง่ายเลย มันยากมาก ๆ เป็นสถานการณ์ที่เจ็บปวดมาก และฉันอยากจะให้ครอบครัวของเราเป็นไปได้ด้วยดี...พวกเขาจะต้องดีขึ้น” เธอให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ในปี 2017

 

                5.เธอยุ่งอยู่กับการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวให้ลูกๆ

                ต่อเนื่องจากปัญหาการหย่าร้าง มันไม่ได้สร้างผลกระทบแค่กับตัวเธอเอง แต่มันมีผลกระทบกับทั้งครอบครัว เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับบรรดาลูก ๆ ที่เธอรับเลี้ยงดูพวกเขามา เธอเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อพวกเขากับ The New York Times ว่า “ลูก ๆ มีส่วนช่วยฉันอย่างมากเลยค่ะ พวกเรารวมกันเป็นหนึ่งจริง ๆ พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยมี แล้วก็ไม่เคยมีใครในชีวิตของฉันเข้าใจฉันได้เท่าพวกเขา”

 

                6.เธอเดินหน้าเคลื่อนไหวเพื่อการกุศล

                แองเจลีน่า โจลี่ ได้ก้าวเข้ามาเป็นเอกอัครราชฑูตของ UNHCR ตั้งแต่ปี 2001 เธอได้ทุ่มเทเวลาส่วนมากในการทำงานเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในเรื่องราวเกี่ยวกับผู้อพยพ เธอเดินทางไปทั่วทั้งโลกที่มีปัญหาดังกล่าว มากกว่า 12 ภาคสนามที่เธอลงไปเคลื่อนไหว และเธอยังคงเดินหน้าต่อไป

 

                นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในบรรดาเหตุผลที่ทำให้แองเจลีน่า โจลี่เลือกที่จะพักผลงานทางการแสดง นอกจากนี้แล้วยังมีเหตุผลที่เธอหันเข้าไปสู่วงการการศึกษา เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการรณรงค์เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงทางเพศกับผู้หญิงในเขตทหาร แต่เหตุผลหลังก็คือการที่เธอหันไปสนใจการกำกับภาพยนตร์มากกว่า ทั้งนี้ใช่ว่าเธอจะทิ้งบทบาททางการแสดงไปอย่างสิ้นเชิง แองเจลีน่า โจลี่ เตรียมกลับมาอีกครั้งในบทบาทมาลีฟิเซนต์ ในภาคต่อของภาพยนตร์นางฟ้าปีศาจ Maleficent 2

 

Source: nickiswift

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram