REVIEW : Run All Night ... เล่าใหม่ในขวดทรงเดิม

Run All Night
เล่าใหม่ในขวดทรงเดิม

BY FEEDMYBRAIN

 

 

แวบแรกที่เห็นใบหน้าของ เลียม นีสัน (Liam Neeson)ในตัวอย่างภาพยนตร์ Run All Night…คืนวิ่งทะลวงเดือด ตามสถานีรถไฟฟ้า ในใจนึกไปทันทีว่า นี่คงเป็นภาพยนตร์แนวบู๊ แอคชั่น มันส์เลือดพล่านกันอีกครั้ง จัดเต็มฉากยิง ระเบิด ควันพวยพุ่งสะใจแน่นอน ตามสไตล์ภาพยนตร์ช่วงๆหลังและเป็นที่รู้จักกันดีของนีสัน อย่าง Taken 1-3, Non-Stop หรือ Unknown) ทว่าเมื่อเข้าไปดูแล้ว มันไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะนี่คือภาพยนตร์แนวดรามา-แอคชั่นขนานใหญ่ของผู้กำกับ ฮวม คอลเล็ต เซอร์ร่า (Jaume Collet-Serra) ที่ใช้ส่วนประกอบเดิมแต่สร้างสรรค์รสชาติทางภาพยนตร์ใหม่ จนทำเอาเราต้องหวนกลับมาสำรวจความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว และมิตรภาพระหว่างกันและกันของเพื่อนเลยทีเดียว!

Run All Night … คืนวิ่งทะลวงเดือด เป็นการโคจรมาเจอกันเป็นครั้งที่ 3 ของผู้กำกับชาวสเปน ฮวม คอลเล็ต เซอร์ร่า และ เลียม นีสัน ซึ่งทั้งคู่เคยพบกันมาก่อนจากภาพยนตร์แนวแอคชั่น-ทริลเลอร์ที่เป็นที่ฮือฮาอย่าง Non-Stop (2014) และ Unknown (2009) โดยก่อนหน้านี้เซอร์ร่าก็เคยกำกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญอย่าง Orphan (2009) และ House of Wax (2005) ที่เป็นที่โด่งดังมาแล้ว การกลับมาโคจรครั้งนี้ เซอร์ร่านำเสนอเรื่องราวของ จิมมี่ คอนลอน (นีสัน) อาชญากรและมือปืนฝีมือฉกาจจำต้องหาทางออกของความเชื่อใจให้ได้ภายในคืนเดียว เมื่อเขาจำเป็นต้องคร่าชีวิตลูกชายของ ชอห์น แมคไกวร์ (เอ็ด แฮร์ริส) นักธุรกิจอิทธิพลแก่กล้าและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในโลกที่เขาไว้ใจ เพื่อปกป้อง ไมเคิล (โจเอล คินนาแมน) ลูกชายผู้ห่างเหินที่ชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตรายแสนสาหัส  คอนลอนคนพ่อต้องเลือกให้ได้และเลือกให้ดีว่าเขาจะยอมมอบชีวิตถวายหัวให้กับ “มิตรภาพ” หรือว่า “ครอบครัว” ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง!

 

แอคชั่นยังครบ ปนดรามาที่ทำเอาน้ำตาคลอเบาๆ

 

 

- Run All Night ถูกเซอร์ร่าเปลี่ยนแนว
มาใส่ทั้ง “ความจริง” และ “แง่มุมของความสัมพันธ์” ทำให้หนังแอคชั่นมันส์แบบมีสาระ -

 

แม้กลิ่นอายของหนังจะดูเป็นแอคชั่น แต่เมื่อลองเข้าไปสัมผัส เราจะพบได้เลยว่า นี่มันคือหนังดรามาความสัมพันธ์ครอบครัวชัดๆ! เพราะหนังเล่าถึงความสัมพันธ์ของพ่อ-ลูกคอนลอน (นีสัน และ คินนาแมน) ที่ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้กลับมาพูดคุยกันและทำความรู้จักกับ “ความรู้สึกร้ายๆ” ที่ต่างคนต่างเคยก่อไว้ให้แก่กัน ด้วยปูมหลังของตัวละครที่ไม่โอ่อ่า เพ้อฝันทว่าติดดินและจริง ทำให้หลายครั้งเมื่อเรามองความสัมพันธ์ของพ่อ-ลูกคู่นี้ เราก็หันกลับมาลองสำรวจความสัมพันธ์ของตัวเราเองเช่นกัน และไม่ใช่แค่ตัวละคร 2 ตัวนี้เท่านั้น คู่พ่อ-ลูกแมคไกวร์ (แฮร์ริส และ ฮอลบรู๊ค) ก็เปี่ยมไปด้วยความเป็นจริงที่ถ่ายทอดออกมาในมุมมองของคนเป็นพ่อที่ไม่รู้ว่า เมื่อไรกันที่ลูกของเราโตขึ้นและเสียคนไป และเราเลี้ยงลูกของเราให้เป็นแบบนั้นได้อย่างไร

นอกจากนั้น ยังมีแง่มุมของ “มิตรภาพ” และ “ความไว้วางใจ” ระหว่างคอนลอนและแมคไกวร์ ที่ทำให้ชาวเราต้องลำบากใจแทน และรู้สึกเศร้าเสียใจเมื่อเห็นทั้งคู่ต้องมาไล่ล่ากัน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำให้ดรามาได้สุดทาง แต่เราก็เห็นความพยายามหลายช็อต หลายซีนที่เซอร์ร่าสร้างสรรค์ มันเป็นซีนง่ายๆ แต่มีพลัง โดยเฉพาะในตอนท้ายของเรื่องที่ไม่ต้องมีบทสนทนาใด เพียงภาพก็อธิบายได้เป็นล้านคำ ... Run All Night ถูก เซอร์ร่าเปลี่ยนแนวมาใส่ทั้ง “ความจริง” และ “แง่มุมของความสัมพันธ์” ระหว่างตัวละครเข้าไปในความเป็นแอคชั่น-อาชญากรรม ทำให้มันส์แบบมีสาระ พูดได้ว่า ไม่ใช่ยิงโป้งๆเอามันส์ระเบิดทั้งเรื่อง แต่ดุแล้วน้ำตาซึม น้ำตาคลอเบ้าเอาเรื่องอยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งเซอร์ร่าก็ยังรักษาความแอคชั่น ความดุเดือดเอาไว้ ไม่หายไปไหนเช่นกัน!

 

เลียม นีสันจัดดราม่าสร้างตัวละครได้ครบรส!

 

 

-เลียม นีสันสร้าง “เสน่ห์” ให้ตัวละคร “จิมมี่ คอนลอน”
ดูธรรมดา งกๆเงิ่นๆ แต่แฝงด้วยฝีมือร้ายกาจยากที่จะรับมือได้!
-

 

เราอาจจะเพิ่งเห็น เลียม นีสัน เป็น ไบรอัน มิลส์ กับหนังภาคต่อ (และคาดว่าจะมีต่อ) อย่าง Taken 3 ไปเมื่อต้นปี คราวนี้ นีสัน กลับมาถือปืนและวิ่งไล่ล่าอีกแล้ว ทว่าในเรื่องนี้ ความเท่และความเก่งฉกาจของนีสันยังอยู่ แต่เสริมด้วยความดรามาเข้าไปในตัวละคร ซึ่งต้องบอกว่า นีสันทำได้ไม่ผิดหวัง ทั้งสายตา ท่าทางในการแสดงออกเป็น คุณพ่อที่ห่างเหินจากลูก หรือ คุณพ่อที่ไม่รู้ว่า “พ่อที่ดี” คืออะไร ถึงแม้ว่าด้วยคาแรกเตอร์อาจจะไม่ส่งให้เท่ขั้นเทพ แต่ นีสัน ก็ทำให้บทบู๊ ปะทะกันทั้งมันส์ สนุก และยังเท่ไม่หยอก พอเปลี่ยนเป็นบทดรามาก็เล่นน้ำตาคลอ ถ่ายทอดความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่ทำอะไรไม่ถูก เก็บไม่พูดอะไร และแสดงออกทางบทสนทนาที่ห้วน ห้าว กระสุนปืนที่แทนความหมายนับร้อย ซึ่งนีสันสร้าง “เสน่ห์” ให้ตัวละคร “จิมมี่ คอนลอน” ดูธรรมดา งกๆเงิ่นๆ แต่กลับแฝงด้วยฝีมือร้ายกาจยากที่จะรับมือได้เต็มขั้นทีเดียว!

 

เฉือนความมันส์และอารมณ์กับเอ็ด แฮร์ริส และการสร้างสรรค์ภาพที่โดดเด่น

 

 

อีกคนหนึ่งที่ถือเป็นคู่ปรับในเรื่องของนีสัน ที่ทั้งดุเดือด เชือดเฉือน นิ่ง เฉียบ อย่าง ชอห์น แมคไกวร์ ซึ่งรับบทโดย เอ็ด แฮร์ริส เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูมากขึ้น เพราะเมื่อรุ่นใหญ่มาปะทะกัน เขาไม่ปะทะกันเล่นๆ บรรยากาศมันจริง มันแรง เงียบเฉียบและเท่ แฮร์ริสชูโรงให้รสของดราม่ายิ่งเพิ่มขึ้นในฐานะของเพื่อนสนิทที่ไว้ใจกันมาหลายสิบปี และเพิ่มอรรถรสของการไล่ล่าให้ดูมีชั้นเชิงยิ่งขึ้น ราวกับเป็นเกมส์หักเหลี่ยมล้างแค้นก็ว่าได้ นอกจากนี้ทั้ง โจเอล คินนาแมน เป็น ไมเคิล คอนลอน หรือ คอนลอนคนลูกก็เป็นส่วนเติมเต็มความดรามาในหนังชั้นดี ที่ทำให้ทุกองค์ประกอบครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่มุมของครอบครัวในการเป็นลูก และการเป็นพ่อคนนั่นเอง

อีกหนึ่งจุดเด่นในหนังเรื่องนี้ที่ถือว่าน่าสนใจมาก คือเทคนิคในการเชื่อมโยงเรื่องราวเข้าไว้ด้วยกัน โดยอาศัยการใช้ CGI ในการเปลี่ยนสถานที่ ทำให้คนดูรู้สึก “กระโดด” ไปอย่างเร่งรีบตามสถานการณ์ที่บีบคั้น ณ ตอนนั้น ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคที่ทำให้ดูสนุกขึ้น เท่ขึ้น และตื่นตาตื่นใจพอตัว

 

 

“ถ้าแกเหนี่ยวไก แกก็ไม่ได้ดีไปกว่าพ่อ...”

 

Run All Night … คืนวิ่งทะลวงเดือด เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่แฟนของเลียม นีสันไม่ควรพลาด เปรียบเหมือนกับ เหล้าใหม่ในขวดทรงเดิม ที่รสชาติแตกต่างออกไป ทว่าเมื่อมองจากภายนอกยังคงเป็นขวดเดิม ใบเดิม ทรงเดิมอย่างที่เคยเห็น แต่ใช่ว่ารสชาติจะไม่สู้ดี กลับเข้ารสมากกว่าเดิม เพราะนอกจากจัดความบู๊ ความแอคชั่นแบบเท่ตามสไตล์แล้ว ยังสอดแทรกด้วยแง่มุมของครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ดูแล้วต้องหวนคิดถึงครอบครัวของเราเองแน่นอน นีสันยังคงถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่มีชีวิตไม่ได้ดีนัก แต่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยครอบครัวความรักและคิดถึง เราเห็นและสัมผัสได้จากแววตาของนีสันในทุกฉากอย่างแน่นอน ตัวละครของเขาอาจจะทำอะไรไม่เป็น อาจจะทำอะไรที่มันห่วย การเป็นพ่อที่ดีคืออะไร เขาไม่รู้ด้วยซ้ำ ... ทว่าสิ่งที่เขาทำคือ สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาได้ทำในฐานะของคนที่เป็น “พ่อ” นั่นเอง

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram