Ready Player One Vs Black Panther เรื่องไหนควรได้ออสก้าร์ หนังยอดนิยม

หลังจากที่ออสก้าร์ ประกาศว่าในการจัดงานครั้งถัดไปจะมีรางวัลสาขาใหม่นั่นคือ ภาพยนตร์ยอดนิยม ทำให้มีคนคาดการณ์ว่า Ready Player One กับ Black Panther จะกลายเป็นตัวเต็งของการเข้าชิงในครั้งนี้ วันนี้เราเลยขอพาทุกคนมาอ่านบทวิเคราะห์ว่าสองเรื่องนี้ ใครสมควรจะได้เข้าชิง

 

- Ready Player One -

 

Ready Player One คือภาพยนตร์ที่ยำเอา Pop Culture (วัฒนธรรมร่วมสมัย หรือสิ่งที่ผู้คนชื่นชอบในช่วงเวลาหนึ่ง) สุดโด่งดังในช่วงยุค 80 และ 90 มาปรุงแต่งใหม่ด้วยรสชาติเทคนิคพิเศษในยุคปัจจุบัน บวกรวมกับเรื่องราวที่ตั้งคำถามสะท้อนปัญหาการใช้ชีวิตของมนุษย์ในโลกเสมือนจริง เสียดสีโลกยุคปัจจุบันได้อย่างแนบเนียน ปลุกชีพจินตนาการวัยเด็กให้ออกมาโลดแล่นคละเคล้าไปกับฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ และความเนิร์ดเกินขีดจำกัดที่รับประกันความฟินเหนือจุดสุดยอด

 ในปี 2045 โลกประสบปัญหานานับประการจนชีวิตในโลกจริงไม่สวยงามและน่าอยู่อีกต่อไป ทางออกของมนุษย์ในยุคนั้นคือการก้าวเข้าสู่โลกเสมือนจริงที่ชื่อว่า The Oasis โลกที่คุณจะเป็นใครก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ผจญภัยในรูปแบบใดก็ได้ แต่สงครามในโลกเสมือนจริงกลับไม่จบอยู่แค่ในนั้น เมื่อวันหนึ่ง เจมส์ ฮัลลิเดย์ หนึ่งในผู้สร้างโอเอซิสถึงแก่กรรม เขาได้ทิ้งมรดกเป็นปริศนา 3 อย่างเอาไว้ในเกม ท้าทายให้เหล่าเกมเมอร์ทุกคนออกค้นหา ใครที่สามารถไขปริศนาและครอบครองกุญแจทั้ง 3 ดอกได้ จะได้ครองโอเอซิส ความมั่งคงที่เหมือนได้ควบคุมอนาคตของโลกทั้งใบ

 แก่นหลักของการผจญภัยใน Ready Player One คือการไขปริศนาเพื่อค้นหากุญแจทั้ง 3 ดอก ซึ่งจุดเด่นของปริศนาพวกนี้ก็คือการหยิบเอา Pop Culture มาผสมกลมกลืน ชนิดที่ใครเกิดหรือรู้จักวัฒนธรรมช่วงยุค 80 และ 90 ทั้งเกม การ์ตูน เพลง และภาพยนตร์ จะต้องมีร้องอ๋อแน่นอน แถมด้วยการผจญภัยที่จัดเต็มงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ทั้งเนียนตา และอลังการสมราคาการสร้างสรรค์ของพ่อมดแห่งฮอลลีวูด สตีเวน สปีลเบิร์ก ทุกช็อต ทุกการถ่ายทำเรียกได้ว่าเนี้ยบ! 

เรื่องอารมณ์ขันของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่จัดวางและใส่มาได้ถูกที่ถูกทาง ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป สิ่งที่ Ready Player One ซ่อนเอาไว้ได้อย่างแนบเนียนก็คือการเสียดสีสังคมเสื่อมโทรมในยุคปัจจุบัน ความโหดร้ายไม่เคยปราณีกับผู้ถูกกดขี่ การแสวงหาอำนาจของผู้กุมทรัพยากรหลัก นำไปสู่การค้นหาพื้นที่เพื่อมาปลอบประโลมจิตใจและหลีกหนีจากความเป็นจริงที่ไม่มีใครต้องการ หากดูหน้าหนังแล้ว Ready Player One เป็นหนังโลกอนาคตที่แสนไกล แต่ประเด็นที่ซ่อนไว้แสนจะร่วมสมัย มันคือการก้าวเข้ามามีอิทธิพลและกำหนดชีวิตหลายต่อหลายอย่างของโลกออนไลน์

 นอกจากนั้นแล้ว ปู่สปีลเบิร์ก ยังซ่อนประเด็นเรื่องตัวตน ที่แบ่งเป็นทั้งตัวตนในเกมที่อาจจะเป็นคนสำคัญ แต่นอกเกมนั้นเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษ อีกหนึ่งคือการก้าวผ่านสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ทั้งการแก้ไขปัญหาด้วยมันสมอง และมิตรภาพ เมื่อมีประเด็นนี้เสริมเข้ามา ทำให้ Ready Player One ไม่ได้เป็นเพียงหนังเอาใจเด็กในยุค 80 และ 90 ในอดีตซึ่งโตเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้เท่านั้น แต่ยังสามารถแทรกซึมเป็นเรื่องราวให้เด็กยุคใหม่สามารถเข้าถึงเสน่ห์ความสนุกสนานในอดีตที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันได้ด้วย พร้อมกับตั้งคำถามว่าเกมในปัจจุบันคือสิ่งผ่อนคลายความเครียดและสร้างมิตรภาพ หรือเป็นธุรกิจที่หวังจะกอบโกยผลประโยชน์ด้วยการยื่นข้อเสนอให้ผู้เล่นก้าวสู่จุดสูงสุดเพียงแค่จ่ายเงิน

 สุดท้ายนี้ Ready Player One คือการปลุกชีพจินตนาการวัยเด็กที่หลายคนอาจละเลยไปตามกาลเวลา หลงลืมความฝันและความสนุกสนานที่ผ่านไป ปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามกระแสสังคมที่ทวีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ปราณี หาก The Oasis คือช่องทางหลีกหนีความเป็นจริงในภาพยนตร์ Ready Player One ก็คือช่องทางหลีกหนีความเป็นจริงของโลกปัจจุบันที่จะทำให้เรามีความสุขตลอด 2 ชั่วโมง 20 นาที

 

- Black Panther -

 

Black Panther เป็นอีกหนึ่งผลงานของมาร์เวลที่เล่าความเป็นแอฟริกัน ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เปรียบเสมือนกระบอกเสียงของคนผิวสีในอเมริกา เรียกร้องความเท่าเทียมที่แม้ว่าจะมีกฎหมายให้สิทธิเท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัตินั้นยังมีคนที่เหยียดสีผิวกันอยู่   การประกาศชัยในแง่ของรายได้และเสียงวิจารณ์ ของ Black Panther  ที่เป็นภาพยนตร์คนผิวสีเกือบ 100% เรื่องแรกของมาร์เวล จึงถือเป็นจุดยืนที่ควรค่าแก่การคารวะ และอีกนัยหนึ่งนั้นยังสะท้อนได้ว่าคนผิวสีและวัฒนธรรมที่มีรากฐานจากแอฟริกา มีความเท่ กลิ่นอายแห่งจิตวิญญาณและได้รับการยอมรับในสังคมโลกยุคใหม่ 


หนังเรื่องนี้ว่าด้วยผลพวงจากการสูญเสียกษัตริย์ทีชาก้า ไปในเหตุวางระเบิด ณ ที่ประชุม UN ทำให้เจ้าชายทีชัลล่า ต้องก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งวาคานด้า อาณาจักรที่ปิดบังความลับจากโลกภายนอกมาอย่างยาวนาน พวกเขาซ่อนแร่ไวเบรเนียมอันทรงพลังเอาไว้ แร่อาณุภาพสูงจากอุกกาบาตต่างดาวที่สามารถกลายเป็นอาวุธที่แข็งแกร่ง โดยในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้เอง ทีชัลล่าต้องรับมือกับบททดสอบการเป็นกษัตริย์ พร้อมกับการท้าชิงจากศัตรูร้ายที่เกิดมาจากอดีตอันดำมืด เพื่อหาคำตอบว่าเขาคือราชาที่จะพาวาคานด้าเดินไปในทิศทางไหน?

 แบล็ค แพนเธอร์ เปิดตัวด้วยโทนหนังแนวสายลับ มีกลิ่นอายเจมส์ บอนด์ ที่นำเสนอทั้งความเท่ของฝ่าบาททีชัลล่า และความล้ำในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในภารกิจต่าง ๆ แชดวิก โบสแมน ทำให้ทีชัลล่ากลายเป็นฮีโร่ผิวสีที่เท่ที่สุดในตอนนี้ บุคลิกของเขาค่อนข้างจะแตกต่างจากใน Captain America: Civil War อยู่พอสมควร ในภาคนี้ดูมีชีวิตชีวาและรู้จักจะเล่นมุกมากขึ้น ในขณะที่บทภาพยนตร์ก็กระจายความสำคัญให้ตัวละครอื่นได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าไม่มีใครถูกกลบ ทุกคนมีบทบาทและความสำคัญส่งเสริมให้หนังเรื่องนี้สนุกขึ้นหลายเท่าตัว

ลูปิต้า เนยองโก ในบทของ นาเคีย อดีตคนรักของทีชัลล่า ผู้เป็นสายลับคอยปฏิบัติภารกิจนอกประเทศ ฝีมือการเป็นสายลับและความสามารถด้านการต่อสู้ของเธอเรียกได้ว่าอยู่ในระดับแนวหน้า ในขณะที่โอโคเย ผู้บัญชาการกองทหารองครักษ์ โดรา มิลาเจ ผู้รับบทโดย ดาไน กูเรรา ก็เป็นตัวละครที่แข็งแกร่ง เท่ แต่ก็มีอารมณ์ขัน สำหรับสีสันของเรื่องอย่างชูริ น้องสาวของทีชัลล่า รับบทโดย ลิติเธีย ไรท์ นั้นสามารถแสดงออกถึงความฉลาดล้ำเหมาะสมกับการเป็นผู้ออกแบบเทคโนโลยีทั้งหมดในเมืองวาคานด้า เธอคือส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีสีสันและมุกตลกสอดแทรกมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเจ้าหน้าที่รอสส์ ที่รับบทโดย มาร์ติน ฟรีแมน ก็ไม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบ เขามีส่วนสำคัญและคอยสนับสนุนทีชัลล่าได้ดีเยี่ยม

 ที่สำคัญที่สุดและจะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ไมเคิล บี จอร์แดน ในบทบาทของอีริค คิลมองเกอร์ เขาเป็นวายร้ายหลักของมาร์เวลที่ถูกปูพื้นความหลังมาได้หนักแน่น มีน้ำหนักและแรงจูงใจในการกระทำอย่างชัดเจน ความแข็งแกร่งนั้นไม่เป็นสองรองจากทีชัลล่าเลยแม้แต่น้อย เมื่อดูจนจบเราจึงไม่สามารถเรียกเขาว่าเป็นตัวร้ายได้เต็มปากนัก สิ่งเดียวที่คิลมองเกอร์แพ้ทีชัลล่าก็คือความเป็นพระเอกเท่านั้นเอง

สิ่งหนึ่งที่มาร์เวลพยายามนำเสนอใน Black Panther นี้ก็คือ การเป็นเหมือนสารที่ส่งไปยังคนทั่วโลก ถึงเรื่องของความเท่าเทียมของคนผิวสี การถูกกดขี่และความภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง มีบทพูดจากตัวละครหนึ่งที่ประทับใจเราไม่น้อย เขาพูดไว้ประมาณว่า ทุกชีวิตบนโลกล้วนมีต้นกำเนิดมาจากดินแดนแอฟริกา เราจะปล่อยให้พวกเขาทนทุกข์ทรมาณจากการถูกกดขี่งั้นหรือ? เราเชื่อเหลือเกินว่าประโยคนี้พวกเขาไม่ได้หมายถึงชาวผิวสีเพียงอย่างเดียว Black Panther นำเสนอความเป็นหนังดราม่าการเมือง การแย่งชิงบัลลังก์ การฑูต และการแก้ไขข้อผิดพลาดจากคนรุ่นก่อน ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นเลยว่า Marvel ได้พัฒนาหนังของตัวเองให้แตกต่างและเติบโต มีความเป็นผู้ใหญ่อย่างชัดเจน

สิ่งที่โดดเด่นอีกหนึ่งอย่างคงนี้ไม่พ้นการออกแบบมหานครวาคานด้าให้มีความเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานความพื้นเมืองแอฟริกันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เปรียบเสมือนโลกอุดุมคติที่เป็นทางบรรจบกันระหว่างความเชื่อพื้นบ้านและโลกใหม่ พร้อมด้วยความหนักแน่นของเรื่องราวทำให้เราแทบจะเชื่อว่า วาคานด้า มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ แต่หนังเรื่องนี้จะสมบูรณ์ขึ้นไม่ได้เลยหากขาดเพลงประกอบที่เหมาะสมและช่วยขับดันกลิ่นไอของหนังให้มีเอกลักษณ์ได้อย่างโดดเด่นที่สุด เราจึงกล้าพูดอย่างเต็มปากเลยว่า Black Panther คือหนังที่จะมาขยายความยิ่งใหญ่ให้กับจักรวาลมาร์เวลได้อีกกว้างไกล และเรื่องราวของพวกเขาก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram