10อันดับหนัง+อนิเมชั่นเจ้าหญิงดิสนีย์ ทำเงินสูงสุดในโลก ใครคือควีนตัวจริง??

 

อันดับที่ 10 Beauty and the Beast จากหญิงสาวชนบทผู้รักการอ่านหนังสือ ผู้ล้างคำสาปให้กับเจ้าชายอสูร ภาพที่สวยงาม ประกอบกับเรื่องราวแฟนตาซี ทำให้แอนิเมชั่นเรื่องนี้ ทำเงินทั่วโลกไปกว่า 424,967,620ดอลล่าร์สหรัฐฯ และสามารถกวาดสองรางวัลออสก้าร์ในสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมและเพลงประกอบยอดเยี่ยมได้ด้วย

 

 

อันดับที่ 9 Tangled ราพันเซลเจ้าหญิงผมยาวผู้มาพร้อมกับบทเพลงแห่งการเยียวยา ด้วยการปรับงานภาพให้เป็น 3D แบบสมัยใหม่ การปรับเพลงจากรูปแบบดิสนีย์มิวสิคัล เป็น ป๊อปมิวสิคัล ทำให้ หนังสามารถเข้าถึงคนทุกวัยทั้งเด็กและวัยรุ่น ทำเงินไปถึง 591,794,936 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

    

 

อันดับที่ 8 Cinderella (2015) หนังเจ้าหญิงไลฟ์แอ็คชั่นที่นำเรื่องราวของซินเดอเรลล่า มาเล่าใหม่อีกครั้ง งานภาพที่สวยประทับใจ กระโปรงเจ้าหญิงสีฟ้า ความงดงามของลิลลี่ เจมส์ ส่งผลให้หนังทำเงินทั่วโลก 543,514,353 ดอลล่าร์สหรัฐฯ จากทุนสร้างเพียง 95 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

 

    

อันดับที่ 7 Aladdin การผจญภัยของอลาดินเพื่อหมายปองจะเด็ดดอกฟ้า อย่าง เจ้าหญิงจัสมิน แอนิเมชั่นทำเงิน 504,050,219 ดอลล่าร์สหรัฐฯ จากทุนสร้างเพียง 28 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เข้าชิง 5 รางวัลออสก้าร์และได้รับ 2 รางวัลในสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมและเพลงประกอบยอดเยี่ยม

 

 

อันดับที่ 6 Brave เจ้าหญิงคนแรกของพิกซ่าร์ ผู้ฉีกขนบเจ้าหญิงดิสนีย์เดิมๆ ทั้งรูปลักษณ์ที่มาพร้อมผมสีส้มหยิกสุดยุ่งเหยิง เนื้อเรื่องที่แฝงไปด้วยความกล้าหาญ ความผูกพันระหว่างแม่ลูกและสายสัมพันธ์ของโชคชะตา กวาดรายได้ 540,437,063 ดอลล่าร์สหรัฐฯ     เจ้าของรางวัลออสการ์ สาขา แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม

 

 

อันดับที่ 5 Moana แอนิเมชั่นเจ้าหญิงเรื่องล่าสุดของดิสนีย์ การออกผจญภัยของลูกสาวหัวหน้าชนเผ่ากลางทะเล เพื่อนำหัวใจแห่งมหาสมุทรส่งคืนเทพเทฟิติ กวาดรายได้ 643 ล้านดอลล่าร์ สหรัฐฯ     ความโดดเด่นของแอนิเมชั่นเรื่องนี้คืองานภาพที่สวยมาก ถือว่าทำภาพของท้องทะเลได้อย่างดีเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่งเลย

 

 

อันดับที่ 4 Maleficent การนำเรื่องราวของเจ้าหญิงนิทรามาเล่าในมุมของแม่มดใจร้าย ให้เราได้เห็นอกเห็นใจเธอมากขึ้น โดยการสวมบทบาทของ Angelina Jolie หนังประสบความสำเร็จจนต้องสร้างภาค 2 กวาดรายได้รวม 758,539,785 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งในปีนี้ ต้องมาลุ้นกันว่า Maleficent: Mistress of Evil จะกลับมาสยายปีกผงาดทำรายได้เอาชนะภาคแรกได้หรือไม่? เรื่องราวสานต่อจากภาคแรก เมื่อเจ้าหญิงออโรร่าต้องการแต่งงานกับเจ้าชายแต่ มาเลฟิเซนต์ไม่เห็นด้วย ก่อให้เกิดชนวนศึกครั้งใหม่ เมื่อราชินีอิงกริต (รับบทโดยมิเชล ไฟเฟอร์)ผู้เป็นแม่ของเจ้าหญิงออโรร่าตั้งกองกำลังทหารเพื่อสู้กับมาเลฟิเซนต์ และ เผ่าพันธุ์สัตว์วิเศษ เรื่องราวก้าวข้ามเทพนิยายสู่แอคชั่นแฟนตาซีฟอร์มยักษ์

 

 

 

 

อันดับที่ 3 Aladdin เรื่องราวของเด็กหนุ่มยากจนนามว่า อะลาดิน (มีนา มาซูด) เขาถูกพ่อมดจาฟาร์ หลอกล่อให้เข้าไปเอาตะเกียงในถ้ำสิงห์กลางทะเลทราย ที่นั่นอะลาดินได้ถูตะเกียงปลดปล่อยวิญญาณของยักษ์จีนี่ที่มาพร้อมกับพร 3 ประการ อะลาดินขอพรข้อแรกให้เขาได้เป็นเจ้าชายอาลีเพื่อจัดขบวนขันหมากสุดอลังการไปสู่ขอเจ้าหญิงจัสมิน เขาไปพร้อมกับพรมวิเศษและพาเจ้าหญิงออกเหาะชมโลกในเพลง a whole new world ภาพยนตร์เต็มไปด้วยการผจญภัย การแย่งชิงบัลลังก์ของจาฟาร์ และความอลังการของโปรดักชั่น หนังทำเงินทั่วโลกกว่า 1047 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

 

 

อันดับที่ 2 Beauty and the Beast (2017) การกลับมาของโฉมงาม โดยได้เอ็มม่า วัตสัน มารับบทเจ้าหญิงเบลล์ โดยหนังทำเป็นไลฟ์แอ็คชั่นแบบมิวสิคัลเต็มตัว ถอดแบบจากแอนิเมชั่นที่เคยประสบความสำเร็จ พร้อมเพิ่มบทเพลงให้ขับขาน เพียงสัปดาห์เดียวทำเงินไปกว่า 1,263 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ  

 

 

อันดับที่ 1  เจ้าหญิงอันนาและราชินีเอลซ่า ประกาศชัยชนะด้วยการเป็นแอนิเมชั่นเจ้าหญิงที่สามารถทำเงินแตะหลักพันล้านได้ ทำรายได้รวมทั่วโลก 1,276,480,335     ดอลล่าร์สหรัฐฯ รวมถึงเป็นเจ้าของรางวัลออสก้าร์ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม สร้างปรากฎการณ์ Let it go ไปทั่วโลก ปีนี้ Frozen กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ที่จะต้องหาที่มาของพลังและเรียนรู้พลังของเอลซ่า เพื่อปกป้องแอเรนเดลไม่ให้ต้องพังทลาย ซึ่งตัวละครที่คนดูคิดถึงจะกลับมาครบทั้งอันนา เอลซ่า สเฟน คริสตอฟ และโอลาฟ กำหนดฉาย 21 พฤศจิกายนนี้ 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram