JOKER หลุดจากโลกของ DC Comics โลกแห่งความจริงของตัวตลก ดำมืดสุดเท่าที่เคยมี

 

เกร็ดความรู้หนัง Joker

 

ฟิลลิปส์ไม่ใช่แค่คัดเลือกตัวฟีนิกส์มา แต่ยังเขียนบทโดยที่มีภาพของเขาอยู่ในความคิดอีกด้วย “ผลงานที่ผ่านมาของวาคีนติดตาผมมาตลอดครับ แต่สิ่งที่ผมชอบในตัวเขาที่สุดคือสไตล์และการคาดเดายาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคิดว่าเหมาะกับตัวละครนี้มาก” ฟิลลิปส์กล่าว “ขณะที่คนอื่นๆ สนใจเรื่องการคำนวณ วาคีนมีความสนใจเรื่องเพลงแจ๊ส เขาเป็นคนหนึ่งที่มีความสามารถมาก เขาเป็นคนที่มีความกล้า ผลงานของเขาแสดงให้เห็นทั้งความกล้าหาญและความอ่อนแอมาแล้ว ผมคิดว่าถ้าเราได้ตัวเขามา เราจะสร้างความพิเศษบางอย่างขึ้นมาได้แน่ๆ”

 

ที่ผ่านมาเขาเคยปฏิเสธบางโปรเจ็กต์มาแล้ว แต่นักแสดงชายกลับรู้สึกให้ความสนใจเป็นพิเศษตอนที่ได้อ่านบท “ผมคิดว่ามันมีความโดดเด่นและมีความซับซ้อนต่างจากบทเรื่องอื่นที่ผมเคยอ่านมาก่อน ทอดด์มีวิธีการมองสิ่งต่างๆ ได้ไม่เหมือนใคร ซึ่งผมคิดว่ามันเหมาะสำหรับหนังเรื่องนี้มากครับ” ฟีนิกซ์ให้ความเห็นว่า “เวลาที่ผมร่วมงานกับผู้กำกับฯ สักคน ผมต้องการคนที่เล่นกับเรื่องราวได้ไม่เหมือนใคร และก็ไม่มีใครทำหนังเรื่องนี้ได้ยกเว้นทอดด์”

 

 เรื่องราวของอาร์เธอร์มีรายละเอียดที่งดงามและเยอะมาก มีทั้งเรื่องราวที่เห็นได้ชัดเจนและดูผิดเพี้ยนไป โดยมีการร่วมงานกับซิลเวอร์ตลอดเวลา ฟิลลิปส์เล่าให้ฟังว่า “จากการร่วมงานในออฟฟิศเล็กๆ ที่นิวยอร์คเป็นเวลา 1 ปี” พวกเขาเริ่มจากกำหนดทิศทางว่าผู้ชายธรรมดาจะกลายเป็นคนที่ดูโหดเหี้ยมและขึ้นชื่อในทางแย่ๆ ได้ยังไง “เรื่องราวในเวอร์ชันที่เราถ่ายทอดออกมา คือผู้ชายที่ตกลงไปในถังกรด ซึ่งผมคิดว่ามันมีความน่าสนใจดี เราเลยพยายามมองทุกอย่างผ่านมุมมองของ ‘โลกที่แท้จริง’” เขากล่าว “เพื่อทำให้หนังของเราดูสมเหตุสมผล เราเลยคิดว่า ‘ทำไมเขาต้องแต่งหน้าตอนที่กลายเป็นโจ๊กเกอร์ด้วย? เขาไปเอาการแต่งหน้าแบบนี้มาจากไหนและทำไมต้องทำแบบนั้น? ถ้าเขาเป็นตัวตลกล่ะ?’

 

 

 “จากนั้นเราก็มาถามตัวเองว่าทำไมเขาต้องทำงานเป็นตัวตลกด้วย” เขาเล่าต่อว่า “จนเราได้คำตอบว่าเพราะแม่บอกเขาเสมอ เขาต้องสร้างเสียงหัวเราะและความสุขให้โลกใบนี้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากตรงนั้น”

 

นอกจากเรื่องภาพของตัวละครที่คาดหวังเอาไว้ ยังมีความแตกต่างทั้งลักษณะของตัวละครจากหนังสือการ์ตูนที่มีอายุเกือบ 80 ปีและทุกภาพที่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟิลลิปส์และซิลเวอร์อยากนำมาใช้ในการเล่าเรื่องราว มีเสียงคนบรรยายที่ไม่น่าเชื่อถือด้วย “เราจะเกิดอิสระอย่างเต็มที่จากผู้บรรยายที่คอยสร้างความไม่น่าไว้ใจ ยิ่งเป็นโจ๊กเกอร์ยิ่งไว้ใจไม่ได้เลย” ผู้กำกับฯ เล่าถึงผู้ชายที่เลื่องชื่อด้านการหลอกลวง เขาชอบผสมทั้งความจริงกับเรื่องโกหกเข้ากันในทุกฉากของภาพยนตร์ “เขาพูดไว้ในหนังสือการ์ตูน Batman: The Killing Joke ว่า ‘If I’m going to have a past, I prefer it to be multiple choice ด้วยซ้ำ’ ฉะนั้นจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น และเราคิดว่าเขาเป็นแบบไหนในท้ายที่สุด มันขึ้นอยู่กับว่าเราดูหนังด้วยมุมมองไหน เราจะไม่เดินออกไปพร้อมกับคำตอบในทุกเรื่อง นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่ามันมีความน่าสนใจในตัวละครแบบนี้”

 

 

Joker เข้าฉาย 3 ตุลาคม ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram